โดมิโน “ดิสรัปชั่น”

โดมิโน “ดิสรัปชั่น”

คอลัมน์ สามัญสำนึก

โดย ดิษนีย์ นาคเจริญ

ดับเบิลเดย์กลายเป็นแคมเปญกระตุ้นยอดขายออนไลน์ที่จัดกันถี่มาก ไม่ได้มีแค่ 11.11 ปีละครั้งอีกต่อไป โดยเฉพาะช่วงโค้งท้ายปี มี 8.8 บ้าง 9.9 บ้างแล้ว แต่ 11.11 ยังคงขลังและเป็นมหกรรมช็อปปิ้งออนไลน์ที่ยักษ์อีคอมเมิร์ซและแบรนด์สินค้าต่าง ๆ ใส่กันไม่ยั้ง

มหกรรมช็อปปิ้งออนไลน์ 11.11 เริ่มต้นขึ้นโดยยักษ์อีคอมเมิร์ซโลก “อาลีบาบา” เมื่อ 10 ปีก่อน เติบโตฉุดไม่อยู่ตลอดช่วงที่ผ่านมาเรียกได้ว่าทุบสถิติกันทุกปี เช่นกันกับในปีนี้ “อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด” รายงานว่า ยอดขายออนไลน์ที่เกิดขึ้นในมหกรรมช็อปปิ้ง 11.11 ปี 2562 กวาดยอดขายไปได้รวม 268,400 ล้านหยวนหรือ 38,400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1164,672 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ที่โกยไปประมาณ 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 26%

“ฟ่าน เจียง” ประธานกรรมการ เถาเป่า และทีมอลล์ เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซในเครือ “อาลีบาบา” พูดถึงความสำเร็จของเทศกาล 11.11 ครั้งล่าสุดว่า เป็นการแสดงให้โลกรู้ว่ายุคแห่งการบริโภคของแบรนด์ และผู้บริโภคในอนาคตเป็นอย่างไร โดยบริษัทได้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน และช่วยยกระดับไลฟ์สไตล์พร้อมนำเสนอธุรกิจดิจิทัลแก่ผู้ใช้หน้าใหม่ทั้งในประเทศจีนและผู้ใช้ทั่วโลกด้วย มากกว่าตัวเลขยอดขายออนไลน์ผ่านอาลีเพย์ที่ 268,400 ล้านหยวน ยังพบข้อมูลที่น่าสนใจด้วยว่า ปีนี้ มีแบรนด์สินค้าเข้าร่วมมากกว่า 200,000 แบรนด์ มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากกว่า 1 ล้านรายการ อีกทั้งมีแบรนด์สินค้ามากถึง 299 แบรนด์ ทำยอดขายทะลุ 100 ล้านหยวน หรือ 14.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 433.47 ล้านบาท) แบรนด์ขายดียังคงเป็นบิ๊กแบรนด์ ได้แก่ Apple, Bose, Este Lauder, Gap, H&M, L”Oreal, Levi”s, MUJI, Nike, Philips, Uniqlo เป็นต้น

และ 5 ประเทศแรกที่มียอดขายสินค้าออนไลน์สู่ตลาดจีนผ่านแพลตฟอร์มข้ามชาติมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น, อเมริกา, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย และเยอรมนี ทำให้ “ไช่เหนี่ยว” เครือข่ายโลจิสติกส์ของอาลีบาบา มีรายการจัดส่งสินค้ามากถึง 1,300 ล้านรายการ ความสำเร็จของมหกรรมช็อปปิ้งก้องโลก 11.11 ตอกย้ำให้เห็นชัดเจนว่าการจับจ่ายใช้สอยผ่านช่องทางออนไลน์เป็น new normal สำหรับผู้บริโภคทุกวันนี้

แบรนด์สินค้าไหน ร้านค้าปลีกใดไม่มีช่องทาง “ออนไลน์” คงไม่ได้หรือมีแต่ออนไลน์ก็อาจไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคเช่นกัน ถ้าจะให้ดีต้องมีให้ครบทั้งออฟไลน์-ออนไลน์แล้วเชื่อมกันได้แบบไร้รอยต่อเป็น “ออมนิแชนเนล” ธุรกิจค้าปลีกอยู่ท่ามกลางพายุดิสรัปชั่นอย่างแท้จริง ไม่ใช่แต่ค้าปลีก พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพราะพัฒนาการของเทคโนโลยีกระทบทุกธุรกิจ อาจมีดีกรีแตกต่างกันไป แต่โดนถ้วนหน้า ใครเปลี่ยนไม่ทันก็อาจโดนกลืนหายไปในคลื่น “ดิจิทัล”

เช่นที่ “เรืองโรจน์ (กระทิง) พูนผล” ประธาน กสิกร บิซิเนส เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ในเครือธนาคารกสิกรไทย กล่าวบนเวทีสัมมนา Thailand 2020 #ก้าวข้ามพายุเศรษฐกิจว่า เทคโนโลยีดิจิทัลทำให้อายุเฉลี่ยของบริษัทลดลงจาก 18 ปี เหลือแค่ 15 ปี เข้าสู่ยุค “ดิจิทัลดิสรัปชั่น” ที่ดิจิทัลแพลตฟอร์มเข้ามากลืนกินทุกสิ่งทำให้พรมแดนระหว่างธุรกิจหายไป “คนทำอีคอมเมิร์ซก็มาทำไฟแนนซ์ได้ ทำโลจิสติกส์ได้”

แม่ทัพ KBTG เตือนว่า ในปี 2020 เป็นปีเริ่มต้นของช่วงที่เรียกว่า การเข้าสู่ “สงครามครั้งสุดท้าย” (ปี 2020-2025) ที่ “ดิสรัปชั่น” ลามไปทุกที่ธุรกิจต่าง ๆ จะอยู่แบบเดิมทำแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว “เราไม่สามารถยืนอยู่บนสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิม แข่งด้วยเกมเดิมได้ ต้องลุกขึ้นมาสู้ ถ้าสู้ ในปี 2025 เราจะไม่ใช่แค่รอด แต่จะชนะได้ด้วย” เพราะท่ามกลางวิกฤตในพายุ “ดิสรัปชั่น” มีโอกาสใหม่ ๆ เช่นกัน ขอเพียงอย่ายอมแพ้


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ