อิสราเอลบนเวที COP27 นวัตกรรมแก้วิกฤตสภาพภูมิอากาศ

อิสราเอล
คอลัมน์ : นอกรอบ
ผู้เขียน : ออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย

ปี 2565 นี้ เห็นได้ชัดเจนว่าเรากำลังเผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ที่นับวันจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น ขณะที่เขียนบทความนี้ ผู้นำทั่วโลก ผู้แทนจากรัฐบาลและภาคเอกชน รวมถึงนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญหลายร้อยคน มารวมตัวกันในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 27 (COP27) ที่จัดขึ้น ณ เมืองชาร์ม เอล เชค สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ เพื่อหารือรายละเอียดความร่วมมือ และกำหนดทิศทางการดำเนินงานร่วมกันเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

อิสราเอลเองก็ส่งผู้แทนคณะใหญ่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย และยังเป็นครั้งแรกที่อิสราเอลเปิดอาคารแสดงนิทรรศการว่าด้วยนวัตกรรมและการแก้ไขวิกฤตสภาพภูมิอากาศ มีการจัดแสดงนวัตกรรมที่เน้นด้านระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม โดยอิสราเอลมุ่งมั่นจะแก้ไขปัญหาระดับโลกนี้อย่างจริงจัง ทั้งด้วยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เพื่อรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

ปีที่แล้ว อิสราเอลประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างน้อยร้อยละ 85 ภายใน พ.ศ. 2593 ซึ่งจะเริ่มจากการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ร้อยละ 27 ภายใน พ.ศ. 2573 ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยเองก็มีเป้าหมายที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ร้อยละ 20-25 ภายใน พ.ศ. 2593

Advertisement

และเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้แก้ไขให้เป็น ภายใน พ.ศ. 2568 ซึ่งจะเร็วขึ้นอีก 5 ปี เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้นี้ อิสราเอลได้คิดค้นการแก้ไขอย่างสร้างสรรค์ และได้เริ่มขั้นตอนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เช่น การลงทุนในภาคส่วนต่าง ๆ รวมทั้งอุตสาหกรรมรถไฟฟ้า เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ ฯลฯ

ประเทศอิสราเอลมีชื่อเสียงเรื่องความก้าวหน้าของการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการจัดการน้ำ เทคโนโลยีการเกษตรและเทคโนโลยีอาหาร ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมโปรตีนทางเลือกก็เป็นนวัตกรรมที่น่าทึ่งล่าสุดของอิสราเอล ที่นอกจากจะช่วยลดการทารุณกรรมสัตว์แล้ว ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการผลิตอาหาประเภทเนื้อ นม และไข่ ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ซึ่งใช้กระบวนการที่แทบจะไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเลย

ยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการเช่นนี้ยังช่วยให้สามารถนำที่ดินเพื่อการปศุสัตว์ไปใช้ในการเพาปลูก อันส่งผลให้เกิดการฟื้นฟูของระบบนิเวศและเพิ่มพื้นที่ป่าภายในประเทศ

Advertisement

อิสราเอลมีบริษัทเกิดใหม่ (สตาร์ตอัพ) ที่นอกจากจะใส่ใจสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดนิ่ง ในขณะที่ประเทศไทยก็มีกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่จำนวนมาก จึงจะเป็นการจับคู่กันอย่างเหมาะเจาะ เมื่อ พ.ศ. 2562 บริษัท ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหารทะเลรายใหญ่ของโลก ได้ประกาศการลงทุนครั้งแรกกับ ฟลายอิ้ง สปาร์ค (Flying Spark) ซึ่งเป็นสตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีอาหารของอิสราเอล เพื่อผลิตโปรตีนทางเลือกคุณภาพสูง ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดจำนวนขยะลงเหลือเกือบศูนย์

ฟลายอิ้ง สปาร์ค ใช้ตัวอ่อนแมลงที่กินผลไม้เป็นอาหาร และใช้เทคโนโลยีที่ต้องการน้ำและพื้นที่น้อย ทำให้การปล่อยก๊าซมีเทนเป็นศูนย์ ทั้งยังปราศจากการใช้ฮอร์โมนหรือสารเคมี ทำให้การผลิตเพาะเลี้ยงทำได้ง่าย มีต้นทุนต่ำ และช่วยลดขยะลงเหลือเกือบศูนย์

และเมื่อต้นปีนี้เอง บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) หนึ่งในบรรดาบริษัทขนาดใหญ่ชั้นนำของโลกที่ดำเนินธุรกิจผลิตอาหารและสินค้าเกษตร ประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรกับฟิวเจอร์มีทเทคโนโลยีส์ (Future Meat Technologies) ซึ่งเป็นทั้งบริษัทสตาร์ตอัพแนวหน้าของอิสราเอลที่โดดเด่นด้านเทคโนโลยีเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง ทั้งยังเป็นผู้ผลิตรายแรก ๆ ของโลกที่พัฒนาการเพาะเลี้ยงเซลล์เนื้อเยื่อจากสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นไก่ แกะ หมู และเนื้อวัว โดยไม่มีการดัดแปลงพันธุกรรม ในขณะเดียวกันก็คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตามที่ได้กล่าวมาแล้ว

Advertisement

อิสราเอลมีนวัตกรรมต่าง ๆ ที่จะแบ่งปันและช่วยแก้ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล เทคโนโลยีบำบัดน้ำเสีย ระบบการชลประทานอัจฉริยะ พืชตัดแต่งพันธุกรรม การผลิตและจัดเก็บพลังงานสะอาด โปรตีนทางเลือก เหล่านี้ล้วนโดดเด่นและตอบโจทย์ประชาคมโลกที่กำลังต้องการโปรตีนคุณภาพดี ในขณะที่ทรัพยากรต่าง ๆ กลับลดน้อยลงเรื่อย ๆ เทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยปกป้องโลกของเรา ทั้งยังเป็นหนทางเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร น้ำ และพลังงานของโลกด้วย

การเอาชนะวิกฤตภูมิอากาศ เราต้องมีหนทางแก้ไขที่ปฏิบัติได้จริงและเหมาะสม เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลก ความร่วมมือกันทางนวัตกรรมที่เกี่ยวกับภูมิอากาศเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง นอกจากจะให้โอกาสสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอันจะนำมาซึ่งประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติ อากาศ และความหลากหลายของระบบนิเวศ COP27 เป็นเวทีที่นานาประเทศมาให้คำมั่นสัญญา ว่าจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันสร้างอนาคตที่ดีขึ้นให้ลูกหลานของเรา ในนามของมวลมนุษยชาติ ขออวยพรให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านประสบผลสำเร็จร่วมกัน