ดอลลาร์สหรัฐทรงตัว ตลาดจับตาแผนร่างงบประมาณอิตาลีในวันนี้

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่าภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/11) ที่ระดับ 33.10/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (12/11) ที่ระดับ 33.08/10 บาท/ดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 16 เดือน เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินในตลาดเงินนิวยอร์ก จากการคาดการณ์ของนักลงทุนที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนหน้า และความเสี่ยงทางการเมืองในยุโรปได้กดดันค่าเงินยูโรและปอนด์ให้อ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เมื่อคืน (12/11) ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ เนื่องจากเป็นวันหยุดของสหรัฐ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเอเชียปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากความหวังว่าสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าจีน-สหรัฐจะบรรเทาลง หลังมีรายงานว่า ทั้งสองฝ่ายได้จัดการเจรจาระดับสูงอีกครั้ง สำหรับปัจจัยในประเทศ นักลงทุนจับตาดูผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทยในวันพรุ่งนี้ (14/11) เพื่อดูทิศทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย โดยในการประชุมครั้งนี้ตลาดคาดว่าจะยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.5% แต่ให้ความสำคัญไปที่ความเห็นและมติการออกเสียงในการประชุม ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.93-33.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 33.02/33.04 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/11) ที่ระดับ 1.1233/35 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงต่อเนื่องจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (12/11) ที่ระดับ 1.1254/56 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าต่อเนื่อง จากความวิตกประเด็นการเจรจาถอนตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ที่ยังไม่มีข้อตกลง และความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นในยุโรปเกี่ยวกับงบประมาณของอิตาลี ขณะเดียวกันนายโอลาฟ โชลซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเยอรมนีกล่าวในวานนี้ว่า (12/11) เขาคาดหวังว่าอิตาลีจะดำเนินขั้นตอนเพื่อแก้ไขความขัดแย้งกับสหภาพยุโรป (EU) ในเรื่องงบประมาณปี 2019 ทั้งนี้คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ปฏิเสธร่างงบประมาณอิตาลีในเดือนที่แล้ว และจะดำเนินมาตรการลงโทษอิตาลี ถ้าหากอิตาลีไม่ปรับแก้ไขร่างงบประมาณดังกล่าวให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของ EU อย่างไรก็ดี รัฐบาลอิตาลีระบุว่า อิตาลีไม่เต็มใจที่จะปรับแก้ไข โดย EC ได้ให้เวลารัฐบาลอิตาลีจนถึงวันนี้ (13/11) สำหรับการยื่นเสนองบประมาณใหม่ โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1217-1.1257 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1230/32 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร



สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/11) ที่ระดับ 113.82/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (12/11) ที่ 113.90/92 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แต่ระหว่างวันค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อย สวนทางกับค่าเงินเอเชีย ส่วนใหญ่ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น ค่าเงินเยนได้รับแรงกดดันจากการที่นักวิเคราะห์คาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มหดตัวลงในไตรมาส 3/2018 จากปัจจัยภัยธรรมชาติและอุปสงค์ที่ลดลงในการส่งออกจากผลกระทบสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ขณะเดียวกันเมื่อวานมีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตของญี่ปุ่นขยายตัว 2.9% ในเดือนตุลาคม ลดลงจากที่ขยายตัว 3.0% ในเดือนก่อนหน้า แต่ก็สูงกว่าทีี่ตลาดคาดว่าจะขยายตัวเพียง 2.8% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 113.59-114.13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 114.08/11 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ แถลงการณ์ประธานเฟด สาขาซานฟรานซิสโก (13/11) ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนี โดย ZEW (13/11) ผลิตภัณฑ์มวลรวมยุโรป (14/11) ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (14/11) ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย (14/11) แถลงการณ์ของนาย
เจอโรม พาเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (15/11) ยอดการค้าปลีกของสหรัฐ (15/11) ผลสำรวจดัชนีอุตสาหกรรมในนิวยอร์ก ผ15/11) แถลงการณ์ประธานเฟด สาขาแอตแลนตา (16/11) แถลงการณ์ประธานธนาคารกลางยุโรป (16/11)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -1.5/-1.35 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.43/+0.28 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ


 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ