หลุมดำ ศก.ไทย

คอลัมน์ สามัญสำนึก

โดย พัฒนพันธุ์ วงษ์พันธุ์

 

ประมวลความเห็นทุกสำนักที่เฝ้าดูภาวะเศรษฐกิจ เห็นตรงกันเศรษฐกิจไทยโดยรวมกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ ประมาณว่าข่าวร้ายทำท่าจะมากกว่าข่าวดี

เรียกว่าบีบหัวใจกันตั้งแต่ต้นปี

วันก่อน “อนันต์ อัศวโภคิน” ผู้ก่อตั้งอาณาจักรแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หมายเลข 1 ของประเทศ ออกโรงว่า นอกจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปรับลดลง ภาคส่งออกชะลอตัว มีผลต่อกำลังซื้อ ในขณะที่การลงทุนจากต่างประเทศค่อนข้างเงียบ

ตลอด 1-2 เดือนที่ผ่านมา เงินเริ่มไหลออกจากตลาดหุ้น โดยนักลงทุนโยกไปลงทุนพันธบัตรเพราะให้ผลตอบแทนดีกว่า ส่วนการขึ้นดอกเบี้ยในประเทศช่วงที่ผ่านมาทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น ผลกระทบที่ตามมาคือเงินตึงตัว

!!!

ในมุมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เรียลเซ็กเตอร์ซึ่งมีบทบาทสำคัญ ผู้นำตลาดอย่างแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์เปิดประเด็นอย่างน่าสนใจ


…ปี 2562 จะเป็นปีที่อสังหาฯเข้าสู่ภาวะชะลอตัวจากหลาย ๆ ปัจจัย การเข้มงวดของสถาบันการเงิน คุมทั้งสินเชื่อที่ปล่อยให้ผู้ประกอบการและคนซื้อ (สินเชื่อที่อยู่อาศัย)

เช่นเดียวกับผู้ซื้อชาวต่างชาติชะลอตัวลง ตลาดคอนโดมิเนียมบางทำเลเริ่มมีสัญญาณโอเวอร์ซัพพลาย

“นี่คือเรื่องที่เราต้องตระหนัก แต่ไม่ต้องตระหนก เพราะสถานการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เกิดขึ้นเป็นวัฏจักร” บิ๊ก แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ระบุ

ตัวจริง เสียงจริง ในวงการเอ่ยปากใคร ๆ ก็ต้องฟัง

ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความพิเศษต่างจากสินค้าอื่น ๆ มีคนจองเต็มทั้งโครงการ แม้สร้างเสร็จแล้ว แต่คนซื้อยังไม่ยอมโอน เท่ากับได้ไปแค่เงินจอง ยังไม่ถือว่ารับรู้รายได้ครบทั้งก้อน

ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาความเคลื่อนไหวของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บ้านเรามีส่วนสำคัญต่อวงจรเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง

มีซัพพลายเชนยาวเหยียด ผู้รับเหมา วัสดุ ร้านค้า ฯลฯ รวมทั้งเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก

ส่วนมวยหมัดหนักอย่าง ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ จากเกียรตินาคินภัทร เปิดอกตรง ๆ เรากำลังเจอทั้งศึกนอกศึกในใหญ่ ๆ ทั้งนั้น

ศึกนอกจากตลาดหุ้นทั่วโลกที่ขาลงทั้งอเมริกาและทั่วโลก จากความเป็นห่วงว่าเศรษฐกิจอเมริกาจะชะลอตัว ซึ่งจะส่งผลกระทบกันหมด

ยังไม่รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ เช่น สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน รวมถึงเบร็กซิต

ทั้งหมดนี้มีผลพวงมาสู่ประเทศไทยได้ทั้งสิ้น เนื่องจากไทยพึ่งพาการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลัก

“ประเทศไทยเสี่ยงเดินหน้าเข้าสู่ภาวะเงินฝืด ไม่มีกำลังซื้อจากในประเทศ จากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนธันวาคมที่ผ่านมาอยู่ที่ 0.36% ต่ำสุดในรอบ 16 เดือน”

ขณะที่ภาวะสุญญากาศทางการเมืองในประเทศถือเป็นความเสี่ยงสำคัญ

ดร.ศุภวุฒิระบุว่า ประเด็นที่นักลงทุนและนักธุรกิจสนใจจริง ๆ ไม่ใช่ว่า “เลือกตั้งเมื่อไหร่” แต่ “ผลเป็นอย่างไร” รัฐบาลชุดใหม่หน้าตาจะเป็นอย่างไร ใครจะเป็นนายกฯ รัฐมนตรีคลังเป็นใคร นโยบายเป็นอย่างไร

รวมถึงคำถามที่เชื่อว่าทุกคนคงอยากรู้เหมือน ๆ กันนั่นคือ รัฐบาลใหม่จะมีเสถียรภาพหรือเปล่า

บทสรุปของทั้ง 2 กูรู จาก 2 วงการ มีแต่เรื่องลบ ๆ ที่เราต้องเผชิญ

ตัดภาพกลับไปที่พรรคการเมืองต่าง ๆ ที่กำลังระดมหาเสียงอย่างหนัก เกือบทุกพรรคระดมนโยบายลด แลก แจก แถม ขายฝันกันอย่างดุเดือด

ทั้ง ๆ ที่ไม่กี่ปีก่อนหน้าเราชิงชังกับสิ่งที่เรียกว่า “ประชานิยม” คือสาเหตุสำคัญนำไปสู่ความล้มเหลว

แทบจะไม่ได้ยินถึงแนวทางสร้างเกราะกำบัง

ทำอย่างไรประเทศไทยถึงจะฝ่าคลื่นลมเศรษฐกิจโลก

ทำอย่างไรถึงจะลดความเหลื่อมล้ำ

หรือแม้แต่การปฏิรูป “การศึกษา” ที่ทุกคนมองว่าคือการพัฒนาพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศ

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous article“อีลอน มัสก์” อวด “สตาร์ชิป ฮอปเปอร์” จรวดต้นแบบขนคนไป “ดวงจันทร์-ดาวอังคาร”
Next articleกรมทรัพย์สินทางปัญญา หวังใช้ สินค้า GI สร้างมูลค่าเพิ่ม ต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มรายได้ให้ชุมชน