“แสนสิริ” แต้มสีเขียวที่ดินเปล่า สร้างสังคม well-being

นับตั้งแต่แสนสิริ ชูโมเดลธุรกิจ Sansiri Green Mission ทุกโครงการด้านอสังหาริมทรัพย์จึงต้องผนวกรวมความยั่งยืน และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ และยังสอดคล้องกับ Sansiri Tree Story ที่มุ่งเน้นการเก็บรักษา ดูแลต้นไม้เพื่อส่งมอบคุณค่าให้คงอยู่ตลอดไปอีกด้วย และเพื่อตอกย้ำแนวคิดดังกล่าวข้างต้น และเพื่อตอบโจทย์คนเมืองที่ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นไปอีก จึงเกิดโครงการ Sansiri Backyard (แสนสิริ แบคยาร์ด) คอมมิวนิตี้สีเขียวในเมืองแห่งการใช้ชีวิตแบบยั่งยืน

จุดเริ่มต้นของ Sansiri Backyard เกิดขึ้นจากการศึกษาผลวิจัยจาก TCDC ที่ทำขึ้นเมื่อ 2561 ที่ระบุว่า การมีสุขภาพที่ดีกำลังเป็นเครื่องหมายของการระบุสถานะของคนรุ่นใหม่ ทำให้ธุรกิจที่ส่งเสริมให้คนสุขภาพดีเติบโตขึ้นทั่วโลกถึง 10.6 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็น 122 ล้านบาทต่อปี

“จริยา จันทร์เจิดศักดิ์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริ แบคยาร์ด เป็นการพัฒนาพื้นที่เปล่าที่ไม่ได้ใช้งานให้เป็นพื้นที่สีเขียวแห่งสังคมเมือง นำร่องเมื่อเดือนตุลาคม 2561 ด้วยการปั้นที่ดินรอการพัฒนาพื้นที่รวมกว่า 14 ไร่ ของ T77 สุขุมวิท 77 และหัวหินให้เป็นฟาร์มผักปลอดสาร เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนในเมืองใหญ่เห็นความสำคัญของการใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติและคุณภาพชีวิตที่ดีที่มาจากการทานอาหารสดใหม่ปลอดสารและไม่ปรุงแต่งอันเป็นแนวคิดเบื้องต้นของ well-being ที่ประกอบด้วยหลัก 3Gs คือ green, grow และ give โดย green เป็นการใช้พื้นที่ว่างไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ทั้งกลางแจ้งหรือในอาคาร ให้เกิดประโยชน์ด้วยการเป็นพื้นที่สีเขียวสร้างออกซิเจนในเมือง

“grow” คือ การปลูกผักและผลไม้ปลอดสารพิษ เป็นการสร้างโซเชียลมูฟเมนต์ในสังคมให้เห็นถึงการรักษาสุขภาพด้วยการทานผลผลิตจากธรรมชาติที่สดใหม่ มีคุณภาพ ตลอดจนเป็นการเปิดโอกาสให้พนักงาน ลูกบ้าน ชุมชนใกล้เคียงและผู้ที่สนใจได้ใช้เวลาร่วมกันในการปลูกผักในแสนสิริ แบคยาร์ด อีกด้วย

และ give เป็นผลผลิตบางส่วนที่ได้จากแสนสิริ แบคยาร์ด ที่แบ่งปันต่อไปยังครอบครัวแสนสิริ ตลอดจนโรงเรียนรอบข้างพื้นที่ เพราะเราต้องการสร้างสังคมเมืองแห่งการแบ่งปัน ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เด็ก ๆ ได้ทานพืชผักคุณภาพ และเรายังเปิดให้คนในชุมชนข้างเคียงและคนทั่วไปที่ต้องการเรียนรู้การใช้ชีวิตที่ดีแบบ well-being

นอกจากนั้น ผลผลิตบางส่วนที่เราจัดจำหน่ายจะนำรายได้ปันกลับคืนสู่สังคมด้วย โดยในอนาคตมีแผนที่จะนำผลผลิตปลอดสารนี้ไปใช้ที่ร้านอาหารสิริ เฮาส์ (SIRI HOUSE) และโรงแรมเอสเคป หัวหินและเขาใหญ่ในอนาคต

“ประเด็นสุขภาพเป็นสัญลักษณ์ใหม่สำหรับกลุ่มคนเมืองและชาวมิลเลนเนียล สำหรับประเทศไทย ตลาดกลุ่มสินค้าและธุรกิจบริการสุขภาพมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติให้ได้ภายใน 2569 รวมทั้งคาดว่าจะมีรายได้หมุนเวียนในประเทศไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้จากผู้รับบริการชาวไทยและชาวต่างชาติคิดเป็น 75 : 25 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังการเปิดการค้าเสรีของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economics Community-AEC) ขณะที่เรื่องการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมก็อยู่ในกระแสความสนใจในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง”

สิ่งที่คนอื่นมี แสนสิริก็ต้องมีเช่นกัน แต่ต้องมีในแบบโดดเด่นยิ่งกว่า โดยเฉพาะในด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการทำแสนสิริ แบคยาร์ด นอกจากจะเป็นการสร้างสังคมสีเขียว ยังเป็นการดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้กลายมาเป็นลูกค้าในอนาคตยิ่งมีความเป็นไปได้สูง ดังนั้น แสนสิริจึงมั่นใจว่าจะสามารถทำยอดขายจาก Sansiri Backyard รวมกว่า 10,000 ล้านบาท เมื่อเปิดตัว 2 โครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ HAUS (เฮาส์) บนที่ดินเปล่าที่ทำ Sansiri [email protected] และอีก 1 คอนโดฯใหม่บนที่ดิน Sansiri [email protected] ในอีก 1-3 ปีข้างหน้าได้อย่างแน่นอน

นอกจากนั้น แสนสิริจะนำโมเดลนี้ไปต่อยอดพัฒนาพื้นที่รอการพัฒนาโครงการอื่น ๆ ให้เป็น Sansiri Backyard เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่สูงสุดและทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเป้าหมายในแต่ละทำเลในอนาคตอีกด้วย

นับว่าแสนสิริ แบคยาร์ด เป็นการส่งเสริมการใช้ชีวิตสมดุลระหว่างสังคมเมืองกับสิ่งแวดล้อม โดยแสนสิริคาดหวังว่าความมุ่งมั่นตั้งใจในครั้งนี้ จะช่วยจุดประกายแรงบันดาลใจให้ผู้คนเริ่มต้นสร้างพื้นที่สีเขียวบนพื้นที่ว่างเปล่าใกล้ตัว และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งต่อตนเองและสังคม

Previous article‘อัศวิน’ เยียวยา 110 เเผงค้าจตุจักรไฟไหม้ ทุ่ม 7 ล้านสร้างใหม่ฟรี ชี้ไฟลัดวงจรเหตุไฟไหม้
Next article‘บิ๊กตู่’ ลั่นไม่มีจุดยืนแก้รัฐธรรมนูญ​ ชี้​เป็นเรื่องของ กม.