เปิดโครงการ 3 ม. “มีงาน มีเงิน มีวุฒิ” ดึงเอกชนแก้ปัญหาขาดแรงงาน

กระทรวงแรงงาน จับมือ 4 สถาบันการศึกษา 13 บริษัท ลงนาม MOU แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน พร้อมจัดมหกรรม “สร้างงาน สร้างอาชีพ สู่ EEC” มีงาน 1,700 อัตรา ในพื้นที่ จ.ชลบุรี

วันที่ 22 พฤษภาคม 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ โครงการ 3 ม. “มีงาน มีเงิน มีวุฒิการศึกษาเพิ่ม” ระหว่างกรมการจัดหางาน สถาบันการศึกษา 4 แห่ง และสถานประกอบการภาคเอกชน จำนวน 13 แห่ง และเปิดงานมหกรรม “สร้างงาน สร้างอาชีพ สู่ EEC” ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค)

นายสุชาติกล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สนับสนุนการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในรูปแบบประชารัฐ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ซึ่งโครงการ 3 ม. มีงาน มีเงิน มีวุฒิการศึกษาเพิ่ม ที่มีการลงนาม MOU ในวันนี้ เป็นการบูรณาการร่วมกันในรูปแบบประชารัฐ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ มีโอกาสศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นระหว่างการทำงาน

ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ด้านสถานประกอบการจะมีกำลังแรงงานที่มีคุณภาพ และมีคุณสมบัติตรงตามความต้องการสามารถพัฒนาธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ด้านสถานศึกษาสามารถกำหนดหลักสูตรการศึกษาให้เหมาะสม และตรงกับความต้องการ ของประชาชนผู้ต้องการมีงานทำ และสถานประกอบการ



นอกจากการทำงานในสถานประกอบการแล้ว การประกอบอาชีพอิสระก็เป็นทางเลือกที่สำคัญในการมีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้ และบรรเทาปัญหาการว่างงานของประชาชน เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน ที่มุ่งเน้นให้ประชาชนมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า สำหรับลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือโครงการ 3 ม. ในครั้งนี้ ขอขอบคุณ สถาบันการศึกษา 4 แห่ง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

และสถานประกอบการภาคเอกชน จำนวน 13 แห่ง ได้แก่ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เฟดเดอรัล อิเลคตริค จำกัด บริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด บริษัท ซัมโบ ชินโด (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท พีเอช แคปปิตอล จำกัด บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท สยามทาโก้ จำกัด และบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด

โดยผู้สมัครร่วมโครงการจะมีโอกาสได้รับการบรรจุเป็นพนักงานของสถานประกอบการ มีรายได้ ได้รับประสบการณ์ ทักษะตรงจากการทำงาน และได้รับโอกาสในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เมื่อหลังจบการศึกษาจะได้รับการปรับอัตราค่าจ้าง หรือตำแหน่งงานในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มศักยภาพและผลิตภาพด้านแรงงาน

ทั้งนี้ ภายในงานมหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพ สู่ EEC ที่จัดขึ้น ได้เตรียมตำแหน่งงานว่าง 1,700 อัตรา จากสถานประกอบการ 20 แห่ง รองรับความต้องการการมีงานทำของประชาชน เช่น ตำแหน่งวิศวกร โปรแกรมเมอร์ และผู้จัดการฝ่ายผลิต และยังรวบรวมอาชีพต่าง ๆ ที่อยู่ในความสนใจของประชาชนมาจัดแสดง จำนวน 20 อาชีพ เช่น ยูทูปเบอร์ สตอเบอร์รี่นมสด การจำหน่ายอาหารโดยรถจำหน่ายอาหารเคลื่อนที่ FoodTruck จำนวน 5 อาชีพ

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น นิทรรศการโลกอาชีพโลกการศึกษา การสาธิตการประกอบอาชีพอิสระ เช่น การทำโคมไฟจากช้อน การทำขนมตาล การทำซูชิ เป็นต้น การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP และภารกิจของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน เพื่อให้ประชาชนนำไปเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกสมัครงาน และประกอบอาชีพ ตามความถนัดของตนเอง ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนมีรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวต่อไป

ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯสามารถสอบถามได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694


ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ