แสนสิริ ทรานส์ฟอร์มองค์กร หลอม พนักงานยุคดิจิทัล

การศึกษาดูงานเป็นการเรียนรู้แลกเปลี่ยนปัญหาและอุปสรรครวมถึงหาแนวทางแก้ไขจากองค์กรที่มีตัวอย่างและวิธีปฏิบัติที่ดี ทั้งเรื่องการพัฒนาบุคลากร การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กร จึงเป็นเหตุผลที่สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติจัดการศึกษาดูงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้หลายองค์กรในไทยมาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดจัด “Site Visit HR Focus : SANSIRI TRANSFORMATION ขับเคลื่อนองค์กรสู่มิติใหม่ เพื่อสอดรับ Innovation & Technology” เกี่ยวกับแนวคิดด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลกับการปรับโฉมเทคโนโลยี โดยมี “ปิยะวดี วรรธนาคม”ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และบริหารสำนักงาน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) มาถ่ายทอดประสบการณ์ขององค์กร

“ปิยะวดี” กล่าวว่า ด้วยวิสัยทัศน์ของแสนสิริที่ต้องการเป็น market shaper หรือผู้กำหนดทิศทางของตลาดเพื่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พนักงานจึงเป็นโจทย์สำคัญขององค์กรว่าจะทำให้พวกเขาเข้าใจวิสัยทัศน์ และไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ

ดังนั้น ผู้บริหารระดับสูงของแสนสิริจึงให้ความสำคัญกับการทรานส์ฟอร์ม และวางแผนรองรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ล่วงหน้า 4-5 ปีอยู่เสมอ ซึ่งเมื่อต้นปีได้ออกแบบวัฒนธรรมตัวใหม่ขององค์กรที่บ่งบอก 5 ตัวตนของชาวแสนสิริ ได้แก่

หนึ่ง customer centric รู้ใจ ใส่ใจ เข้าใจในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และพัฒนาเพื่อมอบบริการสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้าประทับใจ เหมือนส่วนของหน้าบ้านที่ไว้สำหรับต้อนรับแขกผู้มาเยือน เราในฐานะเจ้าบ้านจึงต้องรู้ในความต้องการของลูกค้าก่อน แล้วบริการให้ตรงจุด ใช้ใจในการทำงาน ใจที่มาจากหัวใจบริการ ไม่ใช่จากบทบาทหน้าที่ และทำให้ดีเกินความคาดหมาย

สอง challenge the ordinary ท้าทายสิ่งเดิม ๆ ริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ตลอดเวลา กล้าคิด กล้าทำสิ่งใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง และเผชิญทุกการเปลี่ยนแปลง เปรียบได้ดั่งมุมรับแขกของบ้านที่ต้องเจอกับผู้คนใหม่ ๆ เรื่องราวใหม่ ๆ ในทุกวัน ดังนั้น ชาวแสนสิริจึงต้องรู้จักปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน และใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงในชิ้นงาน

สาม goal synergy มองทุกความสำเร็จให้เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยใช้ความรู้ความสามารถของทุกคน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันขององค์กร เหมือนกับห้องทำงานที่เป็นพื้นที่ไว้สำหรับฝึกฝน พัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ทุกคนในองค์กรต้องมองเป้าหมายใหญ่ให้เห็นเป็นภาพเดียวกัน จากนั้นก็ดึงศักยภาพที่มีผสานพลังร่วมมือกันสร้างสรรค์ผลงาน และเดินไปสู่ความสำเร็จในทิศทางเดียวกัน

สี่ result oriented คิดมุมใหม่ ให้ผลลัพธ์มาก่อน คือการเปลี่ยนวิธีคิด บิดวิธีการ คิดถึงผลลัพธ์ก่อน แล้วหาแนวทางเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น เป็นดั่งห้องครัวที่ทดลองสูตรใหม่ เพื่อค้นหาแนวทางสรรค์สร้างวิธีการใหม่

ดังนั้น ชาวแสนสิริจึงต้องรู้จักที่จะปรับเปลี่ยนวิธีคิด บิดมุมมอง หาวิธีการใหม่ ๆ ให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจในเวลาที่ดีกว่าเดิม เพื่อเสิร์ฟผลงานที่อุดมไปด้วยคุณภาพให้แก่ลูกค้า และแขกผู้มาเยือน

ห้า integrity ซื่อตรง ซื่อสัตย์ ต่อตนเองและองค์กร ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ มองประโยชน์ของทีมและองค์กรมาก่อนเสมอ เหมือน private zone พื้นที่ส่วนบุคคลที่ไว้แสดงตัวตนอย่างเต็มที่ ให้ได้คิด ได้สร้างสรรค์ อย่างซื่อสัตย์และซื่อตรง มองผลประโยชน์ของทีม และองค์กรมาก่อน เพื่อให้ทุกคนเดินหน้า เติบโต และประสบความสำเร็จไปพร้อมกัน

“การสื่อสารวัฒนธรรมใหม่ในองค์กรไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพนักงานแต่ละตำแหน่งมีรูปแบบการรับรู้ที่แตกต่างกัน ดังนั้น เราต้องดีไซน์การสื่อสารให้ต่างกันออกไป เราจึงแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำแหน่ง change agent (ผู้นำและบริหารการเปลี่ยนแปลง) 3 ทีม เพื่อรับผิดชอบ business units ที่ต่างกัน”

“ปิยะวดี” กล่าวด้วยว่า หลังจากการสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่เพื่อหล่อหลอมพนักงานให้มีดีเอ็นเอเดียวกันแล้ว องค์กรต้องกำหนดทิศทางการทรานส์ฟอร์มที่เน้นการปฏิบัติที่สอดรับกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่

จึงได้กำหนด Sansiri Transformation 5 ด้าน คือ เริ่มจาก way of working เปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการทำงานให้เร็วกว่าเคย ด้วยวัฒนธรรมองค์กรใหม่ และการทำงานแบบ agile team เพราะการ agile เป็นการมอบอิสระให้พนักงานคิดและตัดสินใจ ลดกระบวนการทำงานที่ซับซ้อน ทำให้ได้ผลลัพธ์เร็วขึ้น และสามารถพัฒนาโปรดักต์ใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดเร็วขึ้น ส่งผลถึงการรับรู้รายได้ที่เร็วขึ้นด้วย

ถัดมาคือ new business ต่อยอดธุรกิจใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม เพราะปัจจุบันมีนักธุรกิจจากอุตสาหกรรมอื่นหันมาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น เราจึงต้องสร้างพันธมิตรทางธุรกิจที่หลากหลาย และมุ่งการเติบโตในตลาดโลก โดยเปิดตลาดให้ต่างชาติมาลงทุนกับองค์กร

ด้านต่อมาเป็น workplace เปลี่ยนทุกพื้นที่ทำงานเป็นแหล่งสร้างสรรค์ กับการฉีกกฎออฟฟิศเดิม ๆ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ พร้อม SANSANOOKแอปพลิเคชั่นใหม่สำหรับพนักงาน รวมถึง people and talent เปลี่ยนคนทำงานให้เป็นคนเก่ง โปรแกรมเทรนนิ่งและสิทธิประโยชน์ รูปแบบใหม่ ๆ เพื่อทุกคน และสุดท้ายคือ digital transformation เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นตัวช่วย ด้วยนวัตกรรมใหม่ และการคิดค้นสุดล้ำ สร้างฐานข้อมูลให้แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ

“เรามีการวาง roadmap งานด้าน HR ไว้ว่า จะต้องทำให้แสนสิริเป็นองค์กรที่ใช่ในหัวใจพนักงาน หรือ employer of choice of talents โดยมีแผนงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่กระบวนการรับสมัครพนักงาน การดึงคนเก่งมาในองค์กร และเมื่อพนักงานเข้ามาร่วมงานกับเรา เราจะดูแลให้เขาปรับตัว และเรียนรู้งานเพื่อให้ทำงานได้ อีกทั้งมองถึงประเด็นที่ว่า จะทำอย่างไรเพื่อสร้างความผูกพันให้เขาอยากอยู่กับองค์กร รวมถึงวางแผนคนที่จะมารับไม้ต่อคนที่เกษียณอายุด้วย”

สำหรับการ recruitment ของแสนสิริมี 3 ช่องทางคือ ออนไลน์ ออฟไลน์ และเอเยนซี่ ซึ่งสัดส่วนการสมัครทางออนไลน์กับแสนสิริมีถึง 60% ส่วนออฟไลน์ 37% และเอเยนซี่ 3%

โดยการดึงคนเก่งเข้ามาในองค์กรนั้น “ปิยะวดี” บอกว่า แบรนด์แสนสิริสามารถดึงดูดผู้สมัครงานได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นบริษัทที่เปิดมายาวนานและมีมาตรฐาน กระนั้น บริษัทก็มีโปรแกรมที่ใช้มองหาคนเก่ง ๆ คือ โปรแกรมนักศึกษาฝึกงาน ซึ่งแต่ละปีมีน้อง ๆ จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศปีละกว่า 100 คนเข้ามาฝึกงานกับบริษัท

“เราจะใช้โปรแกรมนี้มองหาคนที่มีแววและมีความสามารถ เพราะการฝึกงานที่แสนสิริ ไม่ใช่การถ่ายเอกสาร หรือชงกาแฟ แต่เราให้นักศึกษาฝึกงานได้ทำงานจริง และโชว์ศักยภาพ ซึ่งน้อง ๆ จะได้รับการดูแลจากพนักงานของแสนสิริที่ทำหน้าที่โค้ช โดยโค้ช 1 คนจะดูแลนักศึกษาฝึกงานไม่เกิน 3 คน และน้อง ๆ จะมีแสนสิริพาสปอร์ตที่เป็นการบันทึกการอบรมเหมือนพนักงานจริง ๆ ขององค์กร ส่วนในการดึงดูดพนักงานให้อยู่กับองค์กรไปนาน ๆ เรามองว่าเรื่องค่าตอบแทนเป็นปัจจัยสำคัญ จึงมีการทบทวนอัตราค่าจ้างทุกปีว่าแข่งกับตลาดได้หรือไม่ แล้วปรับให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม”

ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางการสร้าง “คน” ของแสนสิริที่เป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้ทันท่วงที

Previous articleแบงก์หวั่นเขื่อนลาวแตกบานปลายกระทบสินเชื่อก้อนโต
Next articleแห่ลงทุน8โรงพยาบาลใหม่ “ซีพี-สหพัฒน์”เปิดศึกแย่งหมอ