คลอดร่างกม.หนุนฟินเทค ก.ย. เปิดช่องเอกชนเข้าถึงข้อมูลต่อยอดโปรดักต์

ก.ย.นี้จับตาคลอดร่าง พ.ร.บ.หนุนฟินเทค เปิดช่องกฎหมายให้นำข้อมูลในครอบครองของภาครัฐมาใช้ประโยชน์ ในการวิเคราะห์ วิจัย และพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์การเงินในอนาคต

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ ประธานกรรมการ คณะกรรมการพิจารณาศึกษาและเสนอแนะแนวทางการแก้ไขกฎหมายเพื่อพัฒนาและกำกับดูแลธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน (Financial Technology : Fin Tech และการทำธุรกรรมด้วยเทคโนโลยีการเงิน กล่าวว่า ล่าสุดคณะทำงานอยู่ระหว่างการทำร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการประกอบธุรกิจด้วยเทคโนโลยีทางการเงิน พ.ศ..หลังเทคโนโลยีทางการเงิน (Financial Technology) ได้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาประเทศให้เข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ และทำให้การเข้าถึงแหล่งเงินทุนรวมถึงการทำธุรกรรมทางการเงินของประชาชนเป็นไปโดยสะดวกมากขึ้น

วรพล โสคติยานุรักษ์

โดยการร่างกฎหมายฉบับนี้ มีสาระสำคัญ คือ เปิดทางให้มีการเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานรัฐได้ เพราะปัจจุบัน กฎหมายกำหนดห้ามมิใช้มีการเปิดเผยข้อมูลกับเอกชน ทำให้เป็นอุปสรรคในการใช้ข้อมูลในการนำมาวิจัย วิเคราะห์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมในอนาคต

ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมาย ออกมารองรับ เพื่ออนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงิน เข้าถึงข้อมูลที่อยู่ภายใต้หน่วยงานรัฐ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภค และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมาโดยคาดว่า การร่างกฎหมายดังกล่าวจะเสร็จสิ้นได้ในช่วงต้นเดือน ก.ย.นี้ ก่อนนำเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติฯให้พิจารณาต่อไป

“กฎหมายฉบับนี้ ให้ Hearing เสร็จแล้ว หลังจากเสร็จก็ต้องเอาเข้าสภา ถึงจะสามารถออกเป็นกฎหมายได้ หลัก ๆ แล้วจะส่งผลดีต่อฟินเทคต่าง ๆ ให้เข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จึงกำหนดให้หน่วยงานรัฐมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ให้บริการทางการเงิน ซึ่งทำให้เกิดการนำข้อมูลไปต่อยอด และสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ในอนาคต” นายวรพลกล่าว

ด้านนางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงิน และเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.กล่าวว่า ล่าสุด ธปท.ได้มีการลงนามในความตกลงร่วมมือกัน ฟินเทค กับธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) เพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบนิเวศทางการเงินของไทยและสิงคโปร์ในอนาคต และถือเป็นการแชร์ข้อมูลร่วมกัน เพื่อนำนวัตกรรม หรือเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นประโยชน์ที่เกี่ยวกับฟินเทคในอนาคต

Previous articleเกาะติดหน้าบ้าน “ปู” ใกล้ชิด ตร.รักษาความปลอดภัยหน้าบ้านบอก ไม่รู้ว่า “ปู” อยู่ในบ้านหรือไม่
Next articleจับคนขับรถโดยสารขนลูกเสือโคร่ง 2 ตัวเข้ากรุงเทพฯ คาดมูลค่านับล้านบาท!