“ดิอาจิโอ” ย้ำขับรถปลอดภัย ผนึก UNITAR จัดเวิร์กช็อปทั่วโลก

อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นสาเหตุลำดับที่ 9 ของอัตราการเสียชีวิตทั่วโลก เพราะแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนกว่า 1.2 ล้านคน โดยร้อยละ 90 เกิดในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง ซึ่งจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 2 ของโลก ด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 24,000 คนต่อปี หรือวันละ 66 คน

สถิตินี้เป็นเหมือนสัญญาณถึงทุกภาคส่วนในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างเร่งด่วน ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ สถาบันวิจัยและฝึกอบรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNITAR (United Nations Institute for Training and Re-search) ร่วมมือกับ บริษัท ดิอาจิโอ จำกัด (มหาชน) จัดเวิร์กช็อปเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนให้กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย ในชื่อ “Improving Road Safety for Sustainable Cities : Best Practice Sharing Workshop”

“อเล็กซ์ เมฮิอา” ผู้อำนวยการโครงการ UNITAR กล่าวถึงโครงการนี้ว่า อยู่ในโปรเจ็กต์ความร่วมมือ 2 ปีกับดิอาจิโอมาตั้งแต่ปี 2016 ด้วยภารกิจเหมือนกันคือ ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลก โดย UN มีเป้าหมายที่จะลดอุบัติเหตุทั่วโลกให้ได้ 50% ภายในปี 2020 ดังนั้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายจะต้องร่วมมือกับหน่วยงานราชการ และภาคเอกชนจากทั่วโลก ซึ่งที่ผ่านมา

UNITAR ภายใต้การสนับสนุนของดิอาจิโอ ได้จัดงานระดับโลก 4 งาน และระดับประเทศอีก 5 งานในภูมิภาคแอฟริกา ละตินอเมริกา และเอเชีย

“ในปี 2017 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน 1.3 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งมาจาก 2 ปัจจัยคือ การเสพติดแอลกอฮอล์ และการไม่มีวินัยจราจรที่ถือว่าเป็นปัจจัยหลักของการเกิดอุบัติเหตุ ดังนั้น เราจึงโฟกัสการปรับพฤติกรรมของคน ด้วยการให้ความรู้ด้านการจราจร จึงเป็นที่มาของการจัดเวิร์กช็อปสำหรับให้ความรู้แก่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐ หรือคนที่มีอำนาจหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้เขาทราบว่าแท้จริงแล้ว สาเหตุหลักคืออะไร แล้วควรมีแผนป้องกันอย่างไร”


โดยเวิร์กช็อปแต่ละครั้งจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนท้องถนนมาแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกฎหมายความปลอดภัยทางถนน และความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมทั้งบอกเล่าถึงความสำคัญของการวางผังเมือง และระบบสาธารณูปโภค ตลอดจนความสำเร็จและบทเรียนจากประเทศเพื่อนบ้าน

ในส่วนของการจัดเวิร์กช็อปในไทย มีผู้เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย อาจารย์ และผู้บริหารจากภาคธุรกิจรวม 50 คน เข้าร่วม

เวิร์กช็อป เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ ศึกษาจากความสำเร็จของมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนนทั่วโลก และหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน และส่งเสริมความปลอดภัยในประเทศไทยร่วมกัน

“แคลอรีน แพนเซอร์” ผู้อำนวยการใหญ่ด้านแอลกอฮอล์ในสังคม บริษัท ดิอาจิโอ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า บริษัทมุ่งมั่นที่จะลดพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นอันตรายของประชาชน ผ่านโครงการมากมายที่ได้นำมาใช้เพื่อลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุเมาแล้วขับทั่วโลก และติดตามผลความก้าวหน้าของโครงการอย่างต่อเนื่อง

“การทำธุรกิจของดิอาจิโอไม่ได้มุ่งที่จะจำหน่ายแอลกอฮอล์อย่างเดียว เรามองว่าต้องส่งเสริมการบริโภคอย่างรับผิดชอบและสร้างสรรค์ด้วย ดังนั้น การทำงานหลัก ๆ ของเราจึงเน้นส่งเสริมด้านความรู้ความเข้าใจถึงการบริโภคแอลกอฮอล์อย่างมีความรับผิดชอบ โดยเราทำงานกับภาครัฐ หน่วยงานการศึกษา ชุมชน และเซเลบริตี้ที่มีชื่อเสียง”

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้กับ UNITAR ตั้งเป้าการฝึกอบรมใน 60 ประเทศ หรือ 7,000 คนทั่วโลก โดยเน้นประเทศที่มีอุบัติเหตุสูงเป็นอันดับต้น ๆ ซึ่งนอกจากการเวิร์กช็อปให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ยังมีการโรดโชว์ เพื่อสร้างความรู้ และความตระหนักถึงความปลอดภัยบนท้องถนนให้กับประชาชนอีกด้วย

ขณะที่รายละเอียดการดำเนินงานเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนของประเทศไทย “ธนากร คุปตจิตต์” ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลว่า มีโครงการเมาไม่ขับ กลับปลอดภัย ซึ่งได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 มุ่งแก้ปัญหาเมาแล้วขับ การบริโภคก่อนวัยอันควร และส่งเสริมการดื่มอย่างรับผิดชอบ โดยล่าสุดได้นำเทคโนโลยี virtual reality มาใช้ในการส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน ด้วยการกระตุ้นให้นักดื่มคิดมากขึ้นก่อนที่จะขับรถ และย้ำเตือนถึงผลร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นจากการเมาแล้วขับ

“เรายังทำงานร่วมกับโมเดิร์นเทรดในการตรวจเช็กบัตรประชาชนลูกค้า เมื่อมีการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ที่บังคับได้ยากคือร้านค้าทั่วไปหรือโชห่วยซึ่งเป็นอีกสเต็ปของแผนการดำเนินงานของเรา ในการเข้าไปรณรงค์ และให้ความรู้อย่างเข้มข้น เพื่อให้การซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด”

สำหรับการบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนท้องถนนในเวิร์กช็อปครั้งนี้ มีการนำเสนอผลการดำเนินงานขององค์กรต่าง ๆ โดยชี้ให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญที่สามารถสร้างเสริมความปลอดภัย และลดอุบัติเหตุในประเทศไทย เช่น “Greig Craft”

ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย จากประเทศเวียดนาม เน้นความสำคัญของการอบรมและการศึกษา พร้อมยกตัวอย่างโครงการ “Street Wise” เดินทางปลอดภัยไปโรงเรียน ที่สร้างความรู้การใช้ถนนอย่างฉลาด ปลอดภัย และยั่งยืนให้กับนักเรียนใน จ.สงขลา

โครงการดังกล่าวถือว่าประสบผลสำเร็จอย่างมาก เพราะนักเรียนที่สวมหมวกกันน็อกขณะขับขี่หรือซ้อนรถจักรยานยนต์มีจำนวนเพิ่มขึ้น จากอัตราร้อยละ 0 ในเดือน ก.พ. 2560 เป็นร้อยละ 59 ในเดือน ต.ค. 2560 อีกทั้งจำนวนของนักเรียนที่หยุดมองซ้าย-ขวาก่อนข้ามถนน เพิ่มจำนวนขึ้นจากร้อยละ 80 เป็นร้อยละ 98

นอกจากนี้ ตัวแทนจากสหพันธ์นานาชาติเพื่อการดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ หรือ IARD (International Alliance for Responsible Drinking) ได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของแนวทางการแก้ปัญหาจากความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน การบังคับใช้กฎหมาย และการอบรมคนในชุมชนให้มีระเบียบวินัยในตนเอง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้