“อริยะ พนมยงค์” ส่งสารปลุกเชื่อมั่น พาช่อง3 กลับขึ้นเบอร์1 สถานีข่าวทั้งทีวีและออนไลน์

“อริยะ พนมยงค์” ส่งสารปลุกเชื่อมั่น พาช่อง3 กลับขึ้นเบอร์1 สถานีข่าวทั้งทีวีและออนไลน์
ท่ามกลางการปลดพนักงานของช่อง 3 จนเกิดกลายเป็นดราม่าเมื่อกลุ่มอดีตพนักงานของช่อง3 ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับกับความไม่เป็นธรรมต่อการเลิกจ้างที่ผ่านมา

ล่าสุด บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัดได้ออกแถลงการณ์ว่า เนื่องจากการคืนใบอนุญาต 2 ช่อง คือ ช่อง13แฟมิลี่และช่อง28 เอสดี อีกทั้งยังประสบกับภาวะการขาดทุนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทต้องปรับโครงสร้างใหม่ ให้มีขนาดเหมาะสมกับการดำเนินงานต่อไป โดยการเลิกจ้างพนักงานเป็นสิ่งที่บริษัทไม่ต้องการให้เกิดขึ้น แต่เป็นเพราะความจำเป็น เพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

ขณะเดียวกันบริษัทขอชี้แจงเกี่ยวกับการเลิกจ้างเพื่อความเข้าใจ ดังนี้

1.การยื่นคืนใบอนุญาตประกอบกิจการฯ ช่อง 13 และช่อง 28 ทำให้ต้องเกิดการปรับโครงสร้างขององค์กรให้เหมาะสมกับการประกอบกิจการช่อง 33 เพียงช่องเดียว จึงเป็นเหตุให้เกิดการเลิกจ้างพนักงานจำนวนหนึ่ง โดยหลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาเพื่อการเลิกจ้าง คือการลดอัตราตำแหน่งงานและหน่วยงานที่ทับซ้อนกันลง เพื่อให้มีจำนวนบุคคลากรที่เหมาะสมกับกลยุทธ์ใหม่ของฝ่ายข่าวหลังการปรับโครงสร้าง และการพิจารณาผลการปฏิบัติงานรวมถึงการให้ความร่วมมือกับฝ่ายต่างๆ ของพนักงานในช่วงที่ผ่านมาเป็นสำคัญ

2.บริษัทโดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลได้มีการจัดประชุมกับพนักงานที่มีส่วนได้รับผลกระทบทุกคน เพื่อชี้แจงที่มาที่ไปและหลักเกณฑ์ในการเลิกจ้าง รวมถึงวิสัยทัศน์ต่อการปรับโครงสร้างฝ่ายข่าว โดยเปิดโอกาสให้มีการซักถามข้อสงสัยในระหว่างชี้แจงด้วย ในช่วงวันที่ 9-12 กรกฎาคม 2562 โดยให้มีระยะเวลาในการทำงานถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ซึ่งเป็นการแจ้งล่วงหน้าพร้อมจ่ายค่าชดเชยค่าบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 1 เดือน และแม้สถานีโทรทัศน์ช่อง 13 และ 28 ยังคงออกอากาศจนถึงสิ้นเดือนกันยายน แต่ช่วง 2 เดือนหลังจากนี้การผลิตรายการสำหรับทั้ง 2 ช่อง มีจำนวนที่น้อยลง และไม่ได้ใช้จำนวนพนักงานมากเท่าเดิม

3.บริษัทจะหยุดการออกอากาศสถานีโทรทัศน์ช่อง 13 และ 28 แต่อย่างไรก็ตามการทำงานข่าวเป็นการทำงานที่สนับสนุนกันทั้งหมดทั้งองค์กร จึงอาจมีรายการ ตำแหน่งงาน และ หน่วยงานที่ทับซ้อนกันในบางกรณีจึงทำให้มีการเลิกจ้างการทำงานของช่อง 33 ไป

4.จำนวนพนักงานที่มีการเลิกจ้างในครั้งนี้ มีจำนวน 154 คน ไม่ใช่จำนวน 200 คนตามที่แถลงการณ์ดังกล่าวได้อ้างถึง

5.บริษัทได้พิจารณาค่าชดเชยการเลิกจ้างโดยปฏิบัติตามกฎหมาย โดยมีการให้ค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยเพิ่มเติมจานวนเงินที่มากกว่ากฏหมายกำหนดไว้ เพื่อบรรเทาปัญหาสำหรับพนักงาน นอกจากนี้บริษัทยังมีการจ่ายเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในส่วนของบริษัทเป็นจำนวนเต็มให้กับพนักงานทุกคนในทุกอายุงาน

ขณะเดียวกัน “อริยะ พนมยงค์” กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด(มหาชน) ผู้บริหารช่อง33เอชดี(ช่อง3) ก็ได้ส่งหนังสือถึงพนักงานฝ่ายข่าว โดยระบุใจความสำคัญว่า ปี2561 บริษัทขาดทุน 330 ล้านบาท ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำขณะนี้คือ เร่งพลิกฟื้นผลประกอบการให้เป็นกำไร ด้วยความร่วมมือจากพนักงานทุกคน ซึ่งเรามีเวลาเหลืออีกเพียง 5 เดือนในปีนี้ ดังนั้นต้องร่วมมือกับพลิกฟื้นรายได้อย่างรวดเร็ว

โดยปัจจุบันช่อง3โดดเด่นเรื่องของข่าว ถ้าพิจารณาจากเรตติ้งของรายการข่าวในปัจจุบัน จะพบว่า เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง เรื่องเล่าเช้านี้ เที่ยววันทันเหตุการณ์ เรื่องเด่นเย็นนี้ ข่าว 3มิติ เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ เรื่องเด่นเสาร์อาทิตย์ ถือเป็นรายการที่เรามีเรตติ้งอันดับ 1 อยู่ถึง 4 รายการ และอันดับ 2ในรายการข่าวที่เหลือ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เรายังมีฐานแฟนข่าวที่เหนียวแน่น แม้ขณะนี้เราและคู่แข่งกำลังสูญเสียผู้ชมให้แกับข่าวในโลกดิจิทัล แต่ยังเชื่อมั่นใจในฝ่ายข่าวของช่อง3 ว่าจะสามารถกลับมาสร้างรายได้ให้กับองค์กรได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราต้องทำต่อไป คือ สร้างรายได้จากรายการข่าว รวมทั้งสร้างฐานแฟนข่าว โดยช่อง3 ต้องเป็นสถานีข่าวอันดับ1 ที่ไม่ใช่แค่บนทีวีแต่บนโลกออนไลน์ด้วย

 

  1. “อริยะ พนมยงค์” ส่งสารปลุกเชื่อมั่น พาช่อง3 กลับขึ้นเบอร์1 สถานีข่าวทั้งทีวีและออนไลน์“อริยะ พนมยงค์” ส่งสารปลุกเชื่อมั่น พาช่อง3 กลับขึ้นเบอร์1 สถานีข่าวทั้งทีวีและออนไลน์“อริยะ พนมยงค์” ส่งสารปลุกเชื่อมั่น พาช่อง3 กลับขึ้นเบอร์1 สถานีข่าวทั้งทีวีและออนไลน์
    “อริยะ พนมยงค์” ส่งสารปลุกเชื่อมั่น พาช่อง3 กลับขึ้นเบอร์1 สถานีข่าวทั้งทีวีและออนไลน์

 


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ