ลูกโป่งใบเดียวกัน

balloon
คอลัมน์ : เช้านี้ที่ซอยอารีย์
ผู้เขียน : ดร.พงศ์นคร โภชากรณ์ ([email protected])

อาจารย์ป๋วย หรือ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณคนแรก (2502-2504) อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนที่ 10 (2502-2514 ยาวนานถึง 13 ปี) และอดีตผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังคนแรก (2505-2510) อาจารย์ป๋วยเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้ดำรงตำแหน่งเบอร์ 1 ทั้งด้านงบประมาณแผ่นดิน นโยบายการคลัง และนโยบายการเงิน อาจารย์ป๋วยได้นำเสนอ “ทฤษฎีลูกโป่ง 3 ลูกสูบ” ที่ยังใช้ได้ร่วมสมัยมาจนถึงทุกวันนี้ ผมขออนุญาตนำมาสรุปเชิงประยุกต์ดังนี้

วงกลมคือลูกโป่งแทน GDP ของประเทศ หากลูกโป่งขยายตัวแปลว่าเศรษฐกิจขยายตัว ลูกโป่งแฟบแปลว่าเศรษฐกิจชะลอตัวหรือหดตัว คล้าย ๆ กับสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนลูกสูบ 3 ลูกทำหน้าที่ในการสูบลมเข้าออก เปรียบเสมือนการเพิ่มเม็ดเงินหรือลดเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งมีผลให้ GDP ขยายตัวหรือชะลอตัว

ลูกสูบที่ 1 คือนโยบายการคลัง หลัก ๆ คือ “รายจ่ายภาครัฐ หรืองบประมาณแผ่นดิน” การเพิ่มรายจ่ายทำให้เศรษฐกิจขยายตัว การลดรายจ่ายทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว อีกตัวคือ “อัตราภาษี” การลดอัตราภาษีทำให้เศรษฐกิจขยายตัว การขึ้นอัตราภาษีทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว ฉะนั้น ถ้าเราต้องการให้เศรษฐกิจขยายตัว เราต้องเพิ่มรายจ่ายภาครัฐ และ/หรือ ลดอัตราภาษี

ลูกสูบที่ 2 นโยบายการเงิน หลัก ๆ คือ “สินเชื่อ” การเพิ่มสินเชื่อทำให้เศรษฐกิจขยายตัว การลดสินเชื่อทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว อีกตัวคือ “อัตราดอกเบี้ย” การลดอัตราดอกเบี้ยทำให้เศรษฐกิจขยายตัว การขึ้นอัตราดอกเบี้ยทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว

ฉะนั้น ถ้าเราต้องการให้เศรษฐกิจขยายตัว เราต้องเพิ่มสินเชื่อ และ/หรือ ลดอัตราดอกเบี้ย

Advertisment

ลูกสูบที่ 3 นโยบายการเงิน การค้า และการลงทุน ลูกสูบนี้ค่อนข้างหลากหลาย เพราะมีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง หากมีเงินไหลเข้าประเทศจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัว แต่หากมีเงินไหลออกไปต่างประเทศจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว

กราฟฟิก จีดีพี

หากต้องการให้เศรษฐกิจขยายตัวสูงขึ้น การทำงานของทั้ง 3 ลูกสูบ ต้องสอดประสาน ราบรื่น และเป็นไปในทิศทางที่ “เกื้อกูลเอื้อเฟื้อต่อกัน” เพื่อให้ลูกโป่งขยายตัวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่หากลูกสูบทำงานไม่เกื้อกูลกัน ประสิทธิภาพย่อมถูกบั่นทอนลงไป ความคุ้มค่าย่อมหายไป หากเศรษฐกิจสุ่มเสี่ยงที่จะเข้าสู่ “ภาวะเศรษฐกิจถดถอย” ลำพังนโยบายการคลังคงยากที่จะดึงให้เศรษฐกิจกลับไปโตในระดับ “การเติบโตตามศักยภาพ หรือ Potential Growth”

โดยปราศจากการร่วมมือของนโยบายด้านอื่น เพราะนโยบายการคลังทำงานหนักมาตั้งแต่วิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ต่อเนื่องมาถึงความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และการจัดทำงบประมาณปี 2567 ล่าช้า รวมระยะเวลายาวนานถึง 5 ปี (2563-2567)

Advertisment

ก็ได้แต่หวังว่า “ลูกสูบด้านอื่น” จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจบ้างคนละไม้คนละมือ เพราะเรามีลูกโป่งลูกเดียวกัน GDP ตัวเดียวกัน และลูกโป่งลูกนี้เข้าสู่ภาวะโตต่ำลงเรื่อย ๆ ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โตต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน การลงทุนไม่เกิด การผลิตติดลบ และมีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าสู่เศรษฐกิจถดถอย

บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน มิได้ผูกพันเป็นความเห็นขององค์กรที่สังกัด