แสนสิริ Green Mission ชู Tree Story พัฒนายั่งยืน

นอกจากจะเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศแล้ว บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ยังมุ่งมั่นที่จะเติมเต็มประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบให้กับลูกบ้าน ด้วยการส่งมอบไลฟ์สไตล์ การอยู่อาศัย และการใช้ชีวิตให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย

ไม่เพียงเท่านั้น แสนสิริยังมุ่งสร้าง และผลักดันมาตรฐานใหม่ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยได้ประกาศนโยบาย “Sansiri Green Mission” เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนในทุก ๆ โครงการ และทุก ๆ กิจกรรมในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ระหว่างปี 2562-2564 ที่ประกอบด้วย 4 พันธกิจหลักที่ผสมผสานนวัตกรรมสีเขียวตลอดวงจรธุรกิจ และปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้สอดรับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) แก่สังคมอนาคต ประกอบด้วย

หนึ่ง การจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ (waste management)

สอง การพัฒนาด้าน energy saving & generation เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าทดแทนให้กับโครงการต่าง ๆ ของบริษัท

สาม smart move ที่มุ่งเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัย และการใช้ชีวิตของลูกบ้านที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการสร้างแพลตฟอร์มบริการยานพาหนะระบบเช่า

สี่ sustainability ที่เป็นการบริหารเพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน

นอกจากนั้น แสนสิริยังประกาศโมเดลจัดการพื้นที่สีเขียว และต้นไม้ในโครงการอย่างยั่งยืน โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Sansiri Green Mission ภายใต้ชื่อ “Sansiri Tree Story” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวทางที่แสนสิริใช้ในการดำเนินงานและยึดถือมากว่า 35 ปี เพื่อสร้างคุณค่าของต้นไม้ให้ใกล้ชิดกับผู้อยู่อาศัย ผ่าน 4 กระบวนการใส่ใจต้นไม้ “เก็บ
เลือก ปลูก รักษา”

“อุทัย อุทัยแสงสุข” ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริในฐานะหุ้นส่วนหนึ่งของสังคม ตระหนักถึงอนาคตในวันข้างหน้า โดยเฉพาะเรื่องความยั่งยืนและการใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยมีการประกาศนโยบาย Sansiri Green Mission ซึ่งเป็นพันธกิจหลักในการสร้างนวัตกรรมสีเขียวตลอดวงจรธุรกิจ

“โดย Green Mission มีทั้งเรื่องการจัดการขยะ ที่ใช้แนวทางการลดใช้, การรีไซเคิล และการนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อให้เกิดการนำไปกำจัดน้อยที่สุด อีกทั้งยังมีเรื่องของลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิตต่าง ๆ การผลิตพลังงานทดแทนเพื่อใช้ในโครงการ การร่วมมือกับพันธมิตรในการค้นหาพลังงานสะอาดในอนาคต”

“ทั้งหมดนี้ถือเป็นสิ่งที่เราทำเพื่อลดผลกระทบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งยังสอดคล้องกับทิศทางของโลกที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และแสนสิริเองไม่ได้มองผลที่จะเกิดขึ้นเฉพาะในธุรกิจของตัวเอง แต่ยังมองไปถึงกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้อง ด้วยการมุ่งสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักในเรื่องดังกล่าว และในปีนี้เราจะขยายผลการจัดการขยะไปสู่ลูกบ้านในโครงการ เพื่อให้เกิดการแยกขยะอย่างถูกต้อง”

“นอกจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้ตอบสนองต่อความต้องการ ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแล้ว แสนสิริยังมีแนวคิดในการจัดการพื้นที่สีเขียว และต้นไม้ในโครงการที่อยู่อาศัย ภายใต้โมเดล Sansiri Tree Story ซึ่งมีหลักการออกแบบพื้นที่ ที่ใส่ใจในรายละเอียดของต้นไม้ โดยถูกนำมาเป็นแนวปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคงความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมในที่อยู่อาศัย เพื่อเพิ่มคุณค่าด้านมูลค่าให้โครงการ จนทำให้เกิดคุณค่าทางใจของผู้อยู่อาศัย กระทั่งเป็นความยั่งยืนแก่ชุมชน และสังคม”

“อุทัย” กล่าวอีกว่า หลักการจัดการต้นไม้ของแสนสิริ จะเป็นแบบ ecoplanting ทั้งในโครงการแนวสูง และแนวราบ ตั้งแต่การวางตำแหน่งต้นไม้เพื่อความปลอดภัย การดูแลสุขภาพของต้นไม้ที่เชื่อมโยงต่อสุขภาพคน รวมไปถึงการนำแนวคิดต้นไม้บำบัดมาใช้ในการออกแบบพื้นที่สีเขียว ทั้งการปลูกให้ได้ร่มเงา การปลูกไม้กรองฝุ่น ดูดซับสารพิษ
การบำบัดด้วยไม้กลิ่นหอม เพื่อสร้างคุณค่าในความเป็นอยู่ให้กับทุกชีวิตของลูกบ้านตลอดไป

โดยมี 4 กระบวนการใส่ใจต้นไม้ที่แสนสิริยึดถือมานับแต่ก่อตั้งบริษัท คือ 1) การเก็บต้นไม้เดิมเพิ่มมูลค่า เก็บรักษาต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่เดิมให้คงอยู่ในพื้นที่โครงการ เพื่อส่งต่อคุณค่าให้กับลูกบ้านและชุมชน

2) การเลือกชนิด ขนาด ตำแหน่ง ตามความเหมาะสม เลือกชนิดพันธุ์ไม้ ความเหมาะสมของพื้นที่ และประโยชน์ของพันธุ์ไม้ต่อลูกบ้าน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ลูกบ้านได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุด รวมถึงเน้นการเลือกต้นไม้จากป่าปลูก ตั้งแต่ยังเป็นต้นเล็ก เพื่อให้เติบโตอย่างแข็งแรงยั่งยืนไปพร้อมกับโครงการและลูกบ้าน

3) การปลูกถูกต้องตามหลักการเพื่อความยั่งยืน เราใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ การวางตำแหน่ง คำนวณระยะห่าง และการค้ำยันต้นไม้

4 ) การรักษาและใส่ใจอย่างยั่งยืน ด้วยการดูแลต้นไม้ให้สวยงามเป็นคุณค่าคู่โครงการตลอดไป โดยการถ่ายทอดความรู้ แนวทางการดูแลอย่างยั่งยืน จากรุกขกร และส่งต่อคู่มือดูแลต้นไม้ให้ทางนิติบุคคล รวมถึงคู่มือดูแลต้นไม้ให้ลูกบ้านผ่าน Home Service Application


“ทั้งยังมีการจัดสัมมนากับมหาวิทยาลัย เพื่อส่งต่อความรู้ให้ชุมชนต่อไป เพราะการรักษาต้นไม้ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของทุกคนที่จะต้องช่วยกันเพื่อให้คุณค่าของต้นไม้อยู่คู่กับเราตลอดไป ซึ่งที่ผ่านมาตลอด 35 ปีแสนสิริลงทุนในเรื่องต้นไม้ และการสร้างพื้นที่สีเขียวไปแล้วกว่า 4,000 ล้านบาท”

ถึงตรงนี้ “อุทัย” บอกว่า แสนสิริเชื่อว่าด้วยแนวทางและนโยบาย Sansiri Green Mission ภายใน 3 ปีนี้ บริษัทจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเมืองแห่งอนาคตที่มีความยั่งยืน นำมาซึ่งจุดเปลี่ยนของสังคม ที่ตระหนักและให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

“เราเชื่อว่าการมีพื้นที่สีเขียว และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ และการบริการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต นอกจากเรื่องของโลเกชั่น, ราคา และความน่าเชื่อถือ อีกทั้งเรายังเชื่อว่าเรื่องราวต้นไม้ของแสนสิริ จะเป็นต้นแบบการจัดการต้นไม้ในโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อส่งต่อคุณค่านี้ให้กับชุมชนและสังคมต่อไป”

ทั้งนี้ แสนสิริยังประกาศขับเคลื่อนโมเดลเมืองสีเขียวแห่งอนาคต (The Future of a Sustainable City) เพื่อต่อยอด Sansiri Green Mission เพื่อการพัฒนาระบบนิเวศของเมืองอย่างมั่นคงในอนาคตอีกด้วย

Previous articleล้งหวั่นทุเรียนใต้ออกก.ค. ด่านจีนช้าซ้ำรอย
Next article‘อนค.’ วิจารณ์ขรมเพื่อไทย ข้าม ‘ธนาธร’ ดัน ‘อนุทิน-แกนปชป.’ นายกฯ-ปธ.สภา