ศึก “ค้าปลีกอินเดีย” เดือด “อเมซอน” ปรับทิศบุก “ออฟไลน์”

REUTERS/ Abhishek N. Chinnappa

อเมซอน สวนกระแสโลกรุกตลาดค้าปลีก “ออฟไลน์” ในอินเดีย ด้วยการเข้าลงทุนซื้อหุ้

“มอร์” ซูเปอร์มาร์เก็ตยอดนิยมของอินเดีย เปิดศึกชิงฐานลูกค้าจาก “วอลมาร์ท” ซึ่งเพิ่งทุ่มงบประมาณลงทุนใน “อีคอมเมิร์ซ” เข้าซื้อกิจการ “ฟลิปคาร์ต” ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ของแดนภารตเมื่อเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2026 มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซในอินเดียจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย “อันคูร์ ไบเซน” นักวิเคราะห์ด้านธุรกิจค้าปลีกในอินเดีย จากบริษัท Technopak กล่าวว่า ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอินเดียมีโอกาสเติบโตสูง เป็นเหตุผลให้เมื่อ พ.ค.ที่ผ่านมา “วอลมาร์ท” ประกาศทุ่มเงินถึง 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าซื้อหุ้น 77% ในบริษัท “ฟลิปคาร์ต” อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของอินเดีย ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดถึง 80%

อย่างไรก็ตาม “อเมซอน” ยักษ์อีคอมเมิร์ซสัญชาติอเมริกันกลับเห็นโอกาสที่ต่างออกไปเกี่ยวกับตลาดค้าปลีกในอินเดีย “ซีเอ็นเอ็น” รายงานว่า สัปดาห์ก่อน อเมซอนประกาศกลยุทธ์ใหม่รุกเกมค้าปลีกในแดนภารต ด้วยการเข้าไปลงทุนใน “ค้าปลีกออฟไลน์” ผ่านร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม (Brick and Mortar) โดยได้เข้าซื้อหุ้น 49% ในว่า “มอร์” เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่ได้รับความนิยมสูงสุดแบรนด์หนึ่งในอินเดีย ส่วนอีก 51% เป็นของบริษัท Samara Capital ของอินเดีย

โฆษกของอเมซอนกล่าวว่า การลงทุนในค้าปลีกออฟไลน์จะเป็นกลยุทธ์ลับของอเมซอน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับแบรนด์ในระยะยาว โดยจะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น

ทั้งนี้ “มอร์” ซึ่งมีเครือข่ายทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ตกว่า 540 สาขาทั่วประเทศอินเดีย จะช่วยสนับสนุนให้สินค้าของอเมซอนเข้าถึงกลุ่มลูกค้าชาวอินเดียได้มากขึ้นด้วย

“ที่น่าสนใจ คือ สัดส่วนของลูกค้าอินเดียที่นิยมซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีกออฟไลน์สูงกว่าช็อปปิ้งออนไลน์เกือบ 2 เท่า ผู้บริโภคหลายล้านคนที่มีกำลังซื้อ ยังมีพฤติกรรมเลือกที่จะซื้อสินค้าจากช่องทางที่มีโอกาสจับต้องได้มากกว่า โดยพบว่าตลาดค้าปลีกอินเดีย ร้านโชห่วย หรือที่เรียกกันว่า Kirana ยังครองส่วนแบ่งสูงถึง 92% ขณะที่โมเดิร์นเทรดมีสัดส่วนเพียง 8%” โฆษกของอเมซอนระบุ

ขณะที่ นายอมิท อาการ์วาล หัวหน้าแผนกอเมซอนอินเดีย กล่าวว่า “วัฒนธรรมการซื้อของจากร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมในอินเดียค่อนข้างแข็งแกร่ง กลุ่มคนจำนวนมากยังชอบที่จะเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าจริง ๆ ขณะที่วัยรุ่นอินเดียที่ชอบอัพเดตสินค้าจากเว็บช็อปปิ้งต่าง ๆ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง กลยุทธ์นี้ของอเมซอนครั้งนี้ก็เพื่อที่จะสามารถจับกลุ่มลูกค้าได้ทั้งหมด”

อเมซอนถือว่าเป็นยักษ์อีคอมเมิร์ซบริษัทแรก ๆ ที่ให้ความสำคัญกับร้านค้าปลีกออฟไลน์ โดยจะเน้นที่การร่วมมือกับค้าปลีกแบบดั้งเดิม เมื่อปีก่อน อเมซอนเข้าซื้อกิจการ “โฮลฟู้ดส์” ซูเปอร์มาร์เก็ตของสหรัฐ เพื่อผสมผสานธุรกิจค้าปลีกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน

พร้อมกันนั้น รายงานของซีเอ็นเอ็นยังประเมินว่า สมรภูมิธุรกิจค้าปลีกในอินเดียอาจจะดุเดือดมากขึ้น หากยักษ์อีคอมเมิร์ซสัญชาติจีนอย่าง “อาลีบาบา” เคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้เข้าซื้อหุ้น “บิ๊กบาสเก็ต” เว็บค้าปลีกออนไลน์ของอินเดีย มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Previous article“กกต.” พร้อมจัดเลือก ส.ว.คาดเริ่มระดับอำเภอ 16 ธ.ค. ส่งชื่อให้ คสช.ได้ใน 4 ม.ค.62
Next articleสถาบันอัญมณีฯ เผยแนวโน้มส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับโค้งสุดท้ายยังสดใส ประเทศคู่ค้าเศรษฐกิจฟื้นตัว