ยุโรปยกระดับมาตรการสกัดโควิด-19 หลังยอดติดเชื้อพุ่งต่อเนื่อง

หลายประเทศเพิ่มความเข้มงวดของการเว้นระยะห่าง พร้อมจำกัดสิทธิของผู้ที่ไม่ยอมฉีดวัคซีน ในขณะที่บางประเทศยอมกลับไปล็อกดาวน์อีกครั้ง

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ฝรั่งเศส อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สโลวะเกีย ต่างเดินหน้าเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการสกัดการระบาด และการฉีดวัคซีนให้มากขึ้นหลังเผชิญกับการระบาดระลอกใหม่

เพิ่มเข้มเว้นระยะห่าง

โดยฝรั่งเศสเตรียมเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการเว้นระยะห่าง การตรวจบัตร Health Pass ในการเข้าสถานที่หรือร่วมกิจกรรม พร้อมเร่งสปีดแคมเปญฉีดวัคซีนบูสเตอร์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น หลังมีแนวโน้มว่าการระบาดจะขยายวงกว้างขึ้นจนตัวเลขผู้ติดเชื้อรายสัปดาห์จะเกิน 200 คนต่อประชากร 1 แสนคนในอีก 1-2 วัน และอาจทำให้เตียงในสถานพยาบาลเต็มจนล้น

“แกเบรียน แอททอล” โฆษกของรัฐบาลฝรั่งเศสกล่าวว่า เป้าหมายหลักของการสกัดการระบาดในครั้งนี้ คือ ทำให้ชาวฝรั่งเศสสามารถผ่านฤดูหนาว พร้อมกับมีความสุขกับเทศกาลปลายปีได้อย่างปกติสุขมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

บาร์-ร้านอาหารปิด 2 ทุ่ม

ไปในทิศทางเดียวกับเนเธอร์แลนด์ ที่เตรียมประกาศมาตรการสกัดการระบาดรอบใหม่ในวันศุกร์ที่ 26 พ.ย.นี้ หลังเมื่อวันพุธจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำสถิติสูงสุดที่ 23,709 คน และจำนวนผู้ติดเชื้อในสัปดาห์ที่ผ่านมาสูงกว่าสัปดาห์ก่อนหน้าถึง 40%


“ฮูโก้ เดอ ยองเญ่” รมว.สาธารณสุข ระบุในจดหมายถึงรัฐสภาว่า ตัวเลขผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสูงกว่าที่ประเมินไว้และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง แม้ก่อนหน้านี้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์เริ่มทยอยนำมาตรการต่าง ๆ กลับมาใช้ อาทิ การใส่หน้ากาก และให้บาร์-ร้านอาหารปิดในเวลา 2 ทุ่ม ทั้งที่เพิ่งผ่อนคลายมาตรการเว้นระยะห่างไปเมื่อปลายเดือนกันยายน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเนเธอร์แลนด์คงต้องคิดหนักในการนำมาตรการใด ๆ มาใช้ เนื่องจากเพียงแค่มีกระแสข่าวของการจำกัดไม่ให้ผู้ไม่ฉีดวัคซีนหรือฉีดไม่ครบโดส เข้าไปยังสถานที่ต่าง ๆ ก็ทำให้เกิดความไม่พอใจจนกลายเป็นเหตุจราจลนาน 3 วันเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

บังคับฉีดวัคซีน

แต่แม้จะมีเหตุการณ์ดังกล่าวใน เนเธอร์แลนด์ แต่อิตาลีก็เตรียมเพิ่มความเข้มงวดกับผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ด้วยการจำกัดไม่ให้เข้าถึงบริการและสถานที่ต่าง ๆ เช่น โรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร สนามแข่งขันกีฬา แม้จะมีผลตรวจเป็นลบใน 48 ชั่วโมงก่อนหน้าอยู่แล้วก็ตาม

รวมถึงขยายขอบเขตการบังคับให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องรับวัคซีน โดยนอกจากเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขแล้ว ตั้งแต่ 15 ธ.ค. จะเพิ่มครูและบุคลากรในโรงเรียน ตำรวจและทหารเข้าไปด้วย ขณะเดียวกัน จะเปิดให้ชาวอิตาลีอายุ 18 ปีขึ้นไปสามารถรับวัคซีนบูสเตอร์โดสได้แล้ว จากเดิมที่ให้ใช้เฉพาะในกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไปเท่านั้น

“มาริโอ ดรากี” นายกรัฐมนตรีของอิตาลีย้ำว่า การรับมือการระบาดระลอกใหม่นี้จะต้องทำอย่างรอบคอบที่สุด เพื่อไม่ให้ความสำเร็จในการสกัดการระบาดที่ผ่านมาต้องสูญเปล่า

กัดฟันล็อกดาวน์

ในขณะที่หลายประเทศพยายามยื้อสถานการณ์ด้วยมาตรการแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่สโลวะเกียประกาศล็อกดาวน์ 2 สัปดาห์ หลังจำนวนผู้ป่วยรายวันเพิ่มเป็น 10,000 ราย สูงที่สุดนับตั้งแต่มีการระบาดมา และหากเทียบตามสัดส่วนประชากรจะถือเป็นการระบาดเร็วที่สุดในโลก ในขณะที่เตียงในโรงพยาบาลใกล้จะเต็ม แต่จำนวนผู้รับวัคซีนยังคงต่ำกว่าเป้ามาก โดยจากประชากร 5.5 ล้านคน มีผู้รับวัคซีนครบโดสไม่ถึง 50%

โดยเมื่อต้นสัปดาห์ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันอย่างออสเตรีย ได้ประกาศล็อกดาวน์นาน 10 วันไปก่อนหน้าแล้ว เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ