ทิศทางใหม่ “มูลนิธิโตโยต้าฯ” ตั้งรับสังคมสูงวัย-ปัญหาเยาวชน

ตลอดระยะเวลากว่า 26 ปีที่ “มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย” ก่อตั้งขึ้น โดยได้ดำเนินกิจกรรมสาธารณกุศล ที่มุ่งสนับสนุน ส่งเสริมสังคมให้เกิดความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้ขยายขอบเขตการทำงานออกไปอย่างกว้างขวาง เพราะความตระหนักว่าชุมชนและสังคมที่เข้มแข็งจะต้องอยู่บนรากฐานที่มั่นคงของการศึกษา และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่ไปพร้อมกับการพัฒนาในด้านอื่น ๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ดีและเข้มแข็ง เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่เจริญรุ่งเรืองอย่างแท้จริง

ล่าสุดมูลนิธิได้มีการแถลงนโยบายใหม่ เพื่อเตรียมรับสภาวะสังคมสูงวัย และลดปัญหาเด็กและเยาวชน และได้มีการมอบทุนแก่ “สภาการพยาบาล” และ “มูลนิธิหมอเสม พริ้งพวงแก้ว” เพื่อร่วมแก้ปัญหาสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่สังคมไทย

“ประมนต์ สุธีวงศ์” ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย กล่าวว่า มูลนิธิโตโยต้าฯก่อตั้งขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีของการดำเนินกิจการในประเทศไทยของ “บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด” เพื่อดำเนินกิจกรรมสาธารณกุศล โดยมุ่งสนับสนุน ส่งเสริมสังคมให้เกิดความสุขอย่างยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ 3 แนวทาง ได้แก่


หนึ่ง การส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่อยู่ห่างไกล ในทุกระดับชั้น

สอง การพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และคนพิการ

และสาม การส่งเสริม สนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อม และการดำเนินการขององค์กรสาธารณกุศลต่าง ๆ

“จำนวนประชากรผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของประชากรในวัยพึ่งพิง ทั้งในเชิงสังคม เศรษฐกิจ และสุขภาพ เนื่องจากประชากรในกลุ่มนี้จะมีทั้งที่อยู่ในสภาวะติดเตียง และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ มีปัญหาการเคลื่อนไหว ไม่สามารถออกจากบ้านได้โดยสะดวก และกลุ่มผู้สูงอายุเหล่านี้มีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย ทำให้คาดว่าในอนาคตจะขาดแคลนบุคลากรที่จะเข้ามาดูแล”

“ขณะเดียวกัน ปัญหาเยาวชนที่ถูกละเลยจากพ่อแม่ ด้วยความจำเป็นทางเศรษฐกิจ เพราะต้องย้ายไปทำงานในเมืองใหญ่ ทำให้ขาดการดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครอง รวมถึงแรงกดดันต่าง ๆ รอบตัวเยาวชน ส่งผลต่อพัฒนาการและพฤติกรรมของเด็กในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด ปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร หรือปัญหาติดเกม”

“ประมนต์” กล่าวอีกว่า จากปัญหาดังกล่าว มูลนิธิโตโยต้าฯได้ตระหนักถึงความสำคัญ เพราะคาดว่าปัญหาดังกล่าวจะทวีความรุนแรง หากไม่ได้รับการดูแลและสนับสนุนจากภาคส่วนต่าง ๆ ทำให้มูลนิธิได้กำหนดแผนนโยบายใหม่ ด้วยการร่วมมือและสนับสนุนทุนในการดำเนินโครงการให้แก่ “สภาการพยาบาล” และ “มูลนิธิหมอเสมพริ้งพวงแก้ว” เพื่อตั้งรับกับสภาวะสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย และปัญหาเยาวชน

สำหรับการมอบทุนสนับสนุนการดำเนินโครงการของทั้ง 2 องค์กร มูลค่ากว่า 3,500,000 บาท แบ่งเป็นสภาการพยาบาล โดยสนับสนุนทุนการศึกษาพยาบาลสาขาผู้สูงวัย รองรับสังคมสูงวัย จำนวน 50 ทุน มูลค่า 2,000,000 บาท และการสนับสนุนโครงการพัฒนาต้นแบบศูนย์พยาบาลเพื่อการดูแลสุขภาพชุมชน 1 แห่ง มูลค่า 1,000,000 บาท เพื่อเป็นการลดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในการดูแลด้านสุขภาพกลุ่มผู้สูงอายุที่มีเพิ่มมากขึ้น

ส่วนมูลนิธิหมอเสม พริ้งพวงแก้ว เป็นการสนับสนุนทุนพัฒนาศักยภาพเด็กในเมืองหลวง โดยจัดค่ายเยาวชนให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เพื่อลดปัญหาความรุนแรงในสังคม เพิ่มทักษะทางกีฬา เสริมสร้างจริยธรรม แนะแนวอาชีพ ให้ความรู้ด้านเทคโนโลยี รวมถึงความรู้ด้านเกษตรกรรม ผ่านโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน4 จังหวัด มูลค่า 500,000 บาท

“การมอบทุนดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการตอบโจทย์ปัญหาสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตแล้ว ยังเป็นการพัฒนาเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในอนาคต อันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม และร่วมกันขับเคลื่อนความสุขแก่สังคมไทยให้ยั่งยืนต่อไป”