หุ้นไทยเหี่ยว-บอลโลกฟูฟ่อง

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย วิไล อักชระสมชีพ

 

ช่วงนี้กระแสแรงสุดฉุดไม่อยู่ และทำให้ผู้คนทั่วโลกสดชื่น ก็ต้องยกให้ “บอลโลก” เปิดสนามวันแรกเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา สำหรับประเทศไทย ช่วงเวลาถ่ายทอดคู่แรกก็เริ่มตั้งแต่ค่ำ ๆ เวลา 1 ทุ่ม ก็จะมีทั้งกลุ่มคนที่ไปนั่งเฝ้าจอยักษ์ตามร้านอาหารต่าง ๆ ที่จัดไว้มีเพื่อนร่วมเชียร์เพียบ บ้างก็รีบกลับไปเฝ้าจอทีวีที่บ้านตัวเอง แต่พอคู่สองคู่สาม ส่วนใหญ่ก็กลับบ้านไปดูต่อกัน

“พนัน” บอลโลกก็มาด้วย เพราะเรื่องของลูกฟุตบอลกลม ๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ แทงไปมีได้มีเสียว่ากันไป ไม่ว่าคนไทยหรือคนชาติไหน ๆ ก็เล่นกันทั้งนั้น

แต่ที่น่าสนใจสำหรับประเทศไทย คือ ช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยก็ร่วงระเนระนาด เหล่านักเก็งกำไรเซียนหุ้นขาใหญ่มีเลือดพนันสิงอยู่แล้ว จะเล่นเก็งกำไรหาเงินเข้ากระเป๋าก็ยากเต็มที ก็สบช่องโยกเงินมา “แทง” บอลโลกดีกว่า เล่นง่ายเสี่ยงก็ยอม “แทงได้ก็ดี แทงเสียก็เอาใหม่” ยังไงต้องได้บ้างล่ะน่า โดยเฉพาะรอบชิง กับแข่งรอบทีมเต็ง มีลุ้นห้าสิบห้าสิบที่จะได้ก้อนหรือหายวับไป

ช่วงนี้บรรยากาศลงทุนก็จะเคว้ง ๆ ไป เพราะขาใหญ่ไม่ว่าง ต่างชาติก็เท ในเดือนมิถุนายนนี้ ถือเป็นเดือนแดงเดือด ท่ามกลางข่าวลบท่วมท้นจากฝั่งสหรัฐที่มีทั้งข่าวดอกเบี้ยเฟดของธนาคารกลางสหรัฐที่ปรับขึ้น “ถี่” กว่าที่คาดการณ์เมื่อต้นปีจะมี 3 ครั้ง ก็จะเป็น 4 ครั้ง

ในปีนี้ หลังจากผลประชุมล่าสุดเดือนมิถุนายน ได้ประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ขึ้นมาอยู่ที่ 1.75-2.00% และจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งที่เหลือในปีนี้ ขณะที่ผลประชุมดอกเบี้ยนโยบายของไทยล่าสุด (20 มิ.ย.) ก็ยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.50%และยังถูกกระหน่ำจากข่าว “ทรัมป์ป่วนโลก” โหมทำสงครามการค้า

“กับประเทศใหญ่ ๆ” นำโดย จีน แคนาดา ฯลฯ ล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้น ราคาทองคำโลก ที่ร่วงลง การกลับมาแข็งค่าของเงินสกุลดอลลาร์ ที่ทำให้ค่าเงินประเทศต่าง ๆ กลับข้างมาอ่อนค่าลงทันที นักลงทุนต่างชาติแม้จะเทขายสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่ลงทุนไว้อยู่นอกประเทศกันมาตลอด ก็ยังคงเทขายต่อเนื่องไม่หยุด เรียกว่าหลาย ๆ ประเทศเผชิญปัญหาเงินทุนไหลออกกันถ้วนหน้า ต่างชาติขายทิ้ง ทั้งหุ้น พันธบัตร ทอง เรียกว่า ตัวไหนได้กำไรอยู่ก็รีบขายซิ่ง หนีขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนด้วย

ถ้าดูค่าเงินบาทของไทยอ่อนค่าลงมาแตะ 33 บาทต่อดอลลาร์แล้ว จากเมื่อต้นปีที่ค่าเงินบาทเคยแข็งค่าทะลุ 31-32 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งผลกระทบจากเฟดขึ้นดอกเบี้ย ก็หนีไม่พ้นที่

ต่างชาติก็ต้องมีขายบอนด์บางตัวออก ถ้าดูเฉพาะเดือนมิถุนายน (ณ วันที่ 20) ขายออกแล้ว 3.2 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมกับที่ต่างชาติขายหุ้นไทยออกสุทธิราว 4.5 หมื่นล้านบาท (1-22 มิ.ย. 61) รวม ๆ 2 ตลาดลงทุนในเดือนมิถุนายน เงินต่างชาติไหลออกไปแล้ว 7.7 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นร่วงเหลือ 1,634 จุดเท่านั้น ซึ่งกลับไปอยู่ที่จุดเดิมของกลางปีที่แล้วอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อต้นปีนี้ ตลาดหุ้นขึ้นปรู๊ดปร๊าดทำนิวไฮที่ 1,838.96 จุด เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2561 ซึ่งสูงสุดทำสถิติใหม่ตั้งแต่ตั้งตลาดหลักทรัพย์ฯในปี 2518 หากดูตลาดหุ้นไทยในวันนี้ ร่วงรูดจากจุดพีกเมื่อต้นปีแล้วราว 200 จุดได้ มาร์เก็ตแคป (มูลค่าราคาตลาด) ของตลาดหายวูบราว 1.5 ล้านล้านบาทแล้ว

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ เป็นลูกโป่งที่ “เหี่ยวเฉา” พลิกจากเมื่อต้นปีภาพลูกโป่งที่ “ฟูฟ่อง”

แต่ตลาดพนันบอลโลกกำลัง “เบ่งบาน” เพราะบอลโลกมียาวเกือบเดือนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2561

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ