จาก ฟอร์เร็กซ์ ถึง คริปโต

คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สันติ จิรพรพินิต

คดี “FOREX 3D” กลับมาเป็นที่สนใจอีกครา เมื่อเจ้าหน้าที่เริ่มดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องชุดต่อ ๆ มา โดยเฉพาะล่าสุดเป็นดาราและคนดังในวงการบันเทิง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ดูแลคดีนี้ระบุว่าเป็นลักษณะแชร์ลูกโซ่ คือนำเงินของเหยื่อรายใหม่มาจ่ายให้คนเก่า วนไปเรื่อย ๆ หรือหว่านล้อมให้ผู้ที่เคยลงทุนไปแล้วเพิ่มวงเงินลงทุนมากขึ้น เพื่อแลกกับผลตอบแทนที่จะได้

กรณีนี้ไม่ต่างจากแชร์ลูกโซ่อื่น ๆ ที่เป็นข่าวมาหลายสิบปี เพียงแต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ

แต่หลัก ๆ ใช้ความโลภ ของคนเป็นสิ่งชักจูง

FOREX 3D ก็เช่นกันอ้างว่านำเงินลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลต่าง ๆ (Forex) การันตีรายได้กลับคืนมาสูง 60-80%

อีกทั้งอ้างว่ารับประกันเงินต้น 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ขาดทุนแน่ ๆ

สิ่งที่เหนือชั้นขึ้นไปอีกไม่พ้นการใช้บุคคลมีชื่อเสียง อาทิ ดารา นักร้อง มาเป็นแม่เหล็กดึงดูดประชาชน

เพราะตามปกติแล้วดารา-นักร้อง ที่ได้รับความชื่นชอบจากประชาชน มักมีความน่าเชื่อถือมากกว่าบุคคลทั่วไป

จากข้อมูลพบว่าแชร์วงนี้หว่านล้อมคนดังมาลงทุน โดยให้ส่วนลดพิเศษ เช่น ลงทุน 1 ล้านบาท แต่อาจจ่ายจริงเพียงไม่กี่แสนบาท แลกกับการนำชื่อเสียงมาโปรโมต เพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงเชื่อว่าแม้แต่คนดังยังสนใจธุรกิจนี้

เบื้องต้นดีเอสไอพบผู้เสียหายหลายพันคน วงเงินนับพันล้านบาท

Advertisement

สำหรับคนบางส่วนอาจเป็นเรื่องเข้าใจยาก ว่าเหตุใดผ่านมาหลายสิบปี มีตัวอย่างให้เห็นมาโดยตลอด

ทำไมยังมีคนหลงเชื่อ นำเงินไปลงทุนกับธุรกิจลักษณะที่อ้างว่าให้ผลตอบแทนมากผิดปกติ

เพราะแทบทุกปีมักเกิดการหลอกลวงลักษณะนี้ ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง คละเคล้ากันไป

คิดง่าย ๆ ไม่ต้องซับซ้อน หากกำไรมันดีขนาดนั้น แถมการันตีเงินต้นไม่เสียหายด้วย ใครจะเปิดโอกาสให้คนอื่นรวย สู้ลงทุนเองทั้งหมด ขายบ้าน ขายรถ กู้ยืมเงินมาไม่ดีกว่าหรือ

ผลตอบแทนระดับ 60-80% ของเงินลงทุน อย่าว่าแต่กู้ผ่านสถาบันการเงินเลย กู้นอกระบบยังได้กำไรสบาย ๆ

แต่เหยื่ออาจไม่ทันคิดรอบคอบ หรืออาจเชื่อถือในตัวบุคคลที่มาชักชวน จนสุดท้ายจึงเกิดเรื่องขึ้น

ที่น่าเศร้าคือหากใครไม่ทันสำเหนียก ถึงขั้นนำเงินเก็บหรือเงินออมในอนาคตมาลงทุนชนิดทุ่มหมดตัว หวังรวยในเวลาสั้น ๆ ยิ่งเสียหายหนักขึ้น

คล้ายกับกรณีเหรียญ “คริปโตเคอร์เรนซี” การลงทุนที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่

คนจำนวนหนึ่งออกมาป่าวประกาศว่าทำกำไรหลายร้อย หรือหลายพันเปอร์เซ็นต์ในเวลาสั้น ๆ

ถามว่าจริงไหม จริงในบางส่วน และบางช่วงเวลา

อยู่ที่ว่าใครข้อมูลดีพอ มีความแม่นยำว่าจะเข้า-ออกตลาดจังหวะไหน

อย่างไรก็ตาม มีคนจำนวนมากที่เก็งผิดพลาด ทั้งติดดอย หรือจู่ ๆ เจ้าของเหรียญเททิ้งดื้อ ๆ

ไม่เพียงเท่านั้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ตลาดคริปโตปั่นป่วนไม่น้อยเมื่อบริษัทโบรกเกอร์ หรือเอ็กซ์เชนจ์ ที่เปิดกระดานเทรด พากันเกิดปัญหา ทำให้ลูกค้าใจตุ๊ม ๆ ต้อม ๆ ว่าเงินที่ลงไปจะได้คืนครบจำนวนหรือไม่

จึงมีคำเตือนของผู้นิยมเล่นเหรียญคริปโตว่า ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนเข้าวงการนี้ เพราะมีความผันผวนสูงมาก

ที่สำคัญการลงทุนควรเป็นเงินเย็น ๆ หรือเป็นเงินที่พร้อมเสียหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

เหมือนโยนเงินทิ้งน้ำ หากโชคดีได้กำไรก็แล้วไป แต่ถ้าไม่เป็นอย่างที่คิดถือว่าซื้อบทเรียน

กระนั้นเมื่อเห็นบางคนได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ โชว์ความร่ำรวยผ่านโซเชียลต่าง ๆ มีคนจำนวนไม่น้อยอดใจไม่ไหวทุ่มเงินเกินตัว เมื่อเกิดปัญหาจึงแทบเอาเท้าก่ายหน้าผาก

คำโบราณว่าไว้ “โลภมาก ลาภหาย”

ยังทันสมัยอยู่เสมอ