“ซีดีจี” ผุดโครงการ “iCODER” สร้างคนไอทีคุณภาพป้อนตลาด

กลุ่มบริษัทซีดีจี ผู้ให้บริการด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจรแก่องค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนเปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางด้านไอที ผลเช่นนี้เมื่อดูผลสำรวจการเติบโตของตลาดไอทีทั่วโลกของไอดีซี ระหว่างปี 2561-2565 ปรากฏว่าเติบโตเพียง 25.8% ในขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย ภายในปี 2565 เติบโตถึง 61% ของจีดีพี จึงส่งผลให้อัตราการจ้างงานด้านไอทีเติบโตควบคู่กันไปด้วย

“นาถ ลิ่วเจริญ” ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ซีดีจี เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรด้านไอทีเป็นอย่างมาก โดยจากข้อมูลผลสำรวจการเติบโตของตลาดไอทีทั่วโลกของไอดีซี จากปี 2561-2565 คาดว่าจะมีการเติบโตถึง 25.8% และเงินลงทุนในเทคโนโลยีจะถูกนำไปใช้กับเทคโนโลยีพื้นฐานอย่าง cloud, mobile, social and big data/analytics

“ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย ภายในปี 2565 เติบโต 61% ของจีดีพีทั้งประเทศ ซึ่งเกิดจากการผลักดันให้มีการใช้จ่ายด้านไอทีประมาณ 2,293,488 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราการจ้างงานด้านไอทีเติบโตควบคู่กันไปด้วย และนั่นเป็นที่มาของปัญหาการขาดแคลนบุคลากรของตลาดไอทีในปัจจุบัน”

“ทักษะด้านไอทีและดิจิทัลมีส่วนสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้กับระบบการทำงานเพื่อการยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจ ความต้องการบุคลากรด้านไอทีจึงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเป็นอาชีพที่ขาดแคลนในตลาดแรงงานอย่างมาก เฉพาะสหรัฐอเมริกาพบการจ้างงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับสายงานไอทีมีแนวโน้มโตขึ้น 13% จากปี 2559-2569 เพิ่มขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยของทุกอาชีพ ความต้องการของตลาดแรงงานสำหรับสายงานไอทีจะมุ่งเน้นไปที่ cloud computing, big data and information security”

“โดยคาดว่าในปี 2566 ทั่วโลกจะเผชิญกับปัญหาขาดแคลนบุคลากรไอทีกว่า 2 ล้านตำแหน่ง อีกทั้งการทรานส์ฟอร์มองค์กรเป็นสิ่งที่หลายหน่วยงานกำลังทำอยู่ในปัจจุบัน สิ่งสำคัญคือทักษะของบุคคลในองค์กรที่จำเป็นต้องถูกพัฒนาให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และจากรายงานของ World Economic Forum : The Future of Jobs Report 2018 เปิดเผยว่า ในภาพรวมประมาณ 49% ของการฝึกงานของนิสิต-นักศึกษาเกิดขึ้นภายในองค์กร และเป็นโอกาสที่ดีที่นักศึกษาจะได้เรียนรู้จากการทำงานจริง และจากผู้เชี่ยวชาญในสายงานนั้น ๆ เพื่อเพิ่มทักษะก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต”

“นาถ” กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านตลาดแรงงานไทยยังพบผลสำรวจของ JobThai ไตรมาสแรกของปี 2562 ตำแหน่งงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และไอที เป็น 1 ใน 3 ของประเภทงานที่ต้องการและเป็นแรงงานเติบโตมากที่สุด จากปัญหาดังกล่าวซีดีจีจึงดำเนินโครงการ iCODER เพื่อบ่มเพาะโปรแกรมเมอร์มืออาชีพ ในการมุ่งสนับสนุนเส้นทางการเรียนรู้ด้านไอที โดยดำเนินโครงการมาแล้วเป็นปีที่ 8 ซึ่งมีนิสิต-นักศึกษาสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 1,359 คน ทั้งยังส่งบุคลากรไอทีคุณภาพกว่า 10% เข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยตั้งเป้าปั้นบัณฑิตใหม่เป็นโปรแกรมเมอร์มืออาชีพเพิ่ม 50-100 คนต่อปี

“ทั้งนี้ ภาครัฐและเอกชนไทยให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาขาดแคลนบุคลากรไอทีมาโดยตลอด โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทซีดีจีพร้อมเดินหน้าโครงการ iCODER ซึ่งเป็นโครงการบ่มเพาะโปรแกรมเมอร์มืออาชีพ สำหรับนิสิต-นักศึกษาทั่วประเทศ ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 และ 4 ในสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเขียนโปรแกรมมาตั้งแต่ปี 2555”

“เพื่อมุ่งให้โอกาสทางการศึกษาทางด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์กับนักศึกษาที่สนใจประกอบอาชีพโปรแกรมเมอร์ ในการมุ่งพัฒนาบุคลากรทางด้านการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้มีศักยภาพในการประกอบอาชีพ โดยพิจารณาคัดเลือกผู้ที่เหมาะสม และผ่านเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด เพื่อเป็นพนักงานของบริษัท ซีดีจี ซิสเต็มส์ จำกัด บริษัทในกลุ่มซีดีจี รวมทั้งพัฒนาโปรแกรมเมอร์ฝีมือดีออกสู่ตลาด เพื่อแก้ปัญหาโปรแกรมเมอร์หายาก”

“ยิ่งเฉพาะการพัฒนาโปรแกรมเมอร์นิสิต-นักศึกษาที่กำลังจะจบการศึกษา และกำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะจะเป็นผลดีต่อการทำงานของพวกเขาและองค์กร เพราะช่วยประหยัดเวลาการเริ่มต้นเรียนรู้ในหน่วยงาน ทั้งยังพร้อมลงมือปฏิบัติงานเมื่อเข้าทำงานในองค์กร โดยในปีที่ 8 เป้าหมายของโครงการคือต้องการนักศึกษาสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวนไม่ต่ำกว่า 300 คน และต้องการนักศึกษาเข้าอบรมจำนวน 50-60 คน ดังนั้นผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมรายละเอียดโครงการได้ที่ Official website: https://icoder.cdg.co.th/”

เพราะ “ซีดีจี” พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เพื่อให้บุคลากรด้านไอทีมีประสิทธิภาพเพียงพอ และตรงกับความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง

Previous articleออฟฟิศเพื่อวัฒนธรรมองค์กร
Next articleอีสานจี้พัฒนาบุคลากร รับ “เขตเศรษฐกิจบริการ” เร่งทำอินฟราฯเชื่อม EEC-เพื่อนบ้าน