จุดไฟแห่งการพัฒนา “การเงินไทย” รับปีมังกรไม้

การเงิน
คอลัมน์ : ร่วมด้วยช่วยคิด
ผู้เขียน : ดร.นครินทร์ อมเรศ 
ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างองค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์

ขอสวัสดีปีใหม่พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนทุกท่าน ตามหลักห้าธาตุแล้ว ปีนี้เป็นปีมังกรไม้ แสดงถึงการเติบโต ก้าวหน้า มีชีวิตชีวา และรุ่งเรือง โดยไม้เป็นธาตุที่จะส่งเสริมให้เกิดธาตุไฟ ซึ่งเป็นสัญญะแห่งความงอกงามและเบ่งบาน

จึงขอตั้งชื่อบทความให้เป็นมงคลถึงการจุดประกายไฟในการพัฒนาเศรษฐกิจ ด้วยแรงส่งจากมังกรไม้การเงินไทย โดยประมวลข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากการศึกษานัยของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในภาคการเงินที่มีต่อเศรษฐกิจไทย ที่นำไปเสวนาในหลายโอกาส ทั้งงานสัมมนาวิชาการด้านตลาดทุนประจำปี 2566 ของ ก.ล.ต. เวทีเสวนาสาธารณะการเปลี่ยนสู่ดิจิทัลในภาคการเงินและสถาบันการเงินของ ASEAN+4 และการประชุมกลุ่มย่อยของ สดช. และ TDRI มาเล่าสู่กันฟังดังนี้

1.สร้างภูมิคุ้มกันในการใช้และให้บริการทางการเงิน

การทำงานเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทั้งในส่วนของผู้ใช้บริการทางการเงิน และผู้ให้บริการทางการเงิน รวมถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและเข้มข้น โดยใช้งานระบบ Central Fraud Registry เป็นโครงสร้างพื้นฐานกลาง ให้ผู้ปฏิบัติและผู้ดำเนินนโยบายสามารถทำงานได้อย่างทันท่วงที ภายใต้ธรรมาภิบาลด้านข้อมูลและข้อสั่งการตามกฎหมาย ผ่านการขับเคลื่อนการทำงานสามมิติคือ

– กฎเกณฑ์กติกา ที่ผ่านการทบทวน ประเมินอุปสรรคที่เกิดขึ้นและกำหนดแนวทางแก้ไข

– ระบบโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับบันทึกการตรวจสอบ Fraud การจัดเก็บข้อมูล และการประมวลผล

– กระบวนการทำงาน ที่จัดลำดับความสำคัญของกรณีต่าง ๆ มีกลไกการเชื่อมโยงข้อมูลและการกำกับดูแล ตลอดจนมีการกำหนดแนวทางการระบุ Fraud เพื่อยกระดับจากแนวทางการทำงานที่มีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานให้ทำงานกับผู้ใช้บริการทางการเงิน โดยคำนึงถึงความรู้สึกพึงพอใจของลูกค้า

2.สร้างระบบนิเวศด้านข้อมูล ทั้งภายในและระหว่างภาคการเงินและภาคเศรษฐกิจจริง ให้เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมภายใต้ธรรมาภิบาลด้านข้อมูลที่รัดกุม

การเตรียมความพร้อมฐานข้อมูลควรอยู่ในรูปแบบ Sandbox ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้ดำเนินนโยบาย เพื่อร่วมกันศึกษาควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และอาจต่อยอดเป็นต้นแบบการเปิดให้บริการในวงกว้างในอนาคต การถอดแบบแนวทาง Data Product Approach เพื่อใช้ประโยชน์ข้อมูลในด้านต่าง ๆ

– ข้อมูลที่นำเข้า อาทิ รายได้ เงินช่วยเหลือสวัสดิการรัฐ เงินโอน ค่าสินค้าและบริการ และค่าสาธารณูปโภค

– ระบบการบันทึก แบ่งเป็นระบบการประมวลผลข้อมูล เนื้อข้อมูล และข้อมูลจากร่องรอยดิจิทัล

– แพลตฟอร์มข้อมูล จำแนกได้เป็นคลังข้อมูล แหล่งเก็บข้อมูลดิบ ส่วนที่จัดเก็บข้อมูลปฏิบัติการ

– ผลิตภัณฑ์ข้อมูลคือ รายได้ การบริโภค การออม สวัสดิการ ความผิดปกติ

– รูปแบบการใช้ประโยชน์ ได้แก่ ผ่านแอปพลิเคชั่นโดยตรง การวิเคราะห์ข้อมูล รายงาน การสร้างนวัตกรรม

– กรณีศึกษา อาทิ การส่งเสริมการออมและการลงทุน หลักฐานเชิงประจักษ์ตอบโจทย์ภาครัฐในการสนับสนุนการชำระเงินดิจิทัล การโอนเงิน ความเพียงพอของสวัสดิการ การป้องกันอาชญากรรมออนไลน์

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

3.ใช้โอกาสในการจัดตั้ง Virtual Bank เพื่อกระตุ้นให้สถาบันการเงินปรับตัวควบคู่ไปกับการปิดช่องว่างการให้บริการทางการเงินในปัจจุบัน

ความต้องการบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองเพียงพอ เป็นโอกาสให้ผู้ให้บริการทางการเงินในรูปแบบออนไลน์หรือดิจิทัลเข้ามาแข่งขันในรูปแบบใหม่ ๆ อาทิ ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ที่ดำเนินธุรกิจบนช่องทางดิจิทัลเต็มรูปแบบ ไม่มีจุดให้บริการที่มีสถานที่ตั้งทางกายภาพ และให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลตลอดกระบวนการ จึงควรใช้ประโยชน์ธนาคารไร้สาขาบนหลักการว่า

– ต้องเป็น Data-Driven Bank ข้อมูลถือว่าเป็นขุมพลังสำคัญ ความสามารถในการทำให้ข้อมูลไปสู่ความเข้าใจ ไปสู่การตัดสินใจและการทำงาน เป็นสิ่งที่ทำให้ธนาคารยกระดับการให้บริการลูกค้า

– ยังคงเป็นธนาคาร ถึงแม้ว่ารูปแบบการให้บริการของธนาคารจะเปลี่ยนแปลง ไปมาก อาทิ ระบบการชำระเงิน ระบบการธนาคารที่สามารถทำได้ผ่านหน้าจอบนมือถือ แต่ธุรกิจธนาคารยังมีความสำคัญและเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ จึงต้องมีความรับผิดชอบและมาตรฐานการให้บริการที่สูง

– เป็น Social Banks โดยปัจจุบัน Social Media มีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของคนจำนวนมาก และนำเสนอเนื้อหาตรงความต้องการของแต่ละคน ธนาคารต้องนำมาปรับใช้เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า

หัวใจแห่งความสำเร็จของทั้งสามข้อเสนอแนะ ทั้งการสร้างภูมิคุ้มกันภัยการเงิน การพัฒนานวัตกรรมการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศข้อมูล และการเอื้อให้สถาบันการเงินปรับตัวเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ใช้บริการเป็นหลัก คือการทำงานร่วมกันทั้งในภาคการเงินและระหว่างสาขาเศรษฐกิจ จึงจะเปลี่ยนความเสี่ยงเป็นโอกาส เพื่อที่มังกรไม้การเงินไทยจะจุดไฟส่งเสริมเศรษฐกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน


มาตรการการเงิน