ผลิตภัณฑ์ “แพะ ทุ่งครุ”

คอลัมน์ CSR Talk

“เขตทุ่งครุ” หรือที่คนรุ่นเก่ามักจะคุ้นเคยในชื่อของ “บางมด” นอกจากจะมีส้มบางมดเลื่องชื่อที่เป็นผลไม้เศรษฐกิจ จนสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในย่านนี้แล้ว ใครจะรู้บ้างว่าเขตทุ่งครุ ยังมีของดีที่ขึ้นชื่อไม่แพ้ส้มบางมดอีกสิ่งหนึ่งคือ “แพะ”

ซึ่งนับว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ชาวชุมชนทุ่งครุนิยมเลี้ยง เนื่องจากบริเวณนี้ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ซึ่งตามความเชื่อของศาสนาอิสลาม ถ้าเด็กเกิดมาใหม่จะต้องรับขวัญเด็ก ด้วยการแจกทานเนื้อแพะ ชาวบ้านจึงนิยมเลี้ยงทั้งแพะนม และแพะเนื้อ กระทั่งนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนนี้อย่างมาก

“แพะ” จึงเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับเกษตรกรในเขตทุ่งครุ

ผลเช่นนี้ จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในซอยพุทธบูชา 36 เขตทุ่งครุมารวมตัวกันตั้งเป็น “กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ทุ่งครุ” โดยมีบทบาทสำคัญ และเป็นศูนย์กลางในการนำเสนอข่าวสาร รวมถึงให้ความรู้สำหรับผู้สนใจด้านการเลี้ยงแพะสายพันธุ์ รวมถึงการจัดจำหน่าย

ต่อมาในปี 2554 มีการรวมกลุ่มสมาชิก 35 คนในนามกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ พัฒนาและต่อยอดแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมแพะอีกหลายชนิด เช่น สบู่, ครีมอาบน้ำ, โลชั่นบำรุงผิว, นมแพะพาสเจอไรซ์, โยเกิร์ตนมแพะ, คุกกี้นมแพะ และทองม้วนนมแพะ โดยเริ่มจากการขอใช้พื้นที่ของมัสยิดในการรวมกลุ่ม ต่อมาได้ย้ายที่รวมกลุ่มเพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์นมแพะเข้ามาอยู่ในชุมชน เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจเข้ามาเที่ยวในชุมชน เยี่ยมชมฟาร์มแพะซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณบ้านของสมาชิก และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นมแพะได้สะดวกยิ่งขึ้น

“กุสุมา อินสมะพันธ์” ประธานกลุ่มเล่าว่า จุดเริ่มต้นของการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมแพะ เริ่มจากสำนักงานเขตทุ่งครุได้เข้ามาสนับสนุนงบประมาณให้กลุ่มอาชีพเพื่อฝึกอบรมทำสบู่นมแพะ ก่อนจะขยายผลไปทำโลชั่นนมแพะ และทำเป็นขนมที่มีส่วนผสมจากนมแพะ ทั้งคุกกี้นมแพะ และท้องม้วนนมแพะ ซึ่งมีรสชาติหวานหอมกลิ่นนมแพะ เป็นของขึ้นชื่อเมื่อคนเดินทางมาเที่ยวในชุมชนแห่งนี้ มักต้องซื้อติดมือกลับไปเป็นของฝาก

ต่อมาทางสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้เข้ามาสนับสนุนต่อยอด โดยเชิญอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาอบรมวิธีการทำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพ จนเป็นผลิตภัณฑ์สบู่นมแพะ และโลชั่นบำรุงผิวที่มีสูตรเฉพาะ ซึ่งจะใช้นมแพะแท้ ๆ เป็นส่วนผสมหลัก ส่วนสบู่นั้นทำจากนมแพะผสมกับน้ำมันฮับบาดุซเซาดะฮ์ ซึ่งเป็นน้ำมันหอมกลิ่นเฉพาะของชาวมุสลิม

สำหรับช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากนมแพะขณะนี้มีหลายหน่วยงานที่เชิญทางกลุ่มไปร่วมออกร้านในงานเทศกาลต่าง ๆ และทุกเดือนจะเปิดบูทจำหน่ายที่สหกรณ์ออมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ โดยมีลูกค้าตามกลับมาซื้ออย่างต่อเนื่อง

ส่วนสินค้าที่ขายดี ได้แก่ โลชั่น, สบู่ และนมแพะ เพราะนมแพะเป็นนมที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร มีปริมาณโปรตีนสูง มีวิตามิน และแร่ธาตุไม่ต่างจากนมวัว ทั้งแคลเซียม วิตามินเอ วิตามินบี 3 โพแทสเซียม และมีโปรตีนที่ง่ายต่อการย่อย

ตรงนี้จะทำให้สมาชิกมีรายได้เสริมเดือนละประมาณ 1,500-2,000 บาท/คน และนอกเหนือจากนมแพะที่นำมาแปรรูปแล้ว ทางกลุ่มเริ่มทำปลาบูดูจำหน่ายควบคู่กับนมแพะแปรรูปด้วย

เนื่องจากมีสมาชิกบางส่วนมีอาชีพเลี้ยงปลานิล ทางกลุ่มจึงรับซื้อปลาสดของสมาชิกมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งการทำปลาบูดูจะต้องทำให้สะอาด มีผ้าปิดให้มิดชิด ไม่ให้มีแมลงวันตอม จากนั้นจึงนำไปหมักต่อในไหประมาณ 15-21 วัน จึงจะนำมารับประทาน และสามารถนำมาทอด, หลนเต้าเจี้ยว หรือนำเข้าไมโครเวฟ

โดยทางกลุ่มจะนำปลาบูดูออกวางขายคู่กับผลิตภัณฑ์จากนมแพะ เป็นปลาบูดูบรรจุถุงแบบสุญญากาศ กิโลกรัมละ 120 บาท ใครสนใจจะสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ สามารถเยี่ยมได้ทาง facebook : วิสาหกิจชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์

Previous article“สุเทพ” โพสต์ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ยันยึดมั่นเจตนารมณ์-อุดมการณ์ เพื่อประโยชน์ชาติและปชช.
Next article“นราธิวาส” ซักซ้อมพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ คลองน้ำแบ่ง-น้ำตกสิรินธร