ยุคตื่นลิเทียม

ลิเทียม
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

กลายเป็นเรื่องแตกตื่นกันทั้งประเทศ เมื่อกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เผยแพร่ข่าวการพบ แหล่งแร่ลิเทียม ที่มีศักยภาพ 2 แหล่ง ได้แก่ แหล่งเรืองเกียรติ กับแหล่งบางอีตุ้ม ที่ ต.ท่าอยู่ อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา โดยแหล่งลิเทียมดังกล่าวถูกสำรวจโดยบริษัท สยามโลหะอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผู้ได้รับอาชญาบัตรพิเศษในการสำรวจแร่จำนวน 3 แปลง มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยแหล่งแร่ลิเทียมในบริเวณนี้มีการแจ้งปริมาณสำรองไว้ที่ 14.8 ล้านตัน ในเกรดลิเทียมออกไซด์เฉลี่ย 0.45%

โดยปริมาณสำรอง 14.8 ล้านตัน นี่เองที่เป็นบ่อเกิดของความตื่นลิเทียมเหมือนกับยุคตื่นทองกันไปทั่วประเทศ ด้วยเหตุผลที่ว่า แร่ลิเทียมเป็นแร่หายากมีราคาแพง พบเพียงไม่กี่ประเทศในโลกนี้ ประกอบกับแร่ลิเทียมเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า หรือที่เรียกกันว่า แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ซึ่งใช้กันอยู่ในรถยนต์อีวีปัจจุบันนี้

ขณะที่รัฐบาลเองก็ได้ตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานในการผลิตรถยนต์อีวีและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลกด้วยมีการออกมาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 อยู่ในขณะนี้ ก็ยิ่งเป็นการโหมกระพือความตื่นลิเทียมที่ค้นพบแหล่งกันยกใหญ่

ในขณะที่ผู้คนในรัฐบาลเองได้มุ่งแต่เฉพาะการแจ้ง “ข่าวดี” ในการพบแหล่งลิเทียม โดยไม่ได้ทำความเข้าใจในสาระสำคัญว่า แหล่งลิเทียมแจ้งพบที่ตัวเลข 14.8 ล้านตันนั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นเพียงปริมาณสำรองทางธรณี หรือ Mineral Resource ไม่ใช่ปริมาณสำรองแร่ลิเทียม ประกอบกับตัวเลขการมีปริมาณสำรองทางธรณีเป็นอันดับ 3 ของโลกที่ตื่นเต้นกันนั้นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญมากมายนัก เนื่องจากการสำรวจปริมาณสำรองทางธรณีจะมีการเปลี่ยนแปลงอันดับกันอยู่เสมอ ๆ เมื่อพบแหล่งแร่ใหม่ ๆ วันนี้ปริมาณสำรองอาจเป็นอันดับ 3 แต่อีกไม่กี่วันเมื่อมีการสำรวจพบแหล่งใหม่ ๆ อันดับก็อาจจะเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้

นับเป็นเรื่องดีที่ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้รีบออกมาทำความเข้าใจถึงการพบแหล่งลิเทียมที่มีศักยภาพ ไม่ใช่ปริมาณสำรองแร่ลิเทียม พร้อมกับเร่งอธิบายถึงความมีศักยภาพของแหล่งแร่ลิเทียมที่ค้นพบ อันเป็นโอกาสของประเทศที่จะมีการ “ต่อยอด” นำแร่ลิเทียมมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน แต่กระบวนการที่จะออกประทานบัตรทำเหมืองแร่ลิเทียม โรงสกัดแยกแร่ กระบวนการให้ได้มาซึ่ง ลิเทียมคาร์บอเนต เพื่อจะนำมาผลิตเป็นแบตเตอรี่รถอีวี ยังอีกยาวไกลและต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล


ในชั้นนี้จึงนับเป็นเพียงก้าวแรกหรือต้นน้ำของการผลิตแบตเตอรี่อีวีจากแร่ลิเทียม ที่จะต้องรอนักลงทุนขอประทานบัตรในการทำเหมืองแร่ นักลงทุนที่จะทำโรงสกัดแร่และกระบวนการทำให้เป็น ลิเทียมคาร์บอเนต และนักลงทุนที่จะตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียม โดยรัฐบาลมีหน้าที่ให้การสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดขึ้นเท่านั้น