ธุรกิจไม่เปลี่ยนก็ป่วน

คอลัมน์ สามัญสำนึก

โดย ดิษนีย์ นาคเจริญ

 

ธุรกิจวันนี้ต้องขยับขึ้นไปอยู่ในโลกออนไลน์มากขึ้น

ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มหันไปจับจ่ายสินค้าบนช่องทางออนไลน์ เพราะสะดวกและประหยัด (กว่า) อย่างน้อยก็ในแง่การเดินทาง โดยมีสารพัดโปรโมชั่นของบรรดาผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ทั้งหลายออกมาจูงใจต่อเนื่อง

แคมเปญ 9 เดือน 9 ล่าสุด ทั้ง “ลาซาด้า-ช้อปปี้” ต่างระดมโปรโมชั่นกระตุ้นยอดกันเต็มพิกัด ทั้งแจกส่วนลดเพิ่มเติม ลดค่าส่งไปจนถึงส่งฟรีก็มี

“ลาซาด้า” ระบุว่า แบรนด์ดังใน LazMall ทำยอดขายเพิ่มขึ้นจากปกติถึง 37 เท่า

“แจ็ค จาง” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า แคมเปญดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดีมากจากนักช็อปชาวไทยอีกครั้ง เนื่องจากความหลากหลายของสินค้าจากแบรนด์พันธมิตรและผู้ขาย การมีสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นต่าง ๆ รวมถึงระบบการชำระเงินและระบบจัดส่งที่ปลอดภัย

9.9 Big Discovery Sale ปีนี้ยังสร้างสถิติใหม่ที่น่าสนใจหลายอย่าง โดยสินค้าขายดีที่สุดอันดับหนึ่งภายใน 1 วัน คือ โทรศัพท์มือถือ ทำได้มากกว่า 20,000 เครื่อง ตามด้วยผ้าอ้อมสำเร็จรูป และสมาร์ททีวี ถ้านำจำนวน “มาสก์หน้า” ที่ขายไปได้ในวันเดียวจะใช้ทุกวันได้นานถึง 35 ปี ขณะที่ลิปสติกที่ขายได้ทั้งหมดจะใช้ได้นานกว่า 4,000 ปี

“ลาซาด้า” ยังจัดกิจกรรมเชื่อมโยงการขายสินค้ามาสู่ออฟไลน์ หรือที่เรียกว่า (O2O) ด้วย โดยจัดอีเวนต์ที่นำเสนอทั้งแฟชั่น อาหาร และคอนเสิร์ตไว้ในงานเดียว ดึงดูดนักช็อปไทยได้กว่า 100,000 ราย โดยเฉพาะขาช็อปอายุ 18-24 ปี

ฝั่ง “ช้อปปี้” จัดใหญ่เช่นกันด้วยการนำ “คริสเตียโน โรนัลโด” มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุด

“เทอเรนซ์ แพง” ประธานฝ่ายปฏิบัติการ “ช้อปปี้” กล่าวว่า เทียบ 9.9 ที่จัดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้มียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า ช่วงเวลาที่ขายดีที่สุดใน 1 นาที ขายได้ถึง 187,606 ไอเท็ม สินค้ายอดนิยม ได้แก่ ผ้าอ้อมเด็ก, หลอดไฟ และหม้อทอดไร้น้ำมัน ทั้งมียอดการเข้าชมเพิ่มขึ้นกว่า 5,306 เท่า ส่วนยอดขายเติบโตมากกว่าวันปกติ 480 เท่า

ในขณะที่เริ่มมีเสียงบ่นจากหลายภาคส่วนถึงสภาวะเศรษฐกิจที่ดูไม่ดีเลย ส่งผลกระทบถึงกำลังซื้อของผู้บริโภค สวนทางสมรภูมิอีคอมเมิร์ซ

ธุรกิจจัดส่งอาหารผ่านแอปพลิเคชั่นก็ด้วย มีแต่โตวันโตคืนด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคและการกระตุ้นตลาดของขาใหญ่ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า

เป็นไปได้มากที่ตลาด food delivery ปีนี้จะไปไกลกว่าที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ไว้ว่าจะมีมูลค่า 33,000-35,000 ล้านบาท โต 14% จากปี 2561

บรรดาฟู้ดดีลิเวอรี่ค่ายดังส่งโปรโมชั่นออกมาเร่งให้เกิดการสั่งซื้อได้มากโดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ บางช่วงถึงกับ “ส่งฟรี” ไม่ว่าจะเป็นเก็ตฟู้ด (GET FOOD), แกร็บฟู้ด (Grab Food) หรือไลน์แมน (LINE MAN)

ล่าสุด “ไลน์แมน” พยายามสร้างเกมใหม่หนีสงครามราคาด้วยกลยุทธ์ moment marketing นำ big data ที่มีมาวิเคราะห์ร่วมกับการจับกระแสตลาดออกมาเป็นโปรโมชั่นที่ส่งไปยังผู้ใช้ในเวลาที่เหมาะสม เช่น ช่วงวันแม่มีแคมเปญ “Love MOM” รวมถึงจับมือกับร้านค้าออกแบบเมนูพิเศษเพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้า และการเติบโตของธุรกิจร่วมกัน เช่น ที่ร่วมกับร้านขนมดัง”อาฟเตอร์ยู” ครีเอตเมนู “เอแคลร์” ให้สั่งได้ผ่าน “ไลน์แมน” แล้วโกยยอดไปได้กว่า 2 แสนชิ้นในเดือนเดียว

“วรานันท์ ช่วงฉ่ำ” หัวหน้ากลุ่มพัฒนาธุรกิจและการตลาด LINE MAN บอกว่า การขยับมายังการพัฒนาบริการที่สร้างคุณค่าทางความรู้สึก ไม่เพียงสร้างความแตกต่างได้ แต่ยังขยายฐานลูกค้าไปกลุ่มใหม่ได้ด้วย เป็นการยกระดับแบรนด์จากผู้ช่วยที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมาเป็นตัวแทนส่งทุกความรู้สึก เพื่อหวังครองหัวใจลูกค้าในระยะยาว

ชัดเจนว่าถ้าจะอยู่ให้รอด ธุรกิจต้องขยับตามพฤติกรรมผู้บริโภคและโลกที่เปลี่ยนไปให้ทัน

Previous articleอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน
Next articleจะรู้ได้ไงว่า… ลูกน้องป่วยจริง ?