AIS ออกจากกรอบเดิม บริหารคนตอบโจทย์ดิสรัปชั่น

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม

ไม่ว่าโลกของเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดขององค์กรไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็คือ “คน” ยิ่งถ้านำเทคโนโลยีมาใช้ร่วมด้วย เชื่อมั่นได้เลยว่าองค์กรจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างทรงประสิทธิภาพและแข็งแกร่ง ท่ามกลางโจทย์ยากที่คุ้นกันดี คือ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี หรือ tecnology disruption เหมือนกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS

“กานติมา เลอเลิศยุติธรรม” หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลของ AIS ตอกย้ำว่า การมุ่งเพียงให้องค์กรเติบโตนั้น ในยุคนี้ใช้ไม่ได้แล้ว “สังคม” ต้องเติบโตไปพร้อม ๆ กับธุรกิจด้วย

AIS จึงได้เริ่มทรานส์ฟอร์มองค์กรมาตั้งแต่ปี 2014 หลังจากนั้นจึงผลักดัน AIS Academy ตามมา เพื่อสร้างความพร้อมให้กับคนทำงาน ด้วยการเริ่มเปลี่ยนรูปแบบและสภาพแวดล้อมในการอบรมพนักงานที่มีอยู่ให้ทันกับสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนไป


“technology disruption เป็นยุคที่หลายคนมองว่า อุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ แต่สำหรับ AIS เรามองเรื่องคนสำคัญมากกว่า เพราะถ้ามีเทคโนโลยี แต่คนไม่พร้อมก็ไม่มีประโยชน์ ในปีแรกของการ transform เราเริ่มจากดิสรัปต์ HR (ทรัพยากรบุคคล) เพราะเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงขององค์กร โดยสิ่งสำคัญที่ต้องปรับ คือ HR ต้องเข้ามายุ่งเรื่องธุรกิจ เพราะถ้า HR ไม่เข้าใจกลยุทธ์และทิศทางธุรกิจ ก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะเตรียมความพร้อมคนในองค์กรให้ตอบโจทย์ธุรกิจได้”

เมื่อทีม HR มีความพร้อม เราจึงเริ่มก่อตั้ง AIS Academy ในปี 2015 และเรากลับมาดูคนในองค์กรของเราว่าเป็นคนที่มีลักษณะแบบไหน โดยพบว่ามากกว่า 70% เป็นคน Gen Y เราจึงเริ่มใช้ระบบออนไลน์ และปล่อยให้พนักงานเป็นเจ้าของความก้าวหน้า โดยพวกเขาสามารถควบคุมทิศทางการเรียนรู้ได้เอง ผ่าน AIS Learn Di ที่เปรียบเสมือนแหล่งการเรียนรู้นอกเวลางาน ทุกคนสามารถเลือกเรียนสิ่งที่ตัวเองสนใจได้เอง ได้ตามเวลาที่ต้องการ หลังจากนั้น เราสร้าง AIS Read Di ขึ้นมา ซึ่งเป็นเสมือนห้องสมุดออนไลน์ที่พนักงานเข้าถึงได้ผ่านสมาร์ทโฟน

ตลอด 4 ปี-ที่ผ่านมา AIS Academy เป็นเหมือนศูนย์กลางด้านการเรียนรู้เทคโนโลยี นวัตกรรมต่าง ๆ จากทั้งภายในและนอกประเทศ โดยมี digital platform เป็นแหล่งความรู้ให้พนักงานสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา สร้างวัฒนธรรมแห่งการตื่นรู้ และพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอยู่เสมอ รวมถึงร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ทั้งในและต่างประเทศระดับโลก จัดทำหลักสูตรเพื่อพัฒนาบุคลากรทุกระดับของเอไอเอส

“กานติมา” เล่าต่อว่า AIS สร้างวัฒนธรรมการทำงานใหม่ ที่ลดลำดับขั้น (hierarchy) ในการทำงาน เพราะการลด hierarchy ทำให้กระบวนการทำงานรวดเร็วขึ้น ซึ่งตอบโจทย์กับยุคที่ทุกอย่างเป็นสิ่งที่รวดเร็ว นอกจากนั้น มีการเปลี่ยนรูปแบบการตั้งชื่อตำแหน่ง ลดลำดับขั้นให้น้อยลงจาก Vice President, Senior Vice President, Assistant Vice President ใช้เพียง Head of (หัวหน้า) เท่านั้น หรือแม้กระทั่งลดความแตกต่างของอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ที่เกี่ยวกับการทำงานในตำแหน่งที่ต่างกันของพนักงาน ทำให้คนในองค์กรเข้าถึงกันได้มากขึ้น

“ตลอดจนการสร้างเรือเล็กที่เป็นเรือเร็ว โดย AIS เปรียบเป็นเรือใหญ่ ซึ่งเรือเร็วหมายถึง เราเปิดโอกาสให้พนักงานในองค์กรฟอร์มทีมกัน ให้พวกเขามีโอกาสลองผิดลองถูก เพราะเราเชื่อว่าความผิดพลาดคือการเรียนรู้ และทำให้เกิดการคิดค้นใหม่ ๆ ขึ้นในองค์กร และทำให้องค์กรเคลื่อนตัวได้เร็ว”

นอกจากนั้น เรากำลังทำเรื่องของ career model ที่ให้พนักงานใช้เป็นแผนที่ในการเติบโตในองค์กร โดย AIS ไม่เชื่อว่าพนักงานต้องเติบโตตามแนวสูง หรือในสายงานเดียว แต่เราเชื่อว่าการเติบโตในองค์กรสามารถไปด้านข้างได้ ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนสายงาน เราให้พนักงานสร้างโอกาสในการเติบโตด้วยตนเอง โดย career model จะเป็นคู่มือไกด์ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งการเติบโตแบบนี้ขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของพนักงาน 50% อีก 25% ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้บริหาร

“กานติมา” กล่าวด้วยว่า ตอนนี้ AIS ไม่ได้มองเพียงข้างในองค์กร แต่มองว่า ถ้าสังคมไม่แข็งแรง AIS ก็จะโตไม่ได้ไกล

“เราเลยลุกขึ้นมาทำสัมมนานานาชาติ ACADEMY for THAIs ขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงเดือนตุลาคม ปี 2561 จนถึงวันนี้เราทำไปแล้ว 4 ครั้ง ซึ่ง AIS Academy เป็นสัมมนาที่ไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยเรารวบรวมองค์ความรู้แห่งโลกยุคดิจิทัล โดยผู้เชี่ยวชาญด้าน digital disruption หลากหลายองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ มาร่วมเปิดมุมมองและหาคำตอบของการเตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัล เพื่อเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยีให้คนไทยพร้อมเติบโตและก้าวไปพร้อมกัน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี จนตอนนี้มีสมาชิกกว่า 7,000 คน”

ล่าสุดเราได้ขยายองค์ความรู้เพื่อคนไทยในส่วนภูมิภาค ในงาน AIS ACADEMY for THAIs : to the Region ภารกิจคิดเผื่อเพื่อคนไทย เพื่อร่วมไขคำตอบของการเรียนรู้และลงมือทำ จนได้เป็นสูตร business trans-formation ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่พร้อมรับมือกับความท้าทายของโลกยุคดิจิทัล และเห็นความสำคัญของการใช้ data ในการต่อยอดธุรกิจที่จังหวัดเชียงใหม่ และเดินหน้าภารกิจที่จังหวัดขอนแก่น โดยเน้นเจาะลึกไปถึงการพัฒนาเมืองสู่ smart city โดยวิทยากรจากองค์กรชั้นนำของไทยและนานาชาติ ทักษะการทำงานของคนยังเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ถึงแม้จะสร้างเทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่อย่าลืมว่าเราต้องฉลาดกว่า AI เพราะมนุษย์เป็นผู้สร้างเทคโนโลยีเหล่านี้ขึ้นมา ถึงแม้เราจะพัฒนาเทคโนโลยีให้ล้ำแค่ไหน แต่ลูกค้าใช้ไม่เป็นก็จะไม่เกิด

นับว่าเอไอเอสเป็นหนึ่งองค์กรที่กล้าออกจากกับดักรูปแบบการบริหารคนแบบดั้งเดิม และเป็นองค์กรที่ยอมรับความจริงว่า เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนเร็วก็ต้องกล้าทดลองอะไรใหม่ ๆ เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า

Previous article“มจธ.” จับมือ “เซ็นทรัล” พัฒนาบุคลากรซัพพลายเชน
Next articleธนชาตช่วย “ตั้งหลัก” ให้ลูกค้าประสบภัยน้ำท่วม