JWD ใช้มาตฐานสากลดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม ส่งเสริมหุ้นยั่งยืน

JWD ร่วมกับ Twin Pine Group เดินหน้าพัฒนาระบบ ESMS สร้างมาตรฐานดูแลสิ่งแวดล้อม และสังคมเทียบเท่าระดับสากล ส่งผลให้เกิดหุ้นยั่งยืน ดึงดูดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น

หลังจากที่ บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ (มหาชน) จำกัด หรือ JWD บริษัทสัญชาติไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนระดับอาเซียน ได้เป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนในไทยเพียงไม่กี่ราย ที่ Credit Guarantee and Investment Facility หรือ CGIF เข้าค้ำประกันหุ้นกู้ โดยหนึ่งในเกณฑ์พิจารณาของ CGIF คือ ต้องมีมาตรฐานด้านบรรษัทภิบาล (Corporate Governance – CG) และมีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Environmental, Social, & Governance – ESG)

ล่าสุด JWD กำลังเดินหน้าพัฒนาการใช้ระบบ Environmental Social Management and System หรือ ESMS เพื่อเซ็ตมาตรฐานการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของบริษัทให้เป็นระดับสากล โดย ESMS เป็นมาตรฐานระดับเดียวกับดัชนี Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI ดัชนีหลักทรัพย์ของบริษัทชั้นนำระดับโลก ที่ผ่านการประเมินความยั่งยืนตามตัวชี้วัดด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้ลงทุนสถาบันทั่วโลกให้การยอมรับและใช้เป็นข้อมูลในการลงทุน

เกณฑ์พิจารณาหุ้นยั่งยืนของ CGIF

“ชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา” ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2564 บริษัทออกและเสนอขายหุ้นกู้มีหลักประกัน มูลค่ารวม 700 ล้านบาท อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.1% ให้แก่นักลงทุนสถาบัน ภายใต้โปรแกรม Medium Term Note (MTN) ที่มีวงเงินค้ำประกันรวม 1,900 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปใช้ขยายการลงทุนธุรกิจด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนภายในประเทศ ที่จะส่งผลต่อการเพิ่มศักยภาพการให้บริการ และผลักดันการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้

โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบัน แสดงความต้องการจองซื้อเกินกว่าจำนวนที่จัดสรรไว้ประมาณ 2 เท่า ทั้งยังได้รับการจัดอันดับเครดิตเรตติ้งที่ AAA โดยบริษัท ฟิทช์เรทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัดด้วย

“นับเป็นครั้งแรกที่ทาง CGIF ค้ำประกันหุ้นโปรแกรม MTN และเราเป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยเพียงไม่กี่รายที่ CGIF ค้ำประกัน”

ซึ่ง CGIF เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งโดยความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก ASEAN+3 ร่วมกับธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเซีย (Asian Development Bank – ADB) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนในภูมิภาค ส่งผลให้ JWD มีต้นทุนทางการเงินจากการระดมทุนลดลง หุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับเครดิตเรตติ้งที่ดี และมีอายุเฉลี่ยเพิ่มขึ้น รวมถึงมีความคล่องตัวในการระดมทุนให้ผู้ออกหุ้นกู้ ทั้งนี้ บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้มีหลักประกันในอนาคตภายใต้โปรแกรม MTN ดังกล่าวอีก 1,200 ล้านบาท อายุ 9 ปี

“CGIF ใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการพิจารณาคุณสมบัติของ JWD และว่าจ้างบริษัท ทวิน ไพน์ กรุ๊ป จำกัด เป็นที่ปรึกษาร่วมทำการประเมิน ซึ่งการที่จะได้รับการค้ำต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณามากมาย โดยเฉพาะประเด็นการสนับสนุนด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) ในประเทศไทย และการให้ความสำคัญกับ ESG”

มุมมองความรับผิดชอบต่อสังคม 8 ด้าน

“ชวนินทร์” อธิบายต่อว่า JWD ถูกจัดให้เป็น 1 ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน (Thailand Sustainability Investment – THSI) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อีกทั้งยังได้รับผลการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับ 5 ดาว ที่หมายถึง “ดีเลิศ” (excellent) ตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies – CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors – IOD) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของบริษัทในการนำเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล มาใช้ในการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยปัจจุบัน JWD มีมุมมองเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมอยู่ 8 ด้าน ได้แก่

  1. การประกอบกิจการด้วยความเป็นธรรม โดยให้ความสําคัญกับการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมและสุจริต ภายใต้กฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ทั้งยังกําหนดแนวทางปฏิบัติที่ส่งเสริมให้พนักงานตระหนักถึงความสําคัญของการปฏิบัติตามด้วย
  2. การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น คํานึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกด้าน และสร้างจิตสํานึก ค่านิยม ทัศนคติให้แก่พนักงานในการปฏิบัติงานตามกฎระเบียบด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
  3. การเคารพสิทธิมนุษยชน โดยมีนโยบายในการดูแลและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกราย กล่าวคือ พนักงาน ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน คู่ค้า ลูกค้า ด้วยความเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งอันเนื่องมาจากความเหมือนหรือแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ หรือเรื่องอื่นใด
  4. การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม ทั้งในเรื่องการให้โอกาส ผลตอบแทน สวัสดิการ การแต่งตั้งโยกย้าย และการพัฒนาศักยภาพควบคู่กับการพัฒนาคุณธรรม และให้ความคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยในการทํางาน
  5. การร่วมพัฒนาชุมชนหรือสังคม ตระหนักถึงความสําคัญในการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคม จัดให้มีโครงการช่วยเหลือและพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการบริจาคและการสนับสนุนการศึกษา
  6. การดูแลสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อม และมีการกําหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขเมื่อเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากการดําเนินงานของบริษัท นอกจากนี้ มีทีมบุคลากรที่ได้รับการอบรมพิเศษในการดูแลสินค้าอันตรายแต่ละประเภท เพื่อเตรียมพร้อมในการระงับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นจากการรั่วไหลของสินค้าอันตราย รวมถึงการให้ความช่วยเหลือในการดูแล และระงับเหตุที่อาจจะเกิดจากสินค้าอันตรายในชุมชนใกล้เคียง
  7. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ยกระดับมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัท และบริษัทในเครือให้อยู่ระดับมาตรฐานสากล อีกทั้งต้องการลดผลกระทบจากเหตุ ตลอดจนการกู้คืนระบบอย่างรวดเร็ว
  8. การมีนวัตกรรมและเผยแพร่นวัตกรรม ซึ่งได้จากการดําเนินงานที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสีย โดยในปี 2561 บริษัทได้มีการมอบหมายให้คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Committee) ปรับปรุงพัฒนาและนวัตกรรมซอฟต์แวร์สําหรับปรับปรุงกระบวนการการทํางาน อันจะนำมาซึ่งประโยชน์ต่อทั้งกระบวนการของซัพพลายเชนของบริษัท เศรษฐกิจ และสังคมโดยรวม

เดินหน้าอย่างแข็งแกร่งสู้วิกฤตโควิด

“อดิศร สิงห์สัจจะ” ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทวิน ไพน์ กรุ๊ป จำกัด บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำในการระดมทุนในกลุ่มประเทศ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนามและไทย (CLMVT) ในฐานะที่ปรึกษาในการออกและเสนอขายหุ้นกู้มีหลักประกันของ JWD กล่าวว่า ช่วงก่อนที่โควิด-19 จะระบาดในประเทศไทย (ปี 2563) ทวิน ไพน์มองหาบริษัทไทยมาเป็นลูกค้า เพื่อจะทำให้ครบลูบ CLMVT

“เราเล็งเห็นว่า JWD มีเรตติ้งที่ดี และมีภารกิจค่อนข้างครบใน CLMV จึงเป็นบริษัทที่มีความเป็นภูมิภาคอย่างแท้จริง แต่พอเกิดการระบาดของโควิด-19 เราก็เริ่มพูดคุยกับ CGIF เพื่อพิจารณาว่า JWD จะแข็งแกร่งและเดินหน้าไปได้ในช่วงนี้หรือไม่ ซึ่งจากการใช้เกณฑ์การพิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ ทำให้ได้คำตอบว่า JWD มีความพร้อม และมีมาตรฐานในเรื่องของ ESG สูง”

“JWD เป็นลูกค้าสัญชาติไทยรายแรกของทวิน ไพน์ที่ได้รับการสนับสนุนจาก CGIF นอกจาก JWD จำเป็นต้องการผ่านเกณฑ์การพิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ จาก CGIF แล้ว ขณะเดียวกันเราได้กำหนดเงื่อนไขให้ JWD ต้องจัดทำระบบการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ESMS พร้อมทั้งดำเนินการแต่งตั้งผู้จัดการดูแล (ESMS manager) เพื่อนำระบบดังกล่าวมาปรับใช้กับบริษัทให้เกิดประสิทธิภาพ ตามแผนงานที่วางไว้ภายในระยะเวลา 12 เดือน (ภายในวันที่ 5 มี.ค. 2565) นับจากวันที่เริ่มต้นเซ็นสัญญากับ CGIF”

ESMS เป็นเฟรมเวิรค์ในการจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น การปล่อยก๊าซเรือกระจก การบริหารกำจัดของเสีย การดูแลสภาพการทำงานของแรงงาน และผลกระทบของธุรกิจต่อชุมชน ซึ่งจะทำให้ JWD มีมาตรฐานความยั่งยืนที่สูงขึ้น

การใช้เงินลงทุนในการพัฒนาระบบ ESMS ของ JWD จะส่งผลที่ดีระยะยาวให้กับบริษัท เพราะในอนาคตจะมีกลุ่มผู้ลงทุนมากขึ้นที่มองหาเฉพาะบริษัทที่ผ่านมาตรฐาน ESG ระดับสูง ดังนั้น JWD จะเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถูกจับตา และจะมีผู้ลงทุนจากต่างประเทศเข้าไปลงทุนเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ความคืบหน้าของ JWD ในการทำระบบ ESMS มีความพร้อม และได้วางผู้ที่จะรับตำแหน่ง ESMS manager ไว้แล้วคือ คุณอมรพรรณ บัณฑิตกฤษดา กรรมการผู้จัดการ JWD

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ