DMHT ชูนโยบายลาคลอด ทุกเพศเท่าเทียม+รับเงินเดือนเต็ม

A portrait of a British bearded father and son, smiling at each each bonding, in an every day lifestyle routine.

บริษัท ดิอาจิโอ จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับโลก ประกาศนโยบายลาคลอดบุตรรูปแบบใหม่ โดยให้บริษัททั่วโลกให้สิทธิ์พนักงานทุกเพศ ลาคลอดบุตรได้ถึง 26 สัปดาห์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เพื่อให้พนักงานทุกคนมีเวลาในการเลี้ยงดูบุตรอย่างเต็มที่ ทั้งยังเป็นผู้ปกครองที่มีคุณภาพในสังคม ควบคู่ไปกับการเป็นพนักงานที่มีคุณภาพกับองค์กรไปพร้อม ๆ กัน

สำหรับประเทศไทย บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ (DMHT) ถือเป็นบริษัทแรก ๆ ที่ริเริ่มนโยบายให้สิทธิ์พนักงานทุกเพศ ทั้งหญิง และชายใช้วันลาคลอดได้ถึง 26 สัปดาห์ พร้อมรับเงินเดือนเต็ม นอกจากจะเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวของพนักงาน รวมถึงส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและความหลากหลายในองค์กร

“อัลแบร์โต อิเบอัส” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่านโยบายใหม่ของดิอาจิโอจะทำให้พนักงานหญิงสามารถลาคลอดบุตรได้ถึง 26 สัปดาห์ และพนักงานชายสามารถใช้สิทธิ์ลาได้ขั้นต่ำถึง 4 อาทิตย์ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในหลายประเทศทั่วโลก หลังจากที่ดิอาจิโอในสหราชอาณาจักรได้เริ่มใช้นโยบายนี้ไปเมื่อเดือนที่แล้ว

“ตอนนี้ดิอาจิโอในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งไทย, อเมริกาเหนือ, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, สเปน, เนเธอร์แลนด์, ไอร์แลนด์, อิตาลี, รัสเซีย, โคลอมเบีย, เวเนซุเอลา, ออสเตรเลีย และประเทศอื่น ๆ จะเริ่มใช้นโยบายที่ให้สิทธิ์พนักงานชายลาได้ 26 สัปดาห์เท่าเทียมกับพนักงานหญิง ผมรู้สึกภูมิใจมากที่บริษัทเราเป็นผู้ร่วมบุกเบิกนโยบายนี้ทั่วโลก เพราะดิอาจิโอมุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่มีความหลากหลาย และเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญาองค์กรที่เน้นให้มีการเฉลิมฉลองชีวิต ในทุกที่และทุกวัน (Celebrating Life Everyday Everywhere)”

“ทั้งยังรู้สึกยินดีที่บริษัทมิใช่แค่สนับสนุนความหลากหลายในองค์กร แต่ยังเป็นผู้นำร่องการให้สิทธิ์พนักงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ตามได้มีสิทธิ์ลาเพื่อดูแลบุตรอย่างใกล้ชิด และเท่าเทียมกัน ซึ่งจะเป็นการสร้างสมดุลระหว่างการทำงาน และชีวิตส่วนตัวของพนักงานในองค์กรทุกคน ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี และภูมิใจเป็นอย่างมาก”

“อัลแบร์โต” กล่าวอีกว่าจากความมุ่งมั่นของดิอาจิโอในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เท่าเทียม และมีความหลากหลายได้รับการยอมรับจากดัชนีวัดความเสมอภาคทางเพศของบลูมเบิร์ก ปี 2562 (Bloomberg Gender Equality Index) และเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ดิอาจิโอได้รับการจัดอันดับจากทอมสัน รอยเตอร์สให้เป็นบริษัทชั้นนำที่มีการดำเนินงานด้านความหลากหลาย และความมีส่วนร่วมอันดับที่ 4 ของโลก

“ทั้งนั้นเพราะองค์กรดิอาจิโอมีคณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการบริษัทที่มีสัดส่วนเป็นผู้หญิงถึงร้อยละ 40 และร้อยละ 44 ตามลำดับ ขณะที่ในประเทศไทย ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) มีพนักงานหญิงกว่าร้อยละ 49 ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความหลากหลายภายในองค์กรเป็นอย่างดี”

“สำหรับนโยบายใหม่จะมีผลบังคับใช้กับหลายประเทศในโลก ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ของดิอาจิโอ ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่ใช้นโยบายนี้จะมีประกาศเพิ่มเติมภายในปีนี้ โดยรายละเอียดนโยบายทั้งหมดจะเป็นความจำเพาะเจาะจงของแต่ละประเทศ ส่วนแนวทางการบังคับใช้สำหรับบริษัทในเครือ รวมถึงลำดับขั้นตอนในการใช้นโยบาย จะมีการแจ้งอีกครั้ง ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับข้อกำหนดทางกฎหมาย คณะกรรมการ และข้อบังคับอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง”

จึงนับเป็นความมุ่งมั่น และตั้งใจของดิอาจิโอ ในการส่งเสริมความหลากหลาย และความเท่าเทียมกันในองค์กรอย่างลงตัว

 

Previous article‘มายด์แชร์’ เผยไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคตจว.คล้ายคนเมืองมากขึ้น แนะคอนเทนต์ที่ดี ต้องเข้าใจง่าย-จริงใจ
Next articleธ.ก.ส.คาดเดือนมิ.ย. “ข้าวเจ้า” ราคาตก สวนทาง “ข้าวหอมมะลิ-ข้าวเหนียว” สงครามการค้าฟาดหางราคายางดิ่ง