แบรนด์ “O-Spa” ความฝันเพื่อสร้างความสุข


คอลัมน์ The Purpose

“ฝัน มุ่งมั่น และแรงบันดาลใจ” เป็นองค์ประกอบหลักของความสำเร็จ เช่นเดียวกับ “กชกร เตชะพูลผล” ผู้ก่อตั้งแบรนด์ O-Spa บริษัท โอสปา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่มีความเชื่อเช่นนั้น ผลเช่นนี้ จึงทำให้เธอเดินหน้าออกแบบ O-Spa อันเป็นความฝันมาตั้งแต่เด็ก ๆ จนทำให้วันนี้ O-Spa ประสบความสำเร็จ และเป็นที่ยอมรับในหลายประเทศ

“กชกร” ย้อนเล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของความฝันว่า สมัยเด็กดิฉันเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้ง เพราะครอบครัวสนับสนุนให้หาประสบการณ์ และเปิดมุมมองใหม่ ๆ ซึ่งทำให้เรามีเพื่อนต่างชาติจำนวนมาก แต่นั่นไม่ได้ทำให้เราหลงลืมความเป็นไทย และจากการพูดคุยกับเพื่อน ๆ ชาวต่างชาติ ทำให้รู้สึกว่าชาวต่างชาติยังรู้จักประเทศไทยไม่ดีพอ จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากทำสินค้าที่ดี สำหรับขายในต่างประเทศ และทำให้คนต่างชาตินึกถึงประเทศไทย

“ตอนแรกไม่รู้ว่าจะทำสินค้าอะไร บังเอิญช่วงนั้นมีปัญหาผิวแพ้ง่ายกับตัวเอง กอปรกับเป็นภูมิแพ้ ทำให้ไม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแบบทั่วไปได้ จึงต้องใช้ในสิ่งที่หมอให้มา แต่ไม่อยากใช้ เพราะไม่หอม ไม่มีฟอง จึงมาศึกษาว่ามีสินค้าสำหรับคนผิวแพ้ง่ายที่มีกลิ่นหอม และฟองเยอะ ๆ หรือเปล่า จนไปเจอสินค้าจากประเทศสกอตแลนด์ ก็เลยซื้อตุนไว้เวลาเดินทางไปแต่ละครั้ง”

“จากตรงนั้นในปี 2006 จึงมาคิดต่อว่าเราจะผลิตเองได้มั้ย เพราะจำนวนคนที่มีปัญหาผิวอย่างเรามีไม่น้อย และน่าจะขายได้ กระทั่งปี 2011 จึงผลิตสินค้าออกมา จนเกิดการซื้อขายขึ้นครั้งแรก แต่กว่าจะถึงวันขายจริงก็ปรับปรุงสูตรกว่า 6 รอบ โดยทำตัวอย่างออกมาให้คนจากทั้งในไทย และต่างประเทศทดลองใช้ เพื่อขอฟีดแบ็ก”

เมื่อถามว่าสินค้ามีความโดดเด่นอย่างไรบ้าง “กชกร” บอกว่า สินค้าของเราสื่อถึงความเป็นไทย เพราะเป็นผลิตภัณฑ์แนวสปา และเป็นสินค้าที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติที่ผ่านการรับรองโดยแพทย์ผิวหนังว่าคนผิวแพ้ง่ายสามารถใช้ได้

นอกจากนั้น สินค้าแนวนี้ยังมีวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตน้อยมากเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เพราะสินค้าสปาส่วนใหญ่ขายเป็นของขวัญ ดังนั้น O-Spa จึงเป็นรายแรก ๆ ที่ตอบรับผู้บริโภคตรงจุด เพราะคนที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย สามารถซื้อใช้ได้ ราคาไม่แพง และเป็นของที่ทุกคนในครอบครัวใช้ได้ทุกวัน

“ผลิตภัณฑ์ของ O-Spa ครอบคลุมการดูแลตั้งแต่หัวจดเท้า เช่น สบู่ แชมพู โลชั่น และผงแช่เท้า โดยโจทย์หลักคือต้องเชื่อมโยงระหว่างการดูแลผิว และความสุขในการใช้ ซึ่งจุดพิสูจน์ความสำเร็จในวันนี้คือสินค้าเป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศ ทั้งในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เอเชียตะวันออก, ตะวันออกกลาง และยุโรป”

นอกจากสินค้าสำหรับผู้ใหญ่ “กชกร” และทีมงานยังพัฒนาผลิตภัณฑ์สูตรผิวแพ้ง่ายของเด็กด้วย ภายใต้แบรนด์ Pamper Me ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากลูกสาว

“ความสำเร็จในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดีมาจากประสิทธิภาพของคนในองค์กรด้วย ซึ่งบริษัทโอสปา อินเตอร์เนชั่นแนลมีพนักงานไม่มาก ส่วนใหญ่อยู่ในตำแหน่งดีไซเนอร์ และนักวิจัยและพัฒนา นอกนั้นเราใช้การแบ่งงานเป็นส่วน ๆ และจ้างคนนอกองค์กรมาทำงานให้ แต่ตอนนี้เรากำลังมองหาคนรุ่นใหม่มาร่วมงาน เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัท ซึ่งที่ O-Spa เราให้ความสำคัญกับความสุขในการทำงาน เพราะเมื่อพนักงานมีความสุขเขาก็จะส่งต่อความสุขมาที่ตัวผลิตภัณฑ์”

“กชกร” เล่าให้ฟังตอนท้ายว่า ความสำเร็จของการทำธุรกิจ ไม่ได้อาศัยปัจจัยโลเกชั่นตามที่นักวิชาการตลาดพูดไว้เสมอไป เพราะเราพิสูจน์แล้วว่าสินค้าที่ดีจะเป็นที่ยอมรับได้ในระยะยาว และจะตั้งราคาสูงเกินไม่ได้ เพราะข้อมูลข่าวสารสมัยนี้สามารถค้นหาได้อย่างง่ายดาย

“เราเชื่อว่าในฐานะที่ทำการค้า ควรจะตั้งอยู่บนความดี ถ้ามีโอกาสช่วยเหลือผู้อื่นก็ควรจะแบ่งปันบ้าง ดังนั้น O-Spa จึงทำงานร่วมกับ Socialgiver ด้วยการแบ่งสินค้าไปขาย เพื่อหารายได้มาช่วยเหลือสังคม โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ทั้งนั้นต้องอยู่บนโจทย์ที่เราเลือกคือการช่วยเหลือทางด้านการศึกษาของเด็ก เพราะการศึกษาจะช่วยให้เด็ก ๆ มีโอกาสทำตามความฝันของตนเองจนประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคต”

Previous article“มาเซราติ” ปลดปล่อยความหรูหราที่แท้จริงในงาน “UNLEASH THE TRUE LUXURY” เหล่าเซเลบริตี้ร่วมสัมผัสยนตรกรรมสปอร์ตซีดานระดับโลก The New Maserati Quattroporte
Next article“ธนาธร” ลงพื้นที่ 4 ย่านกรุงเทพฯ มั่นใจอนาคตใหม่ไม่ถูกยุบแน่นอน แค่คดีเล็กน้อยถูกกลั่นแกล้ง