“แสนสิริ” แก้ปัญหา PM 2.5

คอลัมน์ CSR Talk

 

นับจากปัญหาค่าฝุ่นละออง PM 2.5 สร้างผลกระทบกับหลายจังหวัดในประเทศไทย รวมทั้งกรุงเทพมหานคร จึงทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชนต่างพยายามเข้ามามีส่วนร่วมบนแนวทางในการแก้ปัญหาดังกล่าว

ซึ่งเหมือนกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย

ที่ไม่เพียงจะมอบหมายให้ “อุทัย อุทัยแสงสุข” ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ ประกาศแผนมาตรการระยะเร่งด่วน และระยะยาว เพื่อมีส่วนร่วมในวงจรธุรกิจแบบองค์รวม ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ในการร่วมบรรเทาปัญหาค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐานในกรุงเทพฯและปริมณฑล ตลอดจนตระหนักถึงสภาวะแวดล้อมระดับโลกในปัจจุบัน เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตของการอยู่อาศัยที่ดีของลูกบ้านแสนสิริ ชุมชนโดยรอบ และสิ่งแวดล้อมในทุกโครงการ

ตามแนวคิดที่ยึดหลัก “Complete Your Living Experience”

พร้อมกับประกาศแผนมาตรการเข้มระยะยาวอย่างยั่งยืน ด้วยการนำร่องเตรียมศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีระบบ “dust free” ในบ้านเดี่ยว ด้วยการเดินหน้าผนึกเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจชั้นนำผสานองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เข้ามาปรับใช้ในทุกระดับตั้งแต่ต้นกระบวนการพัฒนาโครงการ ระหว่างการก่อสร้างโครงการ และการอยู่อาศัย

สำหรับแผนมาตรการของแสนสิริ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

1.ระยะระหว่างการก่อสร้าง-เริ่มต้นดำเนินการทันทีเมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยยังยึดแนวทางหลักที่แสนสิริปฏิบัติมาตลอดระยะเวลา 35 ปี แต่จะเพิ่มความถี่ คุมเข้ม และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น โดยหมั่นตรวจสอบและเช็กคุณภาพเครื่องวัดฝุ่นที่ติดตั้งอยู่แล้วในไซต์ก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐาน EIA เสมอ เพื่อควบคุมและลดอัตราการกระจายฝุ่นภายในไซต์ก่อสร้าง หรือบนระบบ protection อาคารมากที่สุด โดยให้อยู่ในระดับมาตรฐาน ครอบคลุมกว่า 20 โครงการแนวสูง

ส่วนด้านการก่อสร้างบ้าน บริษัทได้ใช้ precast เป็นวัสดุหลักกว่า 95% จึงมั่นใจว่ามีผลกระทบต่อการเกิดฝุ่นละอองน้อยมาก ซึ่งเป็นแนวทางที่แสนสิริได้ยึดมาตลอด เพราะคำนึงถึงประสิทธิภาพในการทำงานควบคู่กับการช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

สำหรับโครงการแนวราบ เพิ่มความถี่และคุมเข้มตลอดทั้ง 3 กระบวนการ คือ

1.ฉีดพ่นน้ำบนถนนทั้งทางเดิน และทางรถในโครงการ เพื่อดักจับฝุ่นให้รวมตัวก่อนกวาดถนน 2.ล้างถนนในส่วนที่ใช้สำหรับการขนส่งวัสดุก่อสร้าง และ 3.ล้างล้อรถก่อนออกจากโครงการทุกครั้ง

ส่วนโครงการแนวสูง มีการติดตั้งหัวฉีดละอองน้ำระบบพ่นหมอกในทุกโครงการ โดยเพิ่มความถี่สูงในการพ่นละอองน้ำทุกชั่วโมงในทุกวัน ชั่วโมงละ 45 นาที และพัก 15 นาที นอกจากนี้ ยังเพิ่มการจัด Big Cleaning Day ด้วยการทำความสะอาดไซต์ก่อสร้างทุกสัปดาห์ และตอนนี้เริ่มต้นแล้วเมื่อวันอาทิตย์ผ่านมา

2.ระยะการอยู่อาศัย-ร่วมมือกับ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ติดตั้งหัวฉีดละอองน้ำระบบพ่นหมอกบนอาคารสูงที่อยู่ภายใต้การดูแล ครอบคลุมกว่า 57 โครงการ รวม 89 อาคาร วางแผนติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ภายใน 8 ก.พ.นี้ รวมถึงการลดระยะเวลาทดสอบระบบการทำงานภายในโครงการที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล (ระบบ generator, diesel fire pump) จากปกติสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 15-30 นาที มาเป็น 2 สัปดาห์ต่อครั้ง

เพราะแสนสิริต้องการสานต่อความมุ่งมั่นในการยึดถือแนวทางการสร้างสภาวะแวดล้อมการอยู่อาศัยทั้งในบ้าน และนอกบ้านที่ดี โดยที่ผ่านมามีการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีด้านระบบอากาศภายใน และภายนอกที่อยู่อาศัย มายกระดับการอยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน เริ่มต้นที่โครงการเดอะไลน์ พหลโยธิน ปาร์ค และโครงการเวลล์เนส เรสซิเดนซ์ แห่งแรกในประเทศไทย ด้วยนวัตกรรมที่สามารถเติมอากาศบริสุทธิ์ และกรองฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ไม่น้อยกว่า 90% และฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า PM 1 ได้ไม่น้อยกว่า 75%

ทั้งนี้ ยังมอบส่วนลดพิเศษสำหรับลูกบ้านแสนสิริ แฟมิลี่ ในการซื้อเครื่องฟอกอากาศจากแบรนด์ชั้นนำ รวมถึงเตรียมจัดทำคลิปวิดีโอเพื่อให้ความรู้สอนการทำเครื่องกรองอากาศด้วยตนเองอย่างง่าย ซึ่งผ่านการทดสอบโดยเครื่องวัดคุณภาพอากาศแล้วว่า สามารถช่วยลดฝุ่น PM 2.5 ได้จริง อัพเดตข้อมูลข่าวสารอย่างสม่ำเสมอและทันสถานการณ์ ให้ลูกบ้านเข้าใจและประชาสัมพันธ์แนวทางป้องกันฝุ่น PM 2.5 ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร เช่น home service app, living plus app และโปสเตอร์ในโครงการ

3.ระยะพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืนในที่อยู่อาศัย-ศึกษาการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อลดปริมาณฝุ่น และสร้างสภาวะแวดล้อมการอยู่อาศัยเพื่อสุขภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยในเบื้องต้นโครงการแนวราบเตรียมพัฒนาเทคโนโลยีระบบ “dust free” รวมถึงวางแผนติดตั้งเครื่องฟอกอากาศภายในบ้านเพื่อป้องกันผลกระทบจากละอองฝุ่นภายนอกที่อยู่อาศัย

โดยคำนึงถึงการตอบโจทย์ด้านฟังก์ชั่น และดีไซน์ที่แสนสิริให้ความสำคัญควบคู่กัน เริ่มต้นนำร่องที่ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการเศรษฐสิริ ทวีวัฒนา และโครงการจรัญ-ปิ่นเกล้า 2 นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่ซื้อโครงการแนวราบทั้งบ้านเดี่ยว และทาวเฮาส์ ในช่วงนี้เป็นต้นไป จะได้รับเครื่องฟอกอากาศจากแบรนด์ชั้นนำ

Previous articleกรีนพีซตั้งคำถามPDP2018 มองข้ามความยั่งยืน-ไร้แบบประเมินSEA
Next articleก.ล.ต.เล็งเปิดจัดตั้ง “กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนที่เป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” รองรับการยกเว้นภาษีตราสารหนี้