5 ชาติใหญ่เผชิญภาวะ เศรษฐกิจถดถอย

REUTERS/Toby Melville/File Photo
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

 

ในทางเศรษฐศาสตร์ สภาวะเศรษฐกิจถดถอยนั้น มีนิยามกำหนดเอาไว้ชัดเจนว่า หมายถึงกรณีที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศใดประเทศหนึ่งติดลบ 2 ไตรมาสติดต่อกัน ในกรณีนี้เศรษฐกิจของประเทศแทนที่จะขยายตัวเติบโตขึ้น กลับจะหดตัวเล็กลง

หากสภาพถดถอยดังกล่าวนี้ไม่ได้รับการแก้ไขให้กระเตื้องขึ้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือภาวะเศรษฐกิจตกต่ำนั่นเอง

ประเด็นที่น่าสนใจในเวลานี้ก็คือ เมื่อมองภาพรวมของโลกเราจะพบว่า มีประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่อยู่มากมายถึง 5 ประเทศด้วยกันที่กำลังเกิดภาวะถดถอยอยู่ในขณะนี้ หรือจ่อ ๆ จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้าไม่นาน

ประเทศแรกก็คือ สหราชอาณาจักร หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า ประเทศอังกฤษ ที่อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสสองอยู่ในสภาพหดตัวลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2012 และยังไม่มีที่ท่าว่าจะกระเตื้องขึ้นชัดเจนในไตรมาส 3

ถัดมาคือ เยอรมนี ที่มีการประกาศตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ออกมาเมื่อ 14 สิงหาคมนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกประเทศนี้มีอัตราการขยายตัวเป็นลบในช่วง 3 เดือนจนถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

อีกชาติใหญ่ในยุโรปเช่นกัน อย่างอิตาลี อัตราการขยายตัวนิ่งสนิทเป็นแนวระนาบ พร้อมกับที่วิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ก็ยืดเยื้อยังไม่มีจุดลงเอย ในขณะที่ประเทศอย่าง บราซิล ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในแถบละตินอเมริกา ประสบปัญหาผลผลิตทางด้านอุตสาหกรรมอ่อนแอลง อัตราว่างงานถีบตัวสูงขึ้น ยังไม่มีการประกาศตัวเลขออกมาอย่างเป็นทางการ แต่นักสังเกตการณ์เห็นพ้องกันว่า ประกาศออกมาเมื่อใดเท่ากับเป็นการยืนยันว่าเกิดเศรษฐกิจถดถอยขึ้นที่บราซิลเมื่อนั้น

อีกชาติอย่าง เม็กซิโก ภาวะการลงทุนหดหายไปเร็วมากและเยอะมาก นอกจากนั้น ภาคอุตสาหกรรมบริการในประเทศก็เริ่มทรุดลงตามแรงกดดันแล้ว สุดท้ายเมื่อ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ธนาคารกลางเม็กซิโกก็จำเป็นต้องประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25 เปอร์เซ็นต์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ทั้ง 5 ชาตินั้นถือเป็นชาติเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ติดอันดับท็อป 20 ของโลกทั้งสิ้น ถ้านับรวมเอาประเทศที่แม้จะมีขนาดเล็ก แต่มีความสำคัญในแง่ของการเป็นศูนย์กลางทางการเงินและการค้าของภูมิภาค อย่างสิงคโปร์ และฮ่องกง รวมเข้าไปด้วยก็สามารถสะท้อนให้เห็นภาพของสถานการณ์เศรษฐกิจโลกโดยรวมในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี

ในแต่ละประเทศเหล่านั้น มีปัจจัยที่ประกอบขึ้นเป็นสาเหตุหลักในการผลักดันให้เศรษฐกิจวูบลงอยู่เฉพาะตัวของแต่ละประเทศก็จริงอยู่ แต่สภาวะสงครามการค้าระหว่างยักษ์ใหญ่ อย่างสหรัฐอเมริกากับจีนก็ทำให้ภาคการผลิตทั่วโลกทรุดตัวลง และความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจก็ลดวูบลงอย่างน่าใจหายไปทั่ว กลายเป็นปัจจัยทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจในแต่ละประเทศเลวร้ายมากยิ่งขึ้น

สงครามการค้าทำให้เศรษฐกิจจีน ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกชะลอตัวลงสู่ระดับขยายตัวต่ำสุดในรอบเกือบ 30 ปี

ในกรณีของเยอรมนีนั้นชัดเจนว่า ผลกระทบเกิดจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก เพราะเศรษฐกิจเยอรมนีต้องพึ่งพาสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาและจีนอยู่สูงมาก และเป็นหนึ่งในชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ที่ได้รับผลกระทบจากกรณี “เบร็กซิต” ของอังกฤษมากที่สุด

นักวิเคราะห์บางคนถึงกับฟันธงแล้วว่า “ยุคทอง” ของเศรษฐกิจเยอรมัน ที่ดำเนินต่อเนื่องมา 10 ปีนั้น สิ้นสุดลงแล้ว

แต่ผลกระทบจากเบร็กซิตก็ไม่ได้ส่งผลดีต่ออังกฤษเองมากมายเท่าใดนัก ถ้าหากจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยขึ้นจริง ๆ เศรษฐกิจของอังกฤษต้องขยายตัวเป็นบวกให้ได้ในไตรมาส 3

หาก บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษที่เพิ่งรับตำแหน่งได้ไม่นาน ยืนกรานตามเจตนาเดิมที่จะนำอังกฤษถอนตัวออกจากอียูภายใน 31 ตุลาคมนี้ โดยไม่ไยดีว่าจะมีความตกลงช่วยบรรเทาผลกระทบหรือไม่

ภาวะถดถอยของอังกฤษก็กลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน

นีล เชียริง หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ของแคปิตอลอีโคโนมิกส์ ให้ความเห็นเอาไว้น่าคิดอย่างยิ่งว่า แม้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของบางประเทศ บางจุดจะอ่อนแอย่ำแย่กว่าที่อื่น แต่ส่วนที่เหลือน่าจะยังไม่เลวร้ายเท่าใดนัก สภาพเศรษฐกิจในส่วนที่เหลือของโลกอย่างแย่ก็อยู่ในสภาพชะลอตัว ไม่น่าจะเกิดภาวะถดถอยขึ้นทั้งโลก เว้นเสียแต่ว่าจะเกิดปัจจัยเสี่ยง 3 ประการขึ้นตามมาหลังจากนี้

แรกสุด ที่เป็นเรื่องใหญ่สุดก็คือ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนไม่เพียงยืดเยื้อต่อไป แต่จะเพิ่มอุณหภูมิเพิ่มดีกรีมากยิ่งขึ้นไปอีก ความเชื่อมั่นทางธุรกิจจะตกวูบติดพื้นตามมาทันที

ถัดมาก็คือ บรรดาธนาคารกลางทั้งหลายเกิดย่ามใจ ไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ก่อให้เกิดปฏิกิริยาในทางลบจากตลาดเงินโลก

สุดท้ายก็คือ สภาพปัญหาระดับวิกฤตในภาคการผลิตของโลกในเวลานี้ระบาดเข้าไปสู่ภาคบริการของโลกที่เป็นปัจจัยหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกอยู่ในเวลานี้

เมื่อนั้นภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วทั้งโลกก็อาจเกิดขึ้นตามมา

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleใช้ “CO2 ” ผลิตโอเลฟินส์ ลดโลกร้อน-ต่อยอดปิโตรเคมี
Next articleโซนอันตรายเศรษฐกิจขาลง หวั่นซ้ำรอยญี่ปุ่นเงินฝืด-สังคมสูงวัย