กรมการจัดหางานเชื่อมโยงข้อมูลแรงงานต่างด้าว ลุยพัฒนา “สมาร์ทเซอร์วิส” ยกระดับบริการในนิคมทั่วประเทศ

“นางเพชรรัตน์ สินอวย” อธิบดีกรมการจัดหางาน และ “นางสาวสมจิณณ์ พิลึก” ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่ออำนวยความสะดวกในการบริการแก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม และผู้ประกอบพาณิชยกรรม โดยมี “พ.ต.ต.หญิง รมยง สุรกิจบรรหาร” รองปลัดกระทรวงแรงงาน และ ”นางสาวนิสากร จึงเจริญธรรม” รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเป็นสักขีพยาน

“ นางเพชรรัตน์” กล่าวภายหลังการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่า กรมการจัดหางานและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะร่วมพัฒนาและปรับปรุงระบบงานบริการของหน่วยงานให้มีความร่วมมือกันในการวางแผน ออกแบบ พัฒนาระบบงาน และปรับปรุงกระบวนงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การเชื่อมโยงข้อมูล และอำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้ประกอบพาณิชยกรรม

ทั้งนี้ เพื่อยกระดับการให้บริการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยปรับรูปแบบวิธีการดำเนินการของภาครัฐให้มีลักษณะเบ็ดเสร็จครบวงจร มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถติดต่อราชการได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส เสียค่าใช้จ่ายน้อยและตรวจสอบได้ ซึ่งปัจจุบันโลกก้าวเข้าสู่สังคมยุคดิจิทัลหรือยุคเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งใช้ระบบสื่อสารข้อมูล คอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศเข้ามาอำนวยความสะดวกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เราจึงตัวปรับตัวและแข่งขันให้ทันกับกระแสโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะตอบโจทย์นโยบาย Thailand 4.0 ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

โดย กรมการจัดหางานมีหน้าที่รับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูลคนต่างด้าวที่ได้รับใบอนุญาตทำงานให้แก่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาตขยายระยะเวลาให้คนต่างด้าวอยู่ต่อในราชอาณาจักรและทำงานในนิคมอุตสาหกรรม ขณะที่ กนอ.มีหน้าที่แจ้งการอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร และทำงานในนิคมอุตสาหกรรมมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 ต่อนายทะเบียนเพื่อออกใบอนุญาตทำงานตามมาตรา 62 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตให้นำช่างฝีมือหรือผู้ชำนาญการเข้ามาทำงานในนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งการอนุญาตอื่นที่เกี่ยวข้องที่ต้องแจ้งให้กรมการจัดหางาน

“ความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานทั้งสองฝ่ายในการพัฒนางานให้บริการแก่ผู้ประกอบการได้อย่างมีคุณภาพ นายจ้าง สถานประกอบการ คนต่างด้าว รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับความสะดวกอย่างเต็มที่ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างแรงดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนได้มากขึ้น ส่งผลให้เกิดการนำเข้านวัตกรรม เทคโนโลยี เพิ่มการจ้างงาน และพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานที่สร้างการเติบโตและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป”

ด้าน “นางสาวสมจิณณ์” กล่าวว่า กนอ. และ กรมการจัดหางาน ได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการพาณิชยกรรมในขั้นตอนการขอและออกใบอนุญาตนำเข้าแรงงานต่างด้าวที่จะเข้ามาประกอบอาชีพในนิคมอุตสาหกรรมผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือระบบดิจิทัล โดยการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐทั้งสองแห่งแบบ “สมาร์ทเซอร์วิส” (Smart Services) เพื่อให้ผู้ประกอบการในนิคมฯ ขออนุมัติ อนุญาตผ่านระบบออนไลน์ (Online) ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือในครั้งนี้ กนอ. และกรมการจัดหางาน มีเป้าหมายที่จะร่วมกันบูรณาการและแลกเปลี่ยนข้อมูลภายใต้มาตรฐานข้อมูลเดียวกันสำหรับการยื่นคำขอและพิจารณาคำขอแบบออนไลน์ระหว่างทั้งสองหน่วยงานให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลคำขออนุญาตให้ผู้นำช่างฝีมือหรือผู้ชำนาญการต่างด้าวเข้ามาทำงานในนิคมฯ แก่ผู้ประกอบการในนิคมฯ แบบสมาร์ทเซอร์วิส รวมทั้งการอนุญาตอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่ต้องแจ้งให้กรมการจัดหางาน และแจ้งการอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรและทำงานในนิคมฯ และกรมการจัดหางานจะดำเนินการเปิดเผยข้อมูลคนต่างด้าวที่ได้รับใบอนุญาตทำงานให้แก่ กนอ. เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาต ขยายระยะเวลาให้คนต่างด้าวอยู่ต่อในราชอาณาจักรและทำงานในนิคมฯ ช่วยเพิ่มความสะดวกลดขั้นตอน ลดระยะเวลา ลดการใช้เอกสาร และลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการสามารถใช้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา ได้อย่างปลอดภัย

สำหรับการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 กนอ. จะอำนวยความสะดวกในการเปิดเผยข้อมูล และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตทำงาน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้กับกรมการจัดหางาน และ ระยะที่ 2 กรมการจัดหางาน จะเป็นผู้จัดทำระบบใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ในรูปแบบดิจิทัล (Digital Work Permit) ซึ่งจะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งนับเป็นการพัฒนาระบบบริการที่เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และการจัดเก็บข้อมูลของทางราชการ เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยสูงให้กับนักลงทุน ลดการสูญหายของเอกสารในการติดต่อทางราชการ เป็นการยกระดับหน่วยงานรัฐในขั้นตอนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานรัฐ ยังถือเป็นการยกระดับการให้บริการแก่นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่น และความคล่องตัวในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถนำระบบดังกล่าวคัดกรองบุคลากรที่เป็นแรงงานฝีมือและแรงงานชำนาญการที่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการที่จะนำเข้ามาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่นานาชาติให้การยอมรับอีกด้วย

Previous articleพาณิชย์ใช้โอกาสวันมหามงคล “วันแม่” จัดกิจกรรมจำหน่ายผลไม้ สร้างรายได้ให้เกษตรกร
Next articleอุตฯยานยนต์ “อินเดียวิกฤต” ค่ายรถปิดโรงงาน-เลิกจ้างนับแสน