ความท้าทาย “ซีอีโอ” สมัย 2 “แคท” นิวนอร์มอลบนภารกิจควบรวม

พันเอกสรรพชัย หุวะนันทน์
สัมภาษณ์

นั่งเก้าอี้แม่ทัพ กสท โทรคมนาคม (แคท เทเลคอม) มานานกว่า 5 ปี สำหรับ “สรรพชัย หุวะนันทน์” และกำลังจะต่อสมัยที่ 2 ในห้วงเวลาที่กระบวนการควบรวมกิจการกับ “ทีโอที” ยังเดินหน้าแม้เดิมตามมติ ครม.จะขีดเส้นไว้ที่ ก.ค. จะด้วยสถานการณ์โควิด-19 หรืออะไรก็ตามคงเสร็จไม่ทัน แต่จะสำเร็จไหมและเมื่อไร ดูเหมือนว่าหนึ่งในภารกิจที่ท้าทายยิ่ง หนีไม่พ้นการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือ NT

ในระหว่างทางตลอดหลายปี มีหลายสิ่งที่พยายามผลักดัน และเปลี่ยนแปลง ทำได้แค่ไหน อะไรเป็นปัญหาอุปสรรคสำคัญ และเป้าหมายที่อยากเห็นจากนี้

Q : นั่งบริหารแคทมากี่ปี

ถ้ารวมตอนเป็นบอร์ดด้วยก็ปีที่ 10 แล้ว ตั้งแต่ปี 2554 แต่ถ้านับเฉพาะตอนเป็นซีอีโอ ก็ตั้งแต่ปี 2557

ต้องยอมรับว่าเรายังขาดความคล่องตัว เพราะการเป็นรัฐวิสาหกิจ จึงกำลังหากลไกการทำงาน เช่น สปินออฟบางธุรกิจ จริง ๆ ที่อยากเห็น CAT Telecom หรือ NT ก็ได้เป็นแค่โฮลดิ้ง แล้วโฮลดิ้งนี้จะถือเฉพาะทรัพย์สินที่เป็นของภาครัฐ พวกอินฟราสตรักเจอร์หลัก ๆ เช่น ซับมารีนเคเบิล, ไฟเบอร์ออปติก แต่ธุรกิจที่ต้องออกไปขายควรออกไปเป็นแบบกึ่ง ๆ เอกชนถึงจะแข่งได้

ความยากคือทำอย่างไรพนักงานถึงจะอยากไป ก็คงต้องมีต้นแบบก่อนสัก 1-2 บริษัทที่ออกไปแล้วคนเห็นว่าไปได้ เราจดทะเบียน 3 บริษัท เช่น เอไอ9, บริษัท เนชั่น สเปซ แอนด์ เทคโนโลยี เป็นต้น แพลนไว้ 5 บริษัท ต่อไปใครจะมาเป็นระดับผู้บริหารต้องออกไปเป็นซีอีโอในบริษัทพวกนี้ก่อน

Q : ปรับโครงสร้างองค์กรอีกเมื่อต้นปี

มีการกรุ๊ปปิ้งธุรกิจไปสู่สิ่งที่มองว่าจะเป็น “New S-curve” เรียกว่า สายธุรกิจดิจิทัล มีพวกคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์, ไอที ซีเคียวริตี้, ไอโอที แพลตฟอร์มที่เป็นดิจิทัลเซอร์วิส มาอยู่ด้วยกันทั้งหมด

Q : พอใจกับสิ่งที่ผลักดันแค่ไหน

อยู่มา 5 ปีที่เป็นซีอีโอ พอใจอยู่ 2 ส่วน ตั้งแต่ทำมา 3 เรื่อง เรื่องแรก คือการแก้ไขข้อพิพาทที่ยังไม่มีแวลูเอากลับมาได้ เรื่องข้อพิพาทเสาต่าง ๆ 2. สร้างตรงนี้ให้มีรายได้ระยะยาว เช่น ค่าเช่า ก็ถือว่าโอเค แต่ที่ไม่โอเคคือที่ต้องการทำให้มี “New S-curve”

เพราะปัจจัยหลายอย่าง อย่างบริการคลาวด์กลางภาครัฐ หรือ GDCC เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ดีเลย์ไปปีครึ่ง ถ้าเริ่มตั้งแต่ปี 2560 สมัยนั้น เราเสนอ ครม.บอกว่าใครจะทำคลาวด์ เรามีแซนด์บอกซ์ให้ใช้ ทุกคนก็มาใช้ของเรา พอใช้เสร็จแล้ว ทางกระทรวงดีอีเอสเริ่มเห็นว่าน่าจะบูรณาการ สำนักงบฯก็อยากให้บูรณาการ แต่พอทำแล้วก็ดีเลย์ ปัจจุบันเพิ่งได้บริษัท กว่าจะเริ่มไมเกรชั่นใช้เวลามาก

Q : ทั้งที่มีแต้มต่อจากการที่ภาครัฐมาใช้

ใช่ เราก็ต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยว่าทำได้ เพราะ GDCC มีสัญญากับภาครัฐ 3 ปี ถ้าใน 3 ปีไม่สามารถพรูฟได้ว่าทำมาตรฐานการให้บริการหรือ SLAได้ดี ก็ช่วยไม่ได้แล้ว คลาวด์เซอร์วิส คนเข้ามาใช้แล้วถ้าทำให้ดี ๆ เขาไม่อยากย้ายออก เพราะการไมเกรชั่นยุ่ง หน้าที่เราต้องพรูฟว่า อยู่กับแคทแล้วต้องไปได้

ปัจจุบัน GDCC มีหลายรายอยากมาใช้บริการ เช่น AWS พอมี พ.ร.บ.ข้อมูลฯ เขาก็ต้องมามองภาครัฐเพิ่มขึ้น หน้าที่เราคือ พอมีแต้มต่อแล้วทำได้ดีหรือเปล่า

อีกอันที่อยากทำคือไอทีซีเคียวริตี้กำลังกรูมมิ่งทีมและไปออฟเฟอร์ทำให้กระทรวงดีอีเอสเห็นว่าเราทำได้ เพื่อไปดึงเอางบฯมา รวมถึงเรื่องวิทยุสื่อสาร หรือทรังก์เรดิโอ ทั้งแอลทีอีทรังก์ กับดิจิทัลทรังก์ อยากอินทิเกรตเข้าด้วยกัน ถ้าทำได้ หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยต้องการใช้อยู่แล้ว ทั้งมหาดไทย สาธารณสุข ตำรวจต่าง ๆ จะประหยัดงบฯในภาพรวม

ส่วน National Single Window ก็น่าจะขยายผลต่อได้

Q : ความคืบหน้าการควบรวมกับทีโอที

ในแง่กระบวนการก็ยังเดิน แต่บางงานดีเลย์ด้วยเหตุผลโควิด ที่ยากอีกอย่าง คือเรื่องสภาพการจ้างงาน เช่น แคท มี 1 แบบ ทีโอทีมี 2 แบบ ถ้ารวมกันจะเป็นแบบไหน

Q : ในฐานะซีอีโอสมัย 2 อยากทำอะไร

อยากทำบริษัทลูกที่คนของแคทอยากไปอยู่ อาจให้โอกาสเขาไป 3 ปี ถ้าไม่ไหวกลับมาได้ กำลังหาเมคานิซึ่มว่าจะทำยังไงดี

Q : ธุรกิจมือถือโฟกัสแค่ไหน

ยังโฟกัส เป็นรายได้ 70% ขององค์กร แต่ต้องยอมรับว่าส่วนที่เราทำเองขาดทุน ต่อไปก็คงต้องไปโฟกัส 5G กำลังทำเรื่องเข้าบอร์ดเพื่อทำโครงการเสนอ ครม. โดยบางส่วนเราจะทำเอง บางส่วนร่วมกับพาร์ตเนอร์

มองว่า5G น่าจะเป็นโอกาส แต่อย่างที่บอก เราไม่ทำคนเดียว กำลังดูพาร์ตเนอร์ มีหลายส่วน ทั้งส่วนเน็ตเวิร์ก การตลาด และส่วนของตัวที่เป็นเสาโทรคมนาคม

Q : ผลประกอบการปีนี้

ครึ่งปีแรกยังเป็นบวกอยู่ โควิดกระทบแต่น่าจะเห็นในไตรมาสหลัง เดิมเราตั้งเป้าว่าปีนี้จะมีกำไรประมาณ 500 ล้านบาท แต่แผนใหม่คงเป็นขาดทุน ก็กำลังหาอื่น ๆ มาทำเพื่อไม่ให้ขาดทุน

ปีนี้ รายได้เราต่ำกว่าแผน แต่รายจ่ายต่ำกว่าแผนมาก สิ่งที่ต้องทำครึ่งปีหลัง คือพยายามให้ขาดทุนน้อยที่สุด อย่างคลาวด์ เราจะมีรายได้เข้ามา เดือนละ 100 ล้านบาท ปีนี้ก็น่าจะได้สัก 500 ล้าน

Q : จุดแข็งของแคท

ความเป็นรัฐวิสาหกิจ ถ้าทำดี ๆ แยกเลเวลได้ อันไหนเป็นจุดแข็งก็เป็น ที่เหลือก็ใช้บริษัทลูกทำ รับงานมาส่งต่อลูก แต่ลูกต้องเป็นของเรา ไม่ใช่ใครก็ไม่รู้มารับงานต่อ

เราต้องทำเอง ในอดีตการร่วมลงทุนเป็นแพสซีฟ แชร์โฮลดิ้ง ให้แต่เงินไปแล้วขายแข่งกับเราด้วย แต่จากนี้ต้องเป็นแอ็กทีฟแชร์โฮลเดอร์ คือเราถือหุ้นเท่าไรก็ได้ 25% ไม่เกิน 50% แต่ต้องมีคนของเราเข้าไปอยู่และซิงโครไนซ์กับบริษัทแม่ด้วย

Q : บทเรียนจากโควิด

มองเป็นบวก ได้เห็นได้เรียนรู้การทำงานโดยใช้ดิจิทัลบังคับโดยปริยาย จากเดิมใช้คอนเฟอเรนซ์ติดขัด เรา WFH 70% การประชุมต่าง ๆ ได้เรียนรู้วิธีการทำงานแบบใหม่เยอะ พยายามให้นโยบายว่าทำยังไงให้ประชุมน้อยที่สุด และใช้ดิจิทัลมากขึ้น

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ