Next Chapter Thailand ?

Next Chapter Thailand ?
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : ณัฐวุฒิ ประชาชาติ

รัฐบาลไทยที่มี “เศรษฐา ทวีสิน” เป็นนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.คลัง กำลังฝ่าฟัน พานโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท ให้ไปถึงจุดหมาย

รัฐบาลฉายภาพหนี้ครัวเรือน ภาพวิกฤตเงินฝืด หากปล่อยไว้อาจลามกลายเป็นวิกฤตต้มยำกุ้งภาค 2 ?

รัฐบาลย้ำว่า ต้องแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท เพื่อกระชาก-กระตุกเศรษฐกิจ

หากพลิกไปดูนโยบายพรรคเพื่อไทย โครงการนี้ไม่ได้มีเพียงความต้องการเพื่อกระชาก-กระตุกชีพจรเศรษฐกิจ

คำหาเสียงพรรคเพื่อไทยที่แจ้งไว้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตั้งเป้าหมายว่า ต้องการให้ประชาชนทุกคนมีกระเป๋าเงินดิจิทัล ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อมาตรการการคลังในอนาคต เพราะใช้ Blockchain ใส่เงื่อนไขการใช้เงินดิจิทัลได้ พร้อมกันนั้น ยังวางฐานให้ประเทศเข้าสู่ระบบการเงินรูปแบบใหม่ผ่านเทคโนโลยี Blockchain

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายส่งเสริม Blockchain Hub และ Fintech Center จับโอกาสของโลกการเงินยุคใหม่ใส่มือประชาชน และเปลี่ยนโอกาสนั้นเป็นเงิน

สร้างระบบการระดมทุนผ่านเทคโนโลยี Blockchain เพื่อการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลให้ไทยเป็นผู้นำอาเซียน

พัฒนา Central Bank Digital Currency เพื่อรองรับระบบการเงินใหม่ของโลก และช่วงชิงโอกาสศูนย์กลางทางการเงินยุคใหม่จากสิงคโปร์ และภูมิภาค

ขีดเส้น นโยบายพรรคเพื่อไทย ต้องการ “ช่วงชิงโอกาสศูนย์กลางทางการเงินยุคใหม่จากสิงคโปร์ และภูมิภาค”

หันกลับมาจับตาความเคลื่อนไหวของสิงคโปร์ ที่ไทยปักหมุดว่าเป็น “คู่แข่ง” เรื่อง Fintech แบงก์ชาติสิงคโปร์ จัดสรรงบประมาณจำนวน 450 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุน Financial Sector Technology and Innovation (FSTI) ตั้งแต่ระยะเวลา 2558-2569

จัดตั้งโครงการ FinTech Regulatory Sandbox บ่มเพาะสตาร์ตอัพด้าน FinTech โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1.Sandbox สำหรับธุรกิจที่มีความซับซ้อนสูงและจำเป็นต้องปรับกฎข้อบังคับในการทดสอบเป็นกรณีพิเศษ

2.Sandbox Express สำหรับธุรกิจความเสี่ยงต่ำและใช้เทคโนโลยี ซึ่งเป็นที่รู้จักในตลาด ทำให้สามารถพิจารณาอนุมัติโครงการได้อย่างรวดเร็ว

3.Sandbox Plus สำหรับธุรกิจที่มีนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีทางการเงินและต้องการการสนับสนุนด้านการเงิน

ขณะเดียวกันมีการลงทุนกับโลกอนาคต โดยเฉพาะด้าน AI มีการจัดอันดับของ The Global AI Index 2566 ของประเทศที่ลงทุนด้านนวัตกรรม และการนำไปปฏิบัติ จากทั้งหมด 62 ประเทศ ปรากฏว่า อันดับ 1 คือ สหรัฐอเมริกา อันดับ 2 คือ จีน

สิงคโปร์อยู่ในอันดับ 3 เหนือกว่าสหราชอาณาจักร อันดับ 4 แคนาดา อันดับ 5 เกาหลีใต้

ทว่า ข้อมูลที่น่าเป็นห่วงคือ ในจำนวน 62 ประเทศ มีประเทศในภูมิภาคอาเซียนติดอันดับ ประกอบด้วย สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย แต่ไม่มีประเทศไทยรวมอยู่ในการจัดอันดับ

นอกจากนี้ เมื่อกลางปี 2565 ที่ผ่านมาสิงคโปร์ เดินหน้าโปรเจ็กต์สำคัญคือ Forward Singapore ออกไปทำเวิร์กช็อป-สำรวจความคิดเห็นพลเมืองสิงคโปร์ ในหลาย ๆ กลุ่มกว่า 2 แสนคน กว่า 1 ปีเศษ เพื่อกำหนด Next Chapter สิงคโปร์ ร่วมกัน ใน 7 ด้าน อาทิ ด้านการศึกษา Reskill คน ยกระดับทักษะใหม่ ด้านการทำงาน ผู้สูงอายุ คิกออฟอย่างเป็นรูปธรรม

การสู้กับสิงคโปร์ ไม่ใช่ของง่าย เป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องทำตั้งแต่วันนี้

แล้วอะไรคือ Next Chapter Thailand ?