ปี’67 มังกรฟาดหาง

ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ-ศุภวฒิ สายเชื้อ
ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ-ศุภวฒิ สายเชื้อ
คอลัมน์​ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

เริ่มต้นปีใหม่ 2567 ทุกคนคงได้รับคำอวยพรให้เป็นปีที่ดี ๆ เป็นปีมังกรทอง ที่ทำกิจการงานสิ่งใดให้เจริญรุ่งเรือง

แต่ขณะที่เศรษฐกิจโลกกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะชะลอตัว ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าปีนี้จะเป็นปีแห่งการลงจอดของเศรษฐกิจโลก โออีซีดี คาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2567 จะชะลอตัวลงเหลือ 2.7% ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐ ปีนี้จะขยายตัวเพียง 1.5%ไ

แล้วเศรษฐกิจไทยจะเป็นปีมังกรทองได้จริงหรือ โดยสภาพัฒน์คาดการณ์ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2567 จะขยายตัวที่ 3.2% จากปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวที่ 2.5% สอดคล้องกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่คาดการณ์จีดีพีปี 2567 อยู่ในกรอบ 3.2% เรียกว่าเป็นการฟื้นตัวแบบช้าๆหลังโควิด-19

จากปัจจัยสำคัญ 1. การกลับมาขยายตัวของการส่งออก 2. การขยายตัวในเกณฑ์ดีของการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน และ 3. การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ดีสำหรับประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจ อาจไม่ได้รู้สึกว่า “เศรษฐกิจดีขึ้น” อย่างที่สภาพัฒน์หรือแบงก์ชาติประเมิน

เรื่องนี้ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อธิบายว่า คนส่วนใหญ่ยังรู้สึกว่า “เศรษฐกิจไม่ดี” เพราะที่ผ่านมา ความมั่งคั่งของประชาชน ถูกบั่นทอนไปจากปัญหาโควิด-19 ที่ไทยเจอค่อนข้างหนัก รายได้ประชาชนหายไป ความมั่งคั่งที่สะสมมาหายไป ดังนั้นแม้ว่าตอนนี้เศรษฐกิจจะทยอยฟื้นตัว แต่เทียบกับ “กรรมเก่า” ปัญหาที่สะสมมาในช่วงโควิดมีเยอะกว่า ทั้งหนี้ก็เพิ่มขึ้น จนทำให้หนี้ครัวเรือนปัจจุบันอยู่ที่กว่า 90% ของจีดีพี

และหนี้ที่เพิ่มขึ้นนี่แหละคือปัญหาใหญ่ของทั้งภาคครัวเรือนและธุรกิจ ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงจากที่ ธปท.ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจาก 0.50% มาอยู่ที่ 2.50% ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 10 ปี

โดยช่วงปลายปีที่ผ่านมาได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ในแวดวงธุรกิจการเงิน ให้คำแนะนำสำหรับปีมังกรว่า ขณะที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างช้า ๆ เศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว ปีนี้ไม่น่าจะเป็นปีที่ดี และสิ่งสำคัญที่ต้องพึงระวังก็คือ “การเป็นหนี้” เพราะอัตราดอกเบี้ยจะยังยืนอยู่ในระดับสูง

ธุรกิจที่มีภาระหนี้สูงในภาวะดอกเบี้ยสูงแบบนี้ความเสี่ยงก็สูงขึ้น และปี 2567 แบงก์จะมีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นกับสถานะของสินเชื่อ หรือลูกหนี้ทั้งหลาย เพราะมองว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิด “หนี้เสีย” หรือเอ็นพีแอล เร่งตัวขึ้น

ฟังแบบนี้แล้วความหวังของการเป็น “ปีมังกรทอง” ช่างห่างไกล

ขณะที่ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทรให้สัมภาษณ์ในรายการ Money Chat มองว่า เศรษฐกิจไทยอาจต้องหวังพึ่งพาภาคท่องเที่ยวเป็นหลักไปอีก 3 ปี เพราะภาคส่งออก อีกเครื่องยนต์หลัก ก็อาจจะเจอสถานการณ์ยากลำบาก โดยเฉพาะหลังจากจีน เผชิญปัญหาวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ลุกลามไปยังธุรกิจธนาคารเงา ทำให้จีนต้องหาเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่มาแทนอสังหาฯ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนในช่วงที่ผ่านมา

โดย ดร.ศุภวุฒิ มองว่า จีนจะหันไปใช้เครื่องยนต์ของภาคการผลิตอุตสาหกรรม เพื่อการส่งออกให้เป็น engine of growth ของเศรษฐกิจจีนอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังปัญหาเรื่องสินค้าจีนทะลักออกมาตีตลาดในภูมิภาคจะรุนแรงมากขึ้น แล้วผู้ส่งออกไทยจะแข่งขันหรือสู้ไหวหรือไม่

ทั้งนี้ปีที่ผ่านมาทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลหาแนวทางป้องกันสินค้าจีนที่เข้ามาทุ่มตลาดในไทยเพิ่มขึ้นจนกระทบต่อภาคการผลิตของไทย ซึ่ง ส.อ.ท.ระบุว่าปัจจุบันมีกว่า 20 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากสินค้าจีน

และไม่ใช่แค่ตลาดในประเทศที่ได้รับผลกระทบ ตลาดส่งออกของไทยก็จะถูกแย่งชิงไปด้วย โดย 11เดือนแรกปี 2566 ที่ผ่านมาตัวเลขส่งออกของไทยอยู่ที่ 261,770.3 ล้านเหรียญสหรัฐหดตัว 1.5%


ดังนั้นปี 2567 ที่หลายคนอยากให้เป็นปีมังกรทอง แต่ท้ายที่สุดถ้าไม่เตรียมรับมือให้ดี อาจกลายเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยถูกมังกรฟาดหางก็เป็นได้