กทม.-ศธ. ผุดโปรเจ็กต์ “พาน้องกลับมาเรียน” ดึงเด็ก 2.3 แสนรายกลับเข้าเรียน

ภาพจาก : กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

กทม.-กระทรวงศึกษาฯผุด “พาน้องกลับมาเรียน” ดึงเด็กหลุดจากระบบกลับมาเรียน เผย 2 เดือนดึงเด็กกลับมาเรียนแล้ว 1.2 แสนราย

วันที่ 17 มกราคม 2565 นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการส่งเสริมโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา “พาน้องกลับมาเรียน” ระหว่าง 3 หน่วยงานหลักของกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมด้วย 11 พันธมิตร เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

สำหรับโครงการส่งเสริมโอกาสความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา “พาน้องกลับมาเรียน” เป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล “จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ที่ให้ความสำคัญกับคนทุกกลุ่มและเพื่อให้คนไทยทุกคนได้รับประโยชน์ในทุกด้านอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค

โดยกระทรวงศึกษาธิการได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องให้การศึกษากับเด็กนักเรียนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ผ่านมาและที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันทำให้เด็กจำนวนมากหลุดออกจากระบบการศึกษาภาคบังคับ การศึกษาระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และการศึกษาตามอัธยาศัย

กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ดำเนินการติดตามนักเรียนนำกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหลังจากที่หลุดจากระบบไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา ด้วยการสร้างความร่วมมือของแต่ละหน่วยงานและการติดตามผลจากดำเนินการตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางที่เกิดจากการร่วมมือกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าตัวเลขเด็กหลุดจากระบบการศึกษาต้องเป็นศูนย์

ทั้งนี้ จากสถิติจำนวนนักเรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาปี 2564 แบ่งตามสังกัด ได้แก่ สังกัด สพฐ. จำนวน 78,003 คน สังกัด สป. จำนวน 50,592 คน สังกัด สอศ. จำนวน 55,599 คน และผู้พิการในวัยเรียน สังกัด พม. จำนวน 54,513 คน รวมแล้วมีนักเรียนหลุดจากระบบการศึกษามากถึง 238,707 คน

ซึ่งหลังจากดำเนินการเชิงรุกตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา สามารถตามนักเรียนกลับมาเรียนได้ 127,952 ราย ยังมีเด็กที่หลุดจากระบบ 110,755 ราย กระทรวงศึกษาธิการ จึงมีการพัฒนาเครื่องมือติดตามนักเรียนเหล่านี้ด้วยแอปพลิเคชันที่ชื่อ “ตามน้องกลับมาเรียน” เพื่อให้เกิดการทำงานที่สะดวกรวดเร็วและยังสามารถเก็บเป็นฐานข้อมูลของปัญหาที่เกิดกับแต่ละครอบครัวได้อย่างละเอียดและจะใช้เป็นแนวทางในการให้ความช่วยเหลืออย่างตรงจุดกับทุกคนทุกกรณีต่อไป



เบื้องต้นจะให้โรงเรียนต้นสังกัดติดตามนักเรียนก่อน จากนั้นกระทรวงศึกษาธิการ จะเข้าช่วยเหลือและสนับสนุนให้กลับเข้าสู่สถานศึกษาที่เหมาะสมตามบริบทของแต่ละกรณี แต่หากโรงเรียนต้นสังกัดติดตามไม่ได้ก็จะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรที่ได้มีการทำ MOU ในวันนี้ ให้ช่วยติดตามเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนให้กลับเข้าสู่สถานศึกษาที่เหมาะสมต่อไป เพื่อให้เด็กไทยได้กลับมามีโอกาสที่ดีทางการศีกษา

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ