ดีแทค “A Academy” ปั้นสตาร์ตอัพไทยหลุดกับดักซีรีส์ A

เพราะดีแทค แอคเซอเลอเรท (dtac accelerate) โดย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “ดีแทค” ถือเป็น accelerator house อันดับ 1 ของเมืองไทยที่มุ่งหาสตาร์ตอัพ ที่มีศักยภาพ และผลักดันให้เกิดการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งยังสามารถขยายธุรกิจไปได้ทั่วโลก โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างยูนิคอร์น (unicorn) ตัวต่อไปของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมาดีแทค แอคเซอเลอเรทมีหลักสูตรการบ่มเพาะสตาร์ตอัพให้สามารถเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในระดับ incubator track สำหรับผู้ที่มีไอเดีย แต่ยังไม่เกิดเป็นธุรกิจ และ accelerator track สำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างรวดเร็วแล้ว ดีแทค แอคเซอเลอเรท ยังลงทุนใน 46 ทีมจาก 6 batch ที่ผ่านมา มูลค่ารวมกว่า 5.1 พันล้านบาท และ 70% ของสตาร์ตอัพที่ลงทุนยังได้รับการลงทุนต่อเนื่องจากนักลงทุนทั้งในไทยและภูมิภาคอีกด้วย

ทั้งนั้นเพื่อเป็นการผลักดันสตาร์ตอัพให้สามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในระดับซีรีส์ A ซึ่งล่าสุดดีแทคจัดโครงการ dtac accelerate ปีที่ 7 ขึ้น โดยมีการเพิ่มเติมหลักสูตร A Academy สำหรับสตาร์ตอัพที่จัดอยู่ในระดับซีรีส์ A ซึ่งเป็นการลงทุนของกลุ่มนักลงทุนในระดับ venture capital (VC) และ corporate venture capital (CVC) ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1-15 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ 33-495 ล้านบาท เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในภูมิภาคเอเชียและระดับโลกต่อไป

“สมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์” กรรมการผู้จัดการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท กล่าวว่า นับตั้งแต่มีการจัดโครงการ dtac accelerate ตลอด 7 ปีที่ผ่านมามีการปรับรูปแบบหลักสูตรการบ่มเพาะสตาร์ตอัพมาอย่างต่อเนื่อง และแม้ว่าในช่วงแรก ๆ จะเป็นการลองผิดลองถูก แต่ในอีกทางหนึ่งถือว่าเป็นการเรียนรู้ และทดลอง แบบแนวคิดเรือเล็กต้องออกจากฝั่ง

“การดำเนินงานของดีแทค แอคเซอเลอเรท ตลอด 7 ปีเราพยายามทำตัวเสมือนหนึ่งเป็นสตาร์ตอัพ โดยมีแนวคิดหลักคือการสร้าง การวัดผล และเรียนรู้จากการวัดผล ซึ่งมีทั้งหลักสูตรบ่มเพาะสตาร์ตอัพใหม่ที่มีแต่ไอเดีย แต่ยังไม่เกิดเป็นธุรกิจ และสตาร์ตอัพที่ต้องการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยใช้เทคนิค design sprint และ agile เพื่อให้เห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วภายใน 1-2 อาทิตย์ หรือ 1-2 เดือน และในแต่ละปีจะปรับปรุงหลักสูตรให้เหมาะสมกับสภาวะ หรือความเป็นไปที่จะเกิดขึ้น อย่างในปัจจุบันหลักสูตรจะเน้นเรื่องการปรับขนาดของสตาร์ตอัพ (scaling) และการปรับลด หรือตัดกระบวนการที่ไม่จำเป็นหรือสิ้นเปลืองออก (lean) เพื่อให้เกิดการเติบโต หรือการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น”

“7 ปีที่ผ่านมาดีแทค แอคเซอเลอเรท มีสตาร์ตอัพที่ผ่านหลักสูตรการบ่มเพาะไปแล้วกว่า 46 ทีม จาก 6 batch ที่ผ่านมา และมีสตาร์ตอัพที่ผ่านการระดมทุนระดับ series A จำนวน 6 ธุรกิจ ในขณะที่ยังมีอีก 23 ธุรกิจที่ผ่านการระดมทุนระดับเริ่มต้น (seed) โดยมูลค่าของการระดมทุนจะอยู่ในช่วง 20,000-50,000 เหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ 600,000-1.5 ล้านบาท ซึ่งถือว่ายังไม่สามารถระดมทุนต่อไปถึง series A ได้”

“ดังนั้นหากมองภาพรวมของประเทศแล้วเรามีสตาร์ตอัพไม่ถึง 10% ที่ได้รับการลงทุนจาก seed ไปถึง series A อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยมาก ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของหลักสูตร A Academy ที่จะเข้ามาช่วยปลดล็อกการลงทุนใน series A เพื่อช่วยให้สตาร์ตอัพไทยเติบโตต่อไปได้ โดยในกลุ่มสตาร์ตอัพ ดีแทค แอคเซอเลอเรท มีถึง 25% ที่สามารถระดมทุนจาก seed ถึง series A ตรงนี้เราจึงอยากช่วยเพิ่มอัตราส่วนการลงทุนในสตาร์ตอัพไทยให้มากกว่านี้”

“สมโภชน์” กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดตัว A Academy ครั้งนี้จึงเป็นการช่วยผลักดันให้ธุรกิจสตาร์ตอัพก้าวไปสู่การระดมทุนระดับ series A โดยมุ่งเน้นไปที่การเตรียมความพร้อมของการระดมทุนที่มีมูลค่าสูง รวมถึงการเข้าถึงลูกค้าให้มากขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาปรับใช้กับธุรกิจ ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้าน machine learning และ AI ของ Amazon Web Service และ Google Cloud มาร่วมให้ความรู้

“หลักสูตร A Academy มีจุดเด่นคือได้มีการเชิญ VC ชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย อาทิ 500Tuktuks, Golden Gate Ventures, Line Ventures, KK Fund และ Monk”s Hill Ventures เข้ามาให้ความรู้เกี่ยวกับการระดมทุน การจัดรูปแบบด้านการเงิน และแบ่งปันเทคนิคต่าง ๆ อีกทั้งยังร่วมมือกับ Google Launchpad Accelerator นำเอา Leaders Lab ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสูตรของผู้บริหารสำหรับบริษัทเทคโนโลยีดีที่สุดมาฝึกอบรมให้กับสตาร์ตอัพ”

“A Academy จึงถือเป็นการต่อยอดหลักสูตรการบ่มเพาะสตาร์ตอัพตลอด 7 ปีที่ผ่านมา เพื่อทำให้สตาร์ตอัพที่อยู่ในดีแทค แอคเซอเลอเรท เติบโตและก้าวต่อไปในอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าคนไทยหรือเด็กไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก แต่ด้วยจำนวนแล้วเราไม่สามารถสู้กับอินโดนีเชีย, เวียดนาม, อินเดีย และจีนได้ ฉะนั้นการผลักดันให้สตาร์ตอัพที่อยู่ในระดับ seed ไปจนถึง series A ให้สามารถเติบโตต่อจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้”

ไม่เพียงเท่านี้ 2 ปีที่ผ่านมา ดีแทค แอคเซอเลอเรท ยังร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัทต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 20 บริษัท เพื่อร่วมกันผลักดันสตาร์ตอัพไทยให้เข้มแข็ง เพราะ “สมโภชน์” เชื่อว่าการที่จะทำให้สตาร์ตอัพไทยเติบโตและแข่งขันกับต่างประเทศ ทุกคนต้องร่วมมือกันในการสร้างระบบนิเวศให้ขยายวงกว้าง ซึ่งอาจจะใช้ตัวอย่างของดีแทค แอคเซอเลอเรทมาเป็น sandbox ในการศึกษาและเรียนรู้ต่อไป และสำหรับโครงการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท ปี 7 นั้น วันนี้เราเปิดรับสมัครสตาร์ตอัพที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 16 เมษายน 2562 ที่จะถึงนี้

จึงนับเป็นความตั้งใจของดีแทค ที่จะนำเอาดีแทค แอคเซอเลอเรท เข้ามาช่วยพัฒนาวงการสตาร์อัพไทยให้เติบโต ภายใต้เป้าหมายที่ต้องการสร้างยูนิคอร์นตัวแรกให้เกิดขึ้นกับประเทศไทย ทั้งยังมาสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของดีแทค ทั้งเรื่องการขับเคลื่อนองค์กรใหญ่ไปสู่ digital transformation และการสร้างระบบนิเวศที่เป็นหัวใจสำคัญของการเปิดให้บริการ 5G ต่อไปด้วย

Previous articleเกิดเหตุแผ่นดินไหว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ขนาด 2.6 ลึก 1 กม.
Next articleค่าฝุ่นละอองเชียงใหม่ รั้งอันดับ 1 เมืองอากาศแย่ที่สุดในโลก 3 วันซ้อน วันนี้ PM 2.5 พุ่ง 239