หอการค้าญี่ปุ่น-ซีพีเอฟ-มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ฯ สานต่อโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน ปีที่ 19

หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (Japanese Chamber of Commerce, Bangkok-JCC) ร่วมกับ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ส่งมอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันให้กับโรงเรียน 5 แห่ง มูลค่ารวม 1.55 ล้านบาท ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 จ.กระบี่

โดยการส่งในครั้งนี้ ถือเป็นการสานต่อความมือของ JCC ที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 19 เพื่อช่วยลดปัญหาทุพโภชนาการของเด็กในพื้นที่ห่างไกล ทั้งยังถือเป็นโรงเรียนลำดับที่ 719 ภายใต้โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ของซีพีเอฟ

“นายสมควร ขันเงิน” รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จ.กระบี่ มีโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล และประชากรส่วนหนึ่งอาศัยอยู่บนพื้นที่ภูเขา โดยการส่งมอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนให้แก่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 จ.กระบี่ ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ เพราะเป็น 1 ใน 5 โรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกโครงการ ซึ่งจะทำให้เด็กนักเรียนมีแหล่งผลิตโปรตีน ได้อาหารทานอิ่มท้อง ทำให้สมองแจ่มใส

หวังว่าโรงเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 จ.กระบี่ ที่ได้รับโอกาสในครั้งนี้จะสามารถดำเนินการบริหารจัดการไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่โรงเรียนอื่นๆ ต่อไป ได้ ในนามตัวแทนของประชาชนชาวกระบี่ ต้องขอขอบคุณ JCC, มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท, สพฐ. และซีพีเอฟ ที่ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และปลอดภัยสำหรับเด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศต่อไป


ส่วน “นายบรรเจิด หอมบุญมา” รองกรรมการผู้จัดการบริหาร สายธุรกิจไก่ไข่ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท สพฐ. และ JCC ได้สนับสนุนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของนักเรียนในรูปแบบที่โรงเรียนสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 ช่วยลดปัญหาทุพโภชนาการของนักเรียน

โดยในปีนี้เราได้สานต่อความร่วม ด้วยการสนับสนุนโรงเรียน 5 แห่ง ได้แก่ 1) โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 อ.เขาพนม จ.กระบี่ 2) โรงเรียนวัดอรัญคามวารี อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี 3) โรงเรียนชุมชนบ้านเขาหลาง อ.ละแม จ.ชุมพร 4) โรงเรียนบ้านทองอินทร์ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ 5) โรงเรียนวัดหัวค่าย (พิศาลอุปถัมภ์)อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ซีพีเอฟสนับสนุนโครงการใน 3 ด้านหลัก คือ หนึ่ง ด้านการให้ความรู้ ให้คำปรึกษา การเลี้ยงและการบริหารจัดการ ซึ่งปัจจุบันได้จัดทำเป็นคู่มือการดำเนินงานโครงการฯสำหรับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถดูแลและติดตามได้อย่างครบถ้วนทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจัดทำคู่มือการเลี้ยงไก่ไข่สำหรับครูและนักเรียน เพื่อให้เลี้ยงและจัดการได้อย่างเป็นระบบ ถูกต้องตามหลักวิชาการและการสุขาภิบาล ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพการเลี้ยงได้ตามเกณฑ์ตามมาตรฐาน

สอง การสนับสนุนปัจจัยการผลิต ได้แก่ พันธุ์สัตว์ และอาหารสัตว์ แก่โรงเรียน ผ่านระบบสมาชิกโครงการฯและ สาม ร่วมติดตามโครงการฯ โดยเจ้าหน้าที่สัตวบาลจะไปเยี่ยมโรงเรียนในเขตพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง

ด้าน “นายชินจิ นาคาโนะ” ประธานส่วนการศึกษา คณะกรรมการฝ่ายความช่วยเหลือสังคม หอการค้าญี่ปุ่น–กรุงเทพฯ กล่าวว่า ตลอด 18 ปีที่ผ่านมา JCC ได้ร่วมสนับสนุนโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งผ่านความช่วยเหลือแก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลรวม 117 โรงเรียน มูลค่ารวมแล้วกว่า 25.42 ล้านบาท

และในปีนี้ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 19 เราได้สนับสนุนและส่งมอบโครงการให้ 5 โรงเรียน มูลค่ารวม 1.55 ล้านบาท โดย JCC ให้การสนับสนุนงบประมาณสำหรับก่อสร้างโรงเรือน, การติดตั้งอุปกรณ์การเลี้ยง, พันธุ์ไก่ไข่, อาหารสัตว์สำหรับการเลี้ยง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียน ครู ชุมชน และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง สามารถเข้าถึงแหล่งอาหารโปรตีน มีไข่ไก่สดบริโภคในชุมชน ก่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนในที่สุด

“ที่ผ่านมา JCC มีการดำเนินกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งด้านการค้า การลงทุน การพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนการสนับสนุนกิจกรรมทางสังคม การพัฒนาด้านการศึกษา ซึ่งการดำเนินโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนทำให้โรงเรียนมีเงินกองทุนหมุนเวียนขยายผลสู่กิจกรรมอื่นๆ เกิดการพึ่งพาตนเอง โดยเด็กนักเรียนกว่า 34,000 คน และครู 900 คน ได้เรียนรู้การบริหารจัดการผลผลิตจากโครงการ ทั้งยังทำให้เยาวชนได้บริโภคไข่ไก่สดในราคาที่เหมาะสมอีกด้วย”

ขณะที่ “นายบำรุง ฤทธิรัตน์” ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ เขต 1 สพฐ. กล่าวว่า ที่ผ่านมาโรงเรียนในส่วนของสพฐ. ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาทุพโภชนาการของนักเรียนบางส่วนแล้ว แต่ถือว่ายังไม่เพียงพอ การที่ JCC เข้ามาร่วมสนับสนุน ถือเป็นการบูรณาการงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน ทำให้นักเรียนมีอาหารอิ่มท้องและมีภาวะโภชนาการที่ดี

ทั้งยัง ส่งเสริมนักเรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เกิดการฝึกทักษะอาชีพแบบครบวงจร ทั้งการผลิต การจัดการ และการตลาด การดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 ของภาคีความร่วมมือ แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ในการมีส่วนร่วมพัฒนาเยาวชนของชาติให้มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ เป็นกำลังที่สำคัญของประเทศต่อไป

อย่างไรก็ตาม มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และซีพีเอฟ น้อมนำแนวพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยเรื่องภาวะโภชนาการของเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารมาดำเนินโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน นับตั้งแต่ปี 2532 จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการไปแล้วกว่า 718 โรงเรียน และการส่งมอบโครงการในวันนี้ ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 จังหวัดกระบี่ ถือเป็นโรงเรียนลำดับที่ 719 ของโครงการ

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous article“บิ๊กตู่” คอนเฟิร์ม​เลือกตั้ง​ 24​ ก.พ.​- ปลดล็อกภายใน 2 ม.ค. ประกาศ​ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง​ คิกออฟหาเสียง
Next articleประธาน ป.ป.ช.แย้ม อาจชงแก้ กม.ลูก ป.ป.ช.สางปมยื่นบัญชีทรัพย์สิน ให้ไม่ต้องเปิดเผย