โจทย์ซับซ้อน “เศรษฐกิจไทย”

ซูเปอร์มาร์เก็ต
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางเยือนฝรั่งเศส-อิตาลี เปิดเผยผ่าน X หรือทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ว่า เมื่อเดินทางกลับถึงไทย จะเรียกประชุมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโดยเร็ว อาจจะเป็นในวันที่ 27 พ.ค. 2567

ข้อความจากนายกรัฐมนตรีเผยแพร่หลังจาก นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ของปี 2567 ขยายตัว 1.5% ต่อปี ต่อเนื่องจากการขยายตัว 1.7% ในไตรมาส 4 ของปี 2566 แรงส่งสำคัญมาจากการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ขยายตัวในเกณฑ์สูง 6.9% สอดคล้องกับการปรับตัวดีขึ้นของภาคการส่งออกบริการ หรือการท่องเที่ยว ที่ขยายตัว 24.8% รวมทั้งสาขาบริการทั้งหมดก็มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ยกเว้นสาขาการก่อสร้างที่หดตัว 17.3% จากความล่าช้าของงบประมาณ 2567

เลขาฯสภาพัฒน์ชี้ด้วยว่า เช่นเดียวกับการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาลลดลง 2.1% ทำให้การลงทุนรวมลดลง 4.2% ตามการลดลงของการลงทุนภาครัฐอย่างต่อเนื่องที่ 27.7% ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้า มีมูลค่า 69,592 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 1.0% ตามการลดลงของปริมาณส่งออก 2.3% ซึ่งเมื่อช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2567 มีแนวโน้มดีขึ้นแล้ว แต่ในเดือนมีนาคม 2567 การส่งออกกลับหดตัวถึง 10% ส่วนภาคเกษตรกรรมก็หดตัว 3.5% จากปัญหาสภาพอากาศ และภาคอุตสาหกรรมหดตัว 3.0% ตามการลดลงของทุกกลุ่มการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มการผลิตเพื่อการส่งออก

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2567 เลขาฯสภาพัฒน์ระบุว่าจะขยายตัว 2-3% ต่อปี โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5% ต่อปี ลดจากการประมาณการเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ปัจจัยสนับสนุนสำคัญจาก 1.การเร่งตัวขึ้นของการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ 2.การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการที่เกี่ยวเนื่อง 3.การขยายตัวในเกณฑ์ดีของอุปสงค์ภายในประเทศ ทั้งการอุปโภคและการลงทุน และ 4.การกลับมาขยายตัวอย่างช้า ๆ ของการส่งออกสินค้าตามการฟื้นตัวของการค้าโลก

ตัวเลขเศรษฐกิจดังกล่าว เป็นภารกิจและความรับผิดชอบของรัฐบาลในการแก้ไข โดยมีเดิมพันสำคัญคือความเป็นอยู่ของประชาชน และน่าติดตามว่า บรรดาตัวช่วยจาก พ.ร.บ.งบประมาณ 2567 ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2568 ที่อยู่ระหว่างจัดทำ การท่องเที่ยวที่รัฐบาลพยายามจัดเงื่อนไขดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าได้ผลระดับหนึ่ง รวมถึงโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเลตที่จะเริ่มในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะมีบทบาทหนุนช่วยได้มากขนาดไหน

Advertisment

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาเศรษฐกิจในภาพรวม เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการในระยะยาว และแยกออกไม่ได้ จากปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสภาพการเมืองภายในที่ยังมีความขัดแย้งตกค้างยังรอความลงตัวมากกว่านี้ และปัจจัยลบจากสถานการณ์เศรษฐกิจในระดับโลก