ชีวิตจำศีล

Photo by Lauren DeCicca/Getty Images
คอลัมน์สามัญสำนึก
สมถวิล ลีลาสุวัฒน์

 

สุดสัปดาห์ก่อนไปงานไว้อาลัยคุณป้าของเพื่อนที่ครองชีวิตโสดจนถึงอายุ 88 ปี จากลาด้วยวัยชรา ชีวิตเรียบง่าย ไม่สิ้นเปลือง แต่ไร้ทรัพย์สมบัติ เครือญาติมิตรสหายเลยมาน้อยตามทรัพย์สิน

มีแต่เพื่อนรักมัธยม คอยดูแลจัดการให้ ตั้งแต่คุณป้ามีชีวิตจนหมดลมหายใจ เป็นความภูมิใจลึก ๆ ที่เพื่อนได้ทำเกินหน้าที่ที่มนุษย์สมควรกระทำ

งานจัดขึ้น ณ วัดศาลาแดง เลียบคลองทวีวัฒนา ฝั่งธนบุรี บรรยากาศรายรอบร่มเย็น สบายตา ไม่มีคอนโดฯ ไม่มีโรงงาน ผังเมืองเป็นพื้นที่สีเขียว ดีเช่นนี้เอง ที่ตระหง่านเตะตามี 2 โปรเจ็กต์คือ มหาวิทยาลัยเอกชนรายหนึ่ง กับ ตลาดนัด ไซซ์ XXXL

ทำเลเลียบคลองทวีฯพัฒนาขึ้นมาก แลนด์สเคปงาม ตลาดนัด เวิลด์มาร์เก็ต ที่กล่าวถึงกลายเป็น แลนด์มาร์กใหม่ แทนที่ สนามหลวง 2” ที่คนยังไม่เปรี้ยงปร้าง

ทำให้คลองทวีฯอีกฟาก ในซอยเพชรเกษม 69 เอกชนหลายรายพยายามไขว่คว้าหารายได้ ลงทุนสร้าง ตลาดนัด หวังกินค่าเช่าแผงจากพ่อค้าแม่ขาย แต่ก็ไม่สำเร็จ สภาพดูหงอย ๆ เหงา ๆ เหมือนภาวะเศรษฐกิจไทยในยามโพล้เพล้ มืดก็ไม่มืด สว่างก็ไม่สว่าง น่าสงสารเป็นที่สุด

เช่นเดียวกับอีกหลายตลาดนัดที่คนเคยหนาแน่น กลับบางเบา

ตลาดนัดรถไฟติดเอสพลานาด ย่านรัชดาฯ ไม่ต้องพูดถึง ทัวร์จีนหาย ตลาดก็เงียบทันตา

ตลาดหัวมุมเลียบด่วนฯ พอไปได้ แต่ไม่เฟื่องเหมือนก่อน

ข่าวว่า เจ้าของตลาดหัวมุมยังมีดวงเฮง สามารถ “แตกแบรนด์” ขยายการลงทุนไปอีกหลายสาขา

โดยจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (วัยแรกรุ่น) ได้แน่นและแม่นยำ สมกับชื่อโครงการ “ตลาดนัดอินดี้” จะอินดี้ทำเลไหน ก็ใส่ชื่อต่อท้ายไป อินดี้ดาวคะนอง อินดี้ปิ่นเกล้า อินดี้กัลปพฤกษ์ และอินดี้เทียนทะเล

แค่ฝั่งธนฯ รัศมี 10-15 กิโลเมตร “ตลาดอินดี้” เปิดไปแล้ว 4 แห่ง แต่ละแห่งใหญ่โตมโหฬาร สร้างสีสันในยามโพล้เพล้ถึงค่ำคืนให้สุขสว่าง ยามเศรษฐกิจขาลง

ต่างกับนักธุรกิจพัฒนาที่ดินรายใหญ่ ๆ ที่ยิ้มได้ไม่เต็มที่ พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะอสังหาฯ ขาลงรอบนี้ เจ็บปวดทะลุใจจริง ๆ

คนที่เปรียบเปรยได้ชัดคือ เจ้าของบริษัทอนันดาฯ “ชานนท์ เรืองกฤตยา” ที่บอกว่า “เศรษฐกิจไทยเหมือนซอมบี้ ตายก็ไม่ตาย เกิดก็ไม่เกิด”

ผู้ประกอบการเร่งปรับตัวทำใจ หาเงินจ่ายค่าของ ค่าแรง ใจลึก ๆ ไม่มีใครอยากปลดคน หรือเลิกจ้าง

จากปัจจัยลบโหมกระหน่ำว่าหนักแล้ว คนทั่วโลกยังต้องมาเจอกับ “โรคระบาด” ไวรัสโควิด-19

ทำเอาจีนก็ไปไม่ถูก

ทุกประเทศก็ไปไม่เป็น

ที่เคยมองข้ามโรคหวัดโคโรน่าคงไม่มีอะไร ทำไปมาทำ กลายเป็น “สงครามเชื้อโรค” ที่ทำลายล้างอย่างน่ากลัว ทุกสิ่งอย่าง “หยุดชะงัก” จริง ๆ

ประเทศไทยพึ่งพาแต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมานาน เมื่อเสาหลักถูกปิดกั้น ทุกอย่างจึงจบเร็ว ทั้งการบิน ศูนย์การค้า โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร ฯลฯ  ลามไปถึง “ธุรกิจแลกเงิน” จากฟู ๆ จ๋อยทันตา

อีเวนต์ใหญ่ ๆ ทยอยประกาศยกเลิก ผู้คนต่างเฝ้าระวังและป้องกันตัวเองอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ที่วิตกกันมากคือ “สภาพคล่อง” นักธุรกิจคิดตลอดจะทำอย่างไรให้ประคองไปได้ พอมีเงินหมุนเวียน

ไม่งั้นคงไม่เกิดปรากฏการณ์ “เชฟโรเลต” ลดราคา 50%

นอกเหนือจากความกลัวเจ๊งแล้ว ตอนนี้ทุกคนยังกลัวตาย ด้วยโรคระบาดที่ขยายวงใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ

ทุกคนทุกองค์กรกำลังเข้าสู่โหมดการใช้ชีวิตแบบ “จำศีล” ไม่ไดนามิกเหมือนก่อน

จากปีใหม่ต้องลากยาวไปถึงสงกรานต์หรือสิ้นปี

ภาวนาว่า “ขอให้หยุดจำศีล” แค่ครึ่งปี เพราะใคร ๆ ก็อยากไปต่อ ไปอย่างมีชีวิตชีวา

ขอให้ทุกท่านโชคดี มีชัย ปราศจากโรค และปราศจากหนี้ด้วยเทอญ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ