ไร้อนาคต

คอลัมน์ สามัญสำนึก
สมปอง แจ่มเกาะ

 

นาทีนี้คนไทยหายใจเข้า-ออกเป็นโควิด-19

โควิดกลับมาระบาดรอบนี้เดือดร้อนกันไปทุกหย่อมหญ้า ประชาชนทั่วสารทิศต้องอยู่อย่างลำบากแร้นแค้น โดยเฉพาะคนจนชนชั้นรากหญ้า

ไม่ต่างจากการตกอยู่ในภาวะสงครามกลียุค

เช้านี้ (30 ก.ค.) ระหว่างนั่งปิดต้นฉบับ คลิกเข้าไปดูเว็บไซต์กรมควบคุมโรค รายงานยอดผู้ป่วยรายใหม่และยอดผู้เสียชีวิต ตัวเลขอยู่ที่ 17,345 ราย และ 117 รายตามลำดับ จากเมื่อวาน (29 ก.ค.) ผู้ป่วยใหม่ 1,7669 ราย ราย ผู้เสียชีวิต 165 คน

ตัวเลขไม่มีท่าทีว่าจะลดลงง่าย ๆ

ขณะที่หลาย ๆ ฝ่ายเรียกหาวัคซีนคุณภาพมาเร่งฉีดโดยเร็ว

แต่ก็ดูเหมือนว่าโอกาสจะริบหรี่เหลือเกิน เพราะวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้เป็นวัคซีนตัวหลักในการสู้กับโควิด-19 และสั่งซื้อไว้ถึง 61 ล้านโดส ไม่สามารถผลิตและส่งมอบให้ได้ตามสัญญา

ผู้บริหารแอสตร้าเซนเนก้าออกมายอมรับว่า จะส่งมอบวัคซีนได้เพียงเดือนละ 5-6 ล้านโดส จากเป้าที่ สธ.ต้องการคือ 10 ล้านโดส

ได้แต่ร้องแบะ ๆ เพราะการทำสัญญาที่หละหลวม

เมื่อการหาวัคซีนกำลังเดินมาถึงทางตัน ทั้งรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขต่างก็ดิ้นและไปลงเอยที่ทุ่มงบฯซื้อซิโนแวคเข้ามาเพิ่ม

ท่ามกลางเสียงท้วงติงเรื่องคุณภาพและประสิทธิภาพ ด้วยเหตุที่ไวรัสเริ่มกลายพันธุ์

อีกด้านหนึ่ง ตอนนี้สถาบันวัคซีนก็กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ หลังจากเมื่อต้นปี 2563 ไม่เข้าร่วมโครงการนี้ ด้วยเหตุผลว่าเพราะ

1.โคแวกซ์เป็นโครงการตั้งขึ้นเพื่อแจกจ่ายวัคซีนโควิด-19 ให้กับประเทศยากจน 2.ไทยไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับวัคซีนฟรี 3.หากจะเข้าร่วมโครงการต้องนำเงินไปร่วมลงขัน 4.การจองวัคซีนผ่านโคแวกซ์ต้องเสียธรรมเนียม และ 5.การซื้อวัคซีนจากผู้ผลิตโดยตรง สามารถกำหนดจำนวนและต่อรองราคาได้ ฯลฯ

ถัดมาไม่นาน (25 ก.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกมาบอกว่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2564 ไทยมีวัคซีนรวมสะสมทั้งสิ้นประมาณ 27 ล้านโดส เป็นแอสตร้าฯราว 12 ล้านโดส และซิโนแวคอีก 15 ล้านโดส นอกจากนี้ ยังมีวัคซีนบริจาคอีกราว ๆ 3.5 ล้านโดส

ขณะที่ตัวเลขการฉีดวัคซีนจากวันแรกเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงวันนี้ (24 ก.ค.) ฉีดไปได้เพียง 15.86 ล้านโดส ในจำนวนนี้เป็นซิโนแวค 8.10 ล้านโดส แอสตร้าเซนเนก้า 7.08 ล้านโดส และเอายอดซิโนฟาร์มที่ดำเนินการโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เข้ามาบวกเพิ่ม 6.79 แสนโดส

ทั้งหมดนี้คิดเป็นสัดส่วนเพียง 5-6% ของจำนวนประชากรเท่านั้น ยังห่างเป้ากับการที่จะฉีดให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศได้

นี่คือความผิดพลาดในการบริหารจัดการวัคซีนตั้งแต่เริ่มต้น และส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ลุกลามเป็นวงกว้าง


จำนวนคนไข้ที่เพิ่มขึ้นหลักหมื่นในแต่ละวัน ทำให้เตียงผู้ป่วยไม่สามารถรองรับได้ ตอนนี้แพทย์-พยาบาล-เจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลทุกแห่งทำงานหามรุ่งหามค่ำ นี่ก็จะ 4 เดือน ย่างเข้าเดือนที่ 5 แล้ว

เขาเหล่านี้จะทนทานและสามารถยืนระยะยาวได้นานอีกกี่วัน เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ เริ่มขาดแคลน รอผู้ใจบุญบริจาค

ตอนนี้ระบบสาธารณสุขไทยเข้าขั้นโคม่า ใกล้จะเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตเข้าไปทุกที

ส่วนเศรษฐกิจปากท้องก็ไม่ต่างกัน การทำมาค้าขาย ธุรกิจเล็ก-ใหญ่ ล้วนฝืดเคืองลำเค็ญ

เศรษฐกิจประเทศกำลังจมดิ่ง

เหมือนกำลังลอยคออยู่กลางทะเลมานานนับเดือน และยังมองไม่เห็นฝั่ง

อนิจจา…กรรมของคนไทย !

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ