“RISE” จับมือ “Stanford” เร่ง 4 สปีดผู้นำองค์กรสู่เป้าหมาย

“RISE” สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กรระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ก่อตั้ง และบริหารโดย “นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์” ที่มีความมุ่งมั่นในการผลักดัน 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (gross domestic product-GDP) ของไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่าน 4 ภารกิจหลัก

โดย 1 ใน 4 ภารกิจคือ “RISE Experience” การสร้างประสบการณ์ผู้บริหารระดับสูงในภูมิภาคให้มีไมนด์เซต พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กร โดยล่าสุดร่วมมือกับ Stanford Graduate School of Business ในการขับเคลื่อนโปรแกรม Executive Corporate Innovation เป็นครั้งแรก เพื่อช่วยผู้บริหารให้สามารถวางกลยุทธ์ และสร้างทักษะของผู้นำระดับโลกในยุคที่ความเร็วคือปัจจัยชี้วัดความสำเร็จ

“นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง RISE อธิบายถึงภารกิจ 4 ด้านของ RISE ประกอบด้วย

หนึ่ง RISE Accelerator – การทำโปรแกรมเร่งสปีดนวัตกรรมสำหรับองค์กร ด้วยการค้นหาสตาร์ตอัพมากกว่า 1,000 แห่งในกว่า 20 ประเทศ เพื่อเข้ามาช่วยองค์กรแก้โจทย์ปัญหาต่าง ๆ

สอง RISE Corporate Innovation Academy – สถาบันที่เป็นเหมือนมหาวิทยาลัยที่ช่วยองค์กรขนาดใหญ่ปั้นคนให้กลายเป็นผู้ประกอบการภายในองค์กร (intrapreneur) ซึ่งที่ผ่านมาในระยะเวลา 2 ปี เราช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่แตกบริษัทลูกไปแล้ว 6 บริษัท ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทลูกของบริษัทจดทะเบียนใหญ่ ๆ ในประเทศไทย

สาม RISE Venture – เป็นกองทุนที่เข้าไปลงทุนทั่วโลก เพื่อหาสตาร์ตอัพเจ๋ง ๆ มาให้องค์กร โดยเราตั้งเป้ากองทุนไว้ประมาณ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเราทำหน้าที่เป็น venture builder (ผู้สร้างการร่วมลงทุน) ระหว่างฝั่งองค์กร และฝั่งสตาร์ตอัพ ทั้งเรายังให้ความช่วยเหลือทุก ๆ ด้าน ให้เกิด win-win situation สำหรับทุกฝ่าย ซึ่งปัจจุบัน RISE ร่วมมือกับบริษัทเอกชนลงทุนสร้าง joint venture ไปแล้ว 2 แห่ง

สี่ RISE Experience – เป็นหน่วยงานใหม่ของเราที่เน้นการสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ลงมือทำให้กับองค์กร และหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูง เพื่อผลักดันให้เกิด mindset, skillset และ toolset ใหม่ ๆ เช่น ทุกไตรมาสเราจัดทริปให้ผู้บริหารไปเยี่ยมชมบริษัทที่เป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรม เช่น Apple, Facebook, Google และ Silicon Valley Bank ที่ซิลิคอนวัลเลย์ อ่าวซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา นอกจากนั้น ยังมีในประเทศอื่น ๆ เช่น อังกฤษ, สิงคโปร์ และจีน เพื่อให้ผู้บริหารไปเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้บริหารในองค์กรระดับโลก

“ในอีก 2 เดือนข้างหน้าเราจะจัด Corporate Innovation Summit 2019 ซึ่งนับว่าเป็นการสัมมนาครั้งแรกในเอเชียที่ร่วมกับ Stanford Graduate School of Business จากซิลิคอนวัลเลย์ สหรัฐอเมริกา สถาบันอันดับ 1 ของโลกในเรื่องธุรกิจ ซึ่งจัดอันดับโดย QS World University Rankings”

“นพ.ศุภชัย” กล่าวว่า การทำโปรแกรม Corporate Innovation Summit 2019 เกิดจากการมองเห็นว่า corporate innovation ยังเป็นเรื่องใหม่อยู่สำหรับองค์กรในไทย และเราอยากทำให้องค์กรไทยมีผู้ประกอบการมากขึ้น ไม่ใช่มุ่งเน้นกำไรจากการลงทุนเท่านั้น

“จุดเด่นของโปรแกรมนี้คือการให้ผู้บริหารลงมือทำ เพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป โดยมี mindset ใหม่ ๆ skillset และ toolset ใหม่ ๆ ในการที่จะเปลี่ยนแปลงบริษัท และการมีคณาจารย์จาก Stanford Graduate School of Business ทั้งหมด 3 ท่าน ที่ไม่ได้เพียงเก่งแค่ทฤษฎี แต่เก่งเรื่องการปฏิบัติด้วย ได้แก่ 1.Yossi Feinberg, The Adams Distinguished Professor of Management and Professor of Economics ศาสตราจารย์เกียรติคุณด้านการจัดการและด้านเศรษฐศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ทั้งยังเป็นผู้อำนวยการสถาบันของ Stanford Ignite ซึ่งเป็นโครงการนวัตกรรมระดับโลกที่ดำเนินการในมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด”

“2.Baba Shiv, Director, The Innovative Technology Leader ศาสตราจารย์ด้านการตลาด ที่มีงานเขียนที่โดดเด่นมากมายเกี่ยวกับด้านเศรษฐศาสตร์เชิงประสาทวิทยาเพื่อศึกษา และพัฒนาด้านนวัตกรรม เป็นผู้สอนคอร์สที่ Stanford GSB และสถาบันออกแบบ Hasso Plattner ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และมีประสบการณ์การสอนผู้บริหารทั่วโลกเรื่องการวางกลยุทธ์ และการเป็นผู้นำที่สร้างนวัตกรรมในองค์กร และ 3.Jonathan Levav, Codirector, Innovative Marketing for Strategic Advantage และ Faculty Director, Behavioral Lab ศาสตราจารย์ด้านการตลาดที่สถาบันบัณฑิตศึกษา บริหารธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งเขามีงานวิจัยโดดเด่นคือการตัดสินใจ และทางเลือกของผู้บริโภคโดยใช้เครื่องมือทดสอบทางจิตวิทยา”

“โปรแกรมเข้มข้นผ่านการค้นคว้าวิจัย, กรณีศึกษาตัวอย่าง และเวิร์กช็อปเพื่อให้เกิดการลงมือทำอย่างจริงจัง เรายังตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้ร่วมงานที่เป็นผู้บริหารระดับสูงทั้งจากไทย และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 60 คน เข้าร่วมโปรแกรมนี้ และจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 ส.ค. 2562 ที่กรุงเทพฯ ราคา 12,500 เหรียญสหรัฐต่อท่าน ที่สำคัญ ผู้เรียนจะได้รับประกาศนียบัตรจาก Stanford Graduate School of Business หลังจบหลักสูตร ซึ่งถูกกว่าบินไปเรียนที่ซิลิคอนวัลเลย์”

“นพ.ศุภชัย” กล่าวในตอนท้ายว่าโปรแกรมนี้เน้นการสร้างไมนด์เซตใหม่ให้กับผู้บริหารระดับสูง เนื่องจากโลกทุกวันนี้เป็นยุคของ disruption เราจึงต้องเติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะโลกเปลี่ยนจากปลาใหญ่กินปลาเล็ก มาเป็นปลาเร็วกินปลาช้า ซึ่งโปรแกรมนี้จะช่วยทำให้ผู้บริหารสามารถเคลื่อนตัวได้เร็วขึ้น สร้างไมนด์เซตแบบผู้ประกอบการที่ชอบ speed มากกว่า scale และชอบความเสี่ยงมากกว่าความปลอดภัย ด้วยการลงมือทำแบบไม่กลัวที่จะพลาด

“เพราะยุค disruption ความเร็วคือปัจจัยชี้วัดความสำเร็จ ทั้งยังเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมองค์กร ดังนั้น เราจึงมั่นใจว่า Corporate Innovation Summit จะช่วยสร้างความพร้อมของผู้นำองค์กร และผู้บริหารระดับสูง ที่จะเป็นแม่ทัพนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมาย และวิสัยทัศน์ที่ได้ปักธงไว้”

อันเป็นเป้าหมายของภารกิจในครั้งนี้

Previous articleบอร์ดก.ล.ต.ไฟเขียวธุรกิจที่ปรึกษา–ผจก.เงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล
Next article“ไดกิ้น” นำสุดยอดนวัตกรรมเครื่องทำความเย็น ติดตั้งระบบปรับอากาศโรงเรียนนานาชาติเบซิส