ดอกเบี้ยแบงก์ชาติ ตัวการแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อ

จินตนา ใกล้สุวรรณ -ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์
จินตนา ใกล้สุวรรณ -ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : เมตตา ทับทิม

บทความนี้เขียนจากงานแถลงข่าวเปิดตัว “เงินสดใจดี” ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มเสนาดีเวลลอปเม้นท์ ณ ช่วงเช้าศุกร์ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา

มีข้อมูลน่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยแพง ทำไมเดือดร้อนกันนักกันหนา และดอกเบี้ยนโยบาย 2.5% วันนี้ จะแพงสักแค่ไหนเชียว เพราะย้อนกลับไป 20-30 ปีที่แล้ว ดอกเบี้ยผ่อนบ้านซัดเข้าไป 2 ดิจิต ไม่เห็นมีใครเสียชีวิตเลยสักคน

วันนี้มีคำตอบค่ะ

เปิดโลกทัศน์โดย “ดร.ยุ้ย-ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” เอ็มดี บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) นำเสนอ ประชากรกรุงเทพฯ ตามสำมะโนครัวมี 5.6 ล้านคน เฉลี่ยรายได้อยู่ที่ 3.8 หมื่นบาท แต่รายได้ต่ำกว่าเดือนละ 30,000 บาท มีสัดส่วนสูงถึง 54%

น่าตกใจกว่านั้นอีก รายได้ต่ำกว่าเดือนละ 50,000 บาท มีสัดส่วนสูงถึง 80%

กลับมาดูความสัมพันธ์ของรายได้ กับความสามารถในการซื้อบ้าน และอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้น

ณ 5 ปีที่แล้ว ดอกเบี้ยบ้าน ซึ่งอ้างอิงดอกเบี้ย MLR อยู่ที่ 4.5% ปัจจุบันของต้นปี 2567 ขยับเพิ่มเป็น 5.6%

คำถามคือ ดอกเบี้ยบ้านขึ้นมาจากไหน คำตอบกำปั้นทุบดิน ขึ้นเพราะเจอแรงกดดันจากดอกเบี้ย กนง. นั่นแหละ

ข้อมูลที่ต้องบอกต่อให้โลกรู้ ก็คือ ดอกเบี้ย กนง.ขึ้นแบบติดจรวด ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ยังอยู่ที่ 0.5% เผลอแป๊บเดียว ณ กุมภาพันธ์ 2567 ดอกเบี้ย กนง.ขึ้นมาอยู่ที่ 2.5%

น่านไง เจอตัวแล้ว ดอกเบี้ยบ้านขึ้นจาก 4.5% เป็ 5.6%

ประเด็นคือ เมื่อดอกเบี้ย กนง.ขึ้น ทำให้ดอกเบี้ยบ้านขึ้นตาม ผลกระทบต่อความสามารถในการผ่อนลดลงโดยอัตโนมัติ

เงินเดือน 30,000 บาท เคยซื้อและผ่อนบ้านได้ราคา 4.1 ล้านบาท ณ ต้นปี 2567 รับผลกระทบจากดอกเบี้ยขาขึ้น ความสามารถซื้อและผ่อนลดเหลือบ้านราคา 3.7 ล้านบาทเท่านั้น วงเงินหายไป 4 แสนบาท

คนรายได้เดือนละต่ำกว่า 50,000 บาท เมื่อ 5 ปีที่แล้วเคยซื้อบ้านหลังละ 6.9 ล้านบาท วันนี้ความสามารถขอสินเชื่อซื้อและผ่อนบ้านลดเหลือราคา 6.2 ล้านบาท วงเงินหายไป 7 แสนบาท

และอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ Rejection Rate หรือยอดปฏิเสธสินเชื่อของคนรายได้ 3 หมื่น ที่มีความสามารถซื้อบ้านไม่เกินหลังละ 3 ล้าน ที่มีสัดส่วน 54% ของคนกรุงเทพฯ มียอดกู้ไม่ผ่านสูงเฉียดชนเพดานที่ 70% หมายความว่าคนกลุ่มนี้ยื่นขอกู้ 100 คน ถูกปฏิเสธสินเชื่อ 70 คน

ข้อมูลแบบนี้พอจะทำให้แบงก์ชาติใจหายได้บ้างหรือยัง

วันนี้ เสนาฯทำในสิ่งที่น่าจะเป็นบริษัทอสังหาฯรายแรกของวงการด้วยการแตกบริษัทลูก “บริษัท เงินสดใจดี จำกัด” มีผู้บริหาร นางสาวจินตนา ใกล้สุวรรณ นั่งประธานกรรมการบริหาร ทดลองทำมาแล้ว 1 ปี มีการขอใบอนุญาตสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อนาโนอย่างถูกต้องจากแบงก์ชาติ ลูกค้าสบายใจได้

บริษัท เงินสดใจดี ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเข้าถึงสินเชื่อบ้าน ไม่ได้ปล่อยกู้ทั้งก้อน แต่อย่างเก่งหลังจากให้คำปรึกษาแล้ว อาจปล่อยสินเชื่อส่วนต่าง 10-15% ที่เผื่อเหลือเผื่อขาดจากแบงก์ เมื่อความสามารถเข้าเกณฑ์กู้แบงก์ ค่อยส่งไปหาแบงก์อีกที

สำหรับลูกค้าผู้สนใจ คลิกดูเพิ่มเติมที่แพลตฟอร์มออนไลน์ของกลุ่มเสนาฯ หรือเดินเข้าไปซักรายละเอียดได้ที่ไซต์บ้านและคอนโดฯ 90 โครงการกระจายทุกทำเลทั่วกรุง

บรรทัดสุดท้ายมีข้อเสนอแนะถึงอัตราดอกเบี้ย กนง. ที่สังคมการทำธุรกิจเมืองไทย ส่งเสียงเรียกร้องให้แบงก์ชาติช่วยปรับลดลงมาสักนี้ดนึง อาจจะ 0.25-0.5% ก็ยังดี

“ถามว่าดอกเบี้ยลดดีไหม ในแง่คนทำธุรกิจย่อมดีอยู่แล้ว…”

คำตอบสุดท้ายละไว้ในฐานที่เข้าใจว่า ให้หรือไม่ให้ มาหยุดที่แบงก์ชาติอีกตามเคย