โรงไฟฟ้าพลังน้ำไชยะบุรี พร้อมเดินเครื่องเต็มสูบ 29 ต.ค. ส่ง “กฟผ.” 95% เข้าระบบส่งไฟฟ้า “สปป.ลาว” 5%

CKPower พร้อมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี เชิงพาณิชย์ 29 ตุลาคมนี้ ทั้ง 8 หน่วย กำลังการผลิตรวม 1,285 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นไปตามแผนโดยจะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 7,600 ล้านหน่วยต่อปี เบื้องต้น 95% จะขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และอีก 5% จะส่งให้กับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EdL) พร้อมย้ำจุดยืนโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

“โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี” ต้นแบบของโรงไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขงตอนล่าง ซึ่งชาว สปป.ลาว เรียกกันในชื่อ “โรงไฟฟ้าน้ำโขง” ก่อสร้างแบบฝายน้ำล้น ไม่มีการกักเก็บน้ำ หรือเบี่ยงน้ำออกจากแม่น้ำโขง และเป็น 1 โรงไฟฟ้าพลังน้ำที่มีศักยภาพสูงบนแม่น้ำโขงตอนล่าง ภายใต้การบริหารของบริษัทสัญชาติไทย คือ บมจ.ซีเค พาวเวอร์ หรือCKPower มีชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์ว่า “CKP” โดยโครงการดังกล่าวก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 บนแม่น้ำโขงซึ่งมีความยาวข้ามลำน้ำ 820 เมตร ในแขวงไซยะบุรี สปป.ลาว ห่างจากปากแม่น้ำโขงประมาณ 1,900 กิโลเมตร ภายใต้แนวคิด “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

เมื่อเริ่มผลิตไฟฟ้า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะมีระดับน้ำใกล้เคียงกับระดับน้ำสูงสุดในฤดูน้ำหลากตามธรรมชาติ เช่นเดียวกับตอนล่างหรือท้ายน้ำของโครงการ ก็จะมีระดับน้ำปกติซึ่งปลาสามารถวางไข่ และขยายพันธุ์ในลำน้ำโขงเหนือโรงไฟฟ้าได้ตามระบบนิเวศน์เดิม

ล่าสุด CKPower ผู้บริหารงานในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชมความคืบหน้าก่อนจะเดินเครื่องจริงอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ โดยมี “ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์” กรรมการผู้จัดการ “มัณฑนา เอื้อกิจขจร” รองกรรมการผู้จัดการ งานวางแผนธุรกิจ CKPower  และอานุภาพ วงศ์ละคร รองกรรมการผู้จัดการงานเดินเครื่องและบำรุงรักษา บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ให้การต้อนรับพร้อมร่วมพูดคุยถึงความคืบหน้า ก่อนที่จะเป็นไกด์พาคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี

ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ เปิดเผยว่า โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1,285 เมกะวัตต์ และสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุด 7,600 ล้านหน่วยต่อปี ภายในโรงไฟฟ้าจะมีกังหันน้ำผลิตไฟฟ้ารวมทั้งหมด 8 เครื่อง ประกอบด้วย ชุดแรกจำนวน 7 เครื่อง แต่ละเครื่องมีกำลังการผลิต 175 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าส่งผ่านระบบส่งไฟฟ้าขนาด 500 กิโลโวลต์ เพื่อเชื่อมโยงกับระบบสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในท่าลี่ จ.เลย และชุดกังหันน้ำผลิตไฟฟ้าชุดที่สองอีก 1 เครื่อง กำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์ ที่จะผลิตและจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบส่งไฟฟ้าขนาด 115 กิโลโวลต์ใน สปป.ลาว ซึ่งขณะนี้โรงไฟฟ้าผ่านการทดสอบเครื่องผลิตไฟฟ้าทั้ง 7 ชุด ของ กฟผ. ตามเงื่อนในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าครบถ้วนทั้งหมด จนได้รับใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด เรียกได้ว่ามีความพร้อม100% ที่จะต่อเข้าระบบ กฟผ. ขายเชิงพาณิชย์ 29 ตุลาคมนี้

“เราใช้เวลา 12 ปี ย้อนไปปี 2007 ยังไม่มีใครทำโครงการใดๆ ในแม่น้ำโขงตอนล่าง เราเป็นโครงการแรก ภาพตอนที่ยังไม่เริ่มสร้าง จะเห็นว่าเป็นลำน้ำโขงตามธรรมชาติ มีเกาะที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้ง เราเลือกสร้างอยู่บนสันเนิน และให้ความสำคัญกับปลาเป็นพิเศษ ว่าจะผ่านโรงไฟฟ้าของเราอย่างไร ซึ่งตรงนี้เราได้ออกแบบเหมือนธรรมชาติที่สุด ปลาผ่านได้เสมือนเดิม “

“มีการโยกย้ายที่อยู่อาศัยของคนที่อยู่บริเวณหัวงานซึ่งเป็นส่วนที่เป็นโครงสร้างโรงไฟฟ้า โดยมีการจัดสร้างหมู่บ้านให้ใหม่ ทำถนน สร้างโรงเรียน มีระบบไฟฟ้า-ประปา เราทำอย่างยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของคนที่อยู่รอบโรงไฟฟ้า ซึ่งที่เชื่อมกิจกรรมการพัฒนาที่สร้างสรรค์ พัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนควบคู่ไปกับธุรกิจพลังงานสะอาด ภายใต้กรอบแนวคิดที่ว่า Sustainable Power for the Future Generation ซึ่งวันนี้ระหว่างทางจะพบว่า เริ่มมีบ้านคน ซุปเปอร์มาเก็ต สถานีบริการน้ำมันเกิดขึ้น มีความสะดวกสบายขึ้น เพราะเกิดจากมีโครงการเข้ามา มีถนน ซึ่งทำให้มีระบบน้ำ ระบบไฟเข้ามา ความเจริญจึงตามมา และเกิดเป็นเศรษฐกิจท้องถิ่น ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าให้แต่ละครัวเรือนมีรายได้ต่อปีอยู่ที่ประมาณ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐ”

สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ออกแบบตามหลัก เกณฑ์ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ให้มีลักษณะเป็นฝายทดน้ำขนาดใหญ่ ที่ไม่มีการกักเก็บน้ำไว้เลย มวลทั้งหมดของน้ำรวมทั้งตะกอนขนาดต่างๆ สามารถไหลผ่านโครงสร้างโรงไฟฟ้าไปได้ทั้งหมดและแน่นอนว่านั่นหมายถึงการเดินทางของฝูงปลาด้วย

หากไล่ดูตามโครงสร้างของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีตั้งแต่ฝั่ง ช่องทางเดินเรือ (Navigation Lock ) ในทุกๆครั้งที่มีการเปิดประตูน้ำเพื่อให้เรือสัญจรผ่าน ฝูงปลาสามารถเดินทางตามกระแสน้ำไปพร้อมๆ กับการเปิดประตูน้ำให้เรือผ่านไปได้ ผ่านประตูน้ำทั้ง 11 บาน ที่ระดับความลึกต่างกัน โดยเป็นประตูระบายน้ำล้นระดับผิวน้ำ 7 บาน (Surface Spillway) และประตูระบายระดับท้องน้ำ( Low Level Outlet) จำนวน 4 บาน

ในส่วนของโครงสร้างเกาะกลางน้ำ (Intermediate Block) ไล่ไปจนถึงด้านหน้าของโรงไฟฟ้า (Powerhouse) ซึ่งเป็นส่วนผลิตกระแสไฟฟ้า จะมีช่องทางปลาเข้าหลายช่อง (Multi Fish Entrance) สำหรับการเคลื่อนที่ของปลาลงท้ายน้ำ ( Downstream Migration) จากช่องทางปลาเข้าเหนือโรงไฟฟ้า จะนำปลาเข้าสู่บ่อพักปลา(Resting Pool) และค่อยๆ ไหลไปตามกระแสน้ำในช่องทางปล่อยปลาลงท้ายน้ำ (Zigzag Exit Chute) ซึ่งจะส่งให้ปลาไหลไปตามกระแสน้ำได้อย่างละมุนละม่อมโดยมีอัตราการรอดสูง

สำหรับตรงส่วนโรงไฟฟ้า ก็มีโอกาสที่ปลาจะไหลตามกระแสน้ำผ่านกังหันน้ำที่เป็นมิตรต่อปลา (Fish Friendly Turbine) ซึ่งเป็นกังหันน้ำแนวตั้ง ชนิด Kaplan 5 ใบพัด มีรอบในการหมุนช้า และมีช่องว่างระหว่างใบพัดกับผนังท่อน้อยกว่าชนิดอื่น จึงทำให้ปลาสามารถผ่านไปได้โดยเกิดอันตรายน้อยที่สุด

 อานุภาพ วงศ์ละคร รองกรรมการผู้จัดการงานเดินเครื่องและบำรุงรักษา บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด เผยว่า พื้นที่เก็บน้ำมีจำกัด ถ้าน้ำไหลเข้าโครงการมากเกินปริมาณที่ใช้ผลิตไฟฟ้าคือ 5,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ก็จะปล่อยไหลผ่าน กล่าวคือมาเท่าไรปล่อยไปเท่านั้น โดยจะรักษาระดับให้คงที่ตลอดเวลาที่ 275 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล นอกจากนี้ยังมีทางเดินเรือตามข้อกำหนด MRC รวมถึงมีการบริหารจัดการตะกอน ทั้งตะกอนหนัก (3%) และแขวงลอย (97%) ให้สามารถผ่านโรงไฟฟ้าของเราได้ ขณะที่การใช้งานเรือก็สะดวกสบายเหมือนที่ชาวเรือคุ้นเคยตลอดปี ชาวบ้านไม่ต้องคอยหลบสิ่งกีดขวาง เพราะมีช่องทางสัญจรเรือ อย่างเรือขนาดเล็กก็ใช้แทรกเตอร์ลากผ่านจุดโครงการ

“เราปล่อยน้ำสัมพันธ์กับน้ำไหลเข้า จุดแรกปล่อยน้ำไปที่ทางปลาผ่าน 40 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ส่วนที่สองคือผลิตไฟฟ้า โดยส่วนที่เหลือจากการผลิตไฟฟ้าจะปรับใช้กับทางระบายน้ำ เหล่านี้คือองค์ประกอบหลักของการเดินเครื่องของเรา”

ขณะที่ มัณฑนา เอื้อกิจขจร รองกรรมการผู้จัดการ งานวางแผนธุรกิจ CKPower ได้คาดการณ์ว่า หลังเปิดขายจริงเชิงพาณิชย์ จะขายให้ กฟผ. 7000 GWh/year และ Edl 343 GWh/year โดยจะขายในราคา 2 Baht/kWh ซึ่งรายได้ที่จะเกิดขึ้นทั้งปี เบื้องต้นในไตรมาสแรกตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 20% ไตรมาสที่สอง 20% ไตรมาสที่สาม 32% และไตรมาสที่สี่อีก 28% ภายใต้สัญญาสัมปทาน 30 ปี

อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าขณะนี้ “โรงไฟฟ้าไซยะบุรี” ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในโซนหลวงพระบางและไซยะบุรี โดยเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่รับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย ลาว และชาวตะวันตกสายชิลล์ ที่ล่องมาจากทางตอนเหนือของหลวงพระบางมาตามลำน้ำโขงมุ่งหน้าลงใต้ อาจจะมีจุดหมายไปไกลถึงนครหลวงเวียงจันทน์หรือเวียดนาม ได้ต่างบรรจุโปรแกรมการพาชม และล่องผ่านนาวิเกชั่นล็อคของโรงไฟฟ้า เป็นไฮไลต์ของการเดินทางไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว