แก้จนรอบใหม่จ่ายยาให้ถูกโรค

บทบรรณาธิการ

เศรษฐกิจรากหญ้าที่ยังฟุบไม่ฟื้น สวนทางกับรายได้ของคนระดับบน และยอดขายของธุรกิจขนาดใหญ่ที่ขยายตัวต่อเนื่อง จนดูเหมือนกำลังซื้อและการบริโภคโดยรวมทั้งระบบดีขึ้น แต่ในความเป็นจริงเป็นภาพลวงตา เพราะสามารถรับรู้และสัมผัสได้ว่า อานิสงส์จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวมีคนเพียงแค่บางกลุ่มที่มีรายได้เพิ่มขึ้น


ขณะที่คนส่วนใหญ่ยังชักหน้าไม่ถึงหลัง โดยเฉพาะภาคการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่สับปะรด สวนยางพารา ชาวประมง ฯลฯ ตอกย้ำให้เห็นว่าสถานะทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของคนระดับล่างอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ เพราะรายได้ลดลงจากผลผลิตราคาตกต่ำ สวนทางกับค่าครองชีพกับภาระหนี้สินที่พุ่งสูงขึ้นมาก

เท่ากับคนในภาคการเกษตรกับรากหญ้าซึ่งมีอยู่ประมาณ 25 ล้านคน หรือกว่า 40% ของจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศยังลำบาก แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะออกสารพัดมาตรการ อัดฉีดเม็ดเงินหลายแสนล้านบาทช่วยเหลือ แต่ยังเป็นเหมือนกระสุนด้าน การฟื้นฟูเยียวยาเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อยให้หลุดพ้นจากความยากจนยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม

เช่นเดียวกับโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งรัฐคาดหวังจะให้เป็นผลงานชิ้นโบแดง โดยรวบรวมสวัสดิการแห่งรัฐที่กระจายอยู่หลายหน่วยงาน ทั้งแจกเงิน สิ่งของ สวัสดิการอื่น ๆ ผ่านบัตรสวัสดิการดังกล่าว แม้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้บ้าง แต่เป็นการช่วยเหลือระยะสั้นไม่ได้สร้างความมั่นคงยั่งยืนในระยะยาว

ประกอบกับกลุ่มคนที่ยากลำบาก อาทิ เกษตรกร ผู้สูงอายุ มีจำนวนไม่น้อยที่คุณสมบัติไม่ตรงตามหลักเกณฑ์ ทั้งในแง่ของรายได้ การถือครองกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ จึงไม่สามารถขึ้นทะเบียนคนจนได้ แต่ในความเป็นจริงคนกลุ่มนี้อาจมีหนี้สิน ที่ดินโดนยึดหรือกำลังจะถูกยึดเพราะติดจำนอง ขายฝาก จำเป็นต้องพึ่งพารัฐให้ช่วยประคับประคอง

ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยอมรับความจริงในข้อที่ว่า เศรษฐกิจรากหญ้ายังเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลต้องหาทางแก้โจทย์ให้ได้ เพราะกว่า 4 ปีที่ผ่านมาแม้รัฐจะอัดฉีดเม็ดเงินมหาศาลปลุกกระตุ้นรอบแล้วรอบเล่า แต่ผลที่ได้ยังไม่เป็นไปตามเป้า

หลากหลายมาตรการแก้จนรอบใหม่ อาทิ การเติมเงินให้กับคนจน คนสูงอายุ มาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งแผนจ่ายเงินชดเชยช่วยเหลือชาวสวนยางไร่ละ 1.5 พันบาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคายางตกต่ำมานานนับปี วงเงินรวม 2 หมื่นล้านบาท ที่กระทรวงการคลังกำลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ยังต้องรอพิสูจน์ว่า จะจ่ายยาได้ถูกโรค แก้จนได้แบบถาวรหรือไม่