ตำนาน 70 ปี ชาญอิสสระ สงกรานต์ อิสสระ จากเบื้องหน้าสู่เบื้องหลัง

สงกรานต์ อิสสระ
สงกรานต์ อิสสระ
ผู้เขียน : ชัชพงศ์ ชาวบ้านไร่
ช่างภาพ : ภิญโญ ปานมีศรี

น้อยครั้งที่แม่ทัพใหญ่ของกลุ่มชาญอิสสระ “สงกรานต์ อิสสระ” ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการพัฒนาที่ดินจะเปิดห้องประชุมใหญ่ ในโครงการ “ชาญอิสสระ 1” ตึกสูงอันดับแรก ๆ บนถนนพระรามที่ 4 เพื่อต้อนรับทีมงานประชาชาติธุรกิจ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการพูดคุยแลกเปลี่ยนอย่างเป็นกันเอง

สงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้วันนี้บริษัทก่อตั้งมา 70 ปี แต่ก่อนหน้านั้นผ่านอะไรมาเยอะ เดิมที คุณพ่อ “ชาญ อิสสระ” เคยค้าขายอยู่ทางภาคใต้ หาดใหญ่ตอนนั้นมีเรือสินค้าเอาสินค้าเกษตร เสื้อผ้า จากไทยไปท่าเรือปีนัง มาเลเซีย แล้วก็เอาสินค้าเคมีภัณฑ์ กลับมา คุณพ่อเป็นเทรดเดอร์

ช่วงนั้นมีโจรสลัดเกาะตะรุเตา เรือของไทยถูกปล้น ของคุณพ่อก็เป็นหนึ่งในนั้น ถูกฆ่ายกลำ โชคดีที่วันนั้นเปลี่ยนนายเรือ คุณพ่อจึงรอด แต่ทรัพย์สินทุกอย่างก็ถูกปล้นหมด เป็นมรสุมอย่างหนึ่งที่หนักของกลุ่มชาญอิสสระ แต่คุณพ่อก็ค่อย ๆ สร้างทุกอย่างกลับมาใหม่ และเข้ามากรุงเทพฯ ทำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์น้ำมันกับกรมทางหลวง

ซ้ำชั้น จุดเปลี่ยนชีวิต

สงกรานต์ ในวัย 70 ปี เล่าย้อนจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิตว่า ตอนอายุ 15 ปี เรียน ม.ศ.3 ที่วชิราวุธวิทยาลัย คุณพ่อและผมเองดูแล้วไม่รู้ว่าจะเรียนมหาวิทยาลัยรอดไหม ความที่มาจากหาดใหญ่ไม่ได้เรียนเก่งอะไร คุณพ่อจึงตัดสินใจส่งไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีเงื่อนไขคือเด็กต่างชาติต้องซ้ำชั้น แม้คุณพ่อไม่อยากให้ซ้ำแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มิเช่นนั้นก็ไม่ได้ไป

สำหรับผม ไม่ได้รู้สึกเหมือนคุณพ่อ ซ้ำก็ซ้ำไม่เป็นไร บอกได้เลยว่านั่นคือจุดเปลี่ยนชีวิต ความที่ต้องดูแลตัวเองตลอดตั้งแต่เรียนโรงเรียนประจำที่วชิราวุธ พอไปอยู่อเมริกาก็แก่กว่าเพื่อนหนึ่งปี ด้วยความคิดอะไรต่าง ๆ กลายเป็นว่าเรามีบุคลิกภาพ มีความเป็นผู้นำขึ้น ปีที่สองก็ได้เป็นกัปตันเทนนิส เป็นหัวหน้านักเรียน แคแร็กเตอร์ถูกสร้างขึ้นมา เป็นประสบการณ์เอามาใช้ในธุรกิจการงาน เรื่องการสร้างความมั่นใจ การเผชิญปัญหาหรือวิกฤต ช่วยเราได้เยอะ

เมื่อเรียนจบเมืองนอก ก็กลับมาทำซิตี้แบงก์ แล้วต่อมาช่วยธุรกิจคุณพ่อ แต่การทำงานกับราชการไม่ถูกจริต จึงขอไปทำอย่างอื่น เริ่มวางมือจากธุรกิจยางมะตอยและผลิตภัณฑ์น้ำมันต่าง ๆ

ชาญอิสสระ ทาวเวอร์ บทพิสูจน์ตระกูล

อย่างแรกที่ต้องเผชิญคือการโน้มน้าวใจคุณพ่อ จากครอบครัวที่ทำงานกับภาครัฐ แต่ต้องเปลี่ยนมาทำธุรกิจแบบเสรี เมื่อได้จังหวะประจวบเหมาะ ก็ปลุกปั้น “ชาญอิสสระ ทาวเวอร์ 1” ได้สำเร็จ ตึกมิกซ์ยูสร่วม 30 ชั้น เปิดเป็นสำนักงานให้เช่า รีเทล และคอนโดมิเนียม เป็นอาคารระฟ้าแห่งแรก ๆ ของกรุงเทพมหานคร ในย่านพระราม 4

“ตึกชาญ เป็นบทพิสูจน์ของตระกูลเรา แล้วก็หันมาเน้นทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งการแข่งขันรุนแรง ต่อมาเราก็เจอวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่ก็รอดมาจนปัจจุบัน ผ่านอะไรมาเยอะ เห็นมาเยอะ ได้เรียนรู้หลายอย่าง ที่สำคัญคือการสร้างเครดิตและความน่าเชื่อถือ สิ่งนี้มีมูลค่าเยอะ ต้องค่อย ๆ สร้างเสริม ถ้ามาแบบข้ามคืน คนแค่เห็นแต่ไม่รู้สึก ต้องผ่านการพิสูจน์มาหลายตอน”

สิ่งสำคัญทั้งหมดทั้งปวง คือต้องมี “โกล” เหมือนการต่อจิ๊กซอว์ การสร้างพีระมิด ต้องอดทน ค่อย ๆ ประกอบแต่ละชิ้น ไม่สามารถทำทางลัดไปสร้างยอดพีระมิดได้ โชคดีที่ผมได้ครูบาอาจารย์ดี ให้แนวความคิดหลาย ๆ อย่าง เหมือนโรดแมปเลยก็ว่าได้ ทั้งเรื่องเงิน เรื่องครอบครัว เรื่องเพื่อน สามารถประกอบแนวความคิดนี้มาใช้ดำเนินชีวิตได้

อีกอย่างที่ค้นพบตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ถ้ามีความพยายามแล้วฝึกฝน ประกอบกับดวงแล้วตั้งจิตให้ดี ๆ ทุกอย่างจะสำเร็จได้ ไม่เคยคิดว่าปัญหาแก้ไม่ได้ ทุกอย่างแก้ได้ เชื่ออย่างนี้มาตั้งแต่สมัยหนุ่ม เจอบทพิสูจน์อะไรหลายอย่าง แต่ค่อย ๆ แก้ทำให้ไม่เคยกลัวปัญหา

ดีเวลอปเปอร์ยุคเปลี่ยนผ่าน

สงกรานต์บอกว่า อสังหาริมทรัพย์ยุคก่อนกับยุคนี้ ต่างกันราวฟ้ากับดิน สมัยก่อนต้องทำตามแพตเทิร์น เดี๋ยวนี้มิกซ์แล้วก็รวดเร็วกว่าเยอะ ไม่ว่าจะเป็นโปรดักต์ การเงิน สินค้า รูปแบบอสังหาฯ รูปแบบการขายก็เปลี่ยนไปเยอะ

ข้อได้เปรียบคืออยู่ซิตี้แบงก์มา แบ็กกราวนด์เรื่องการเงินช่วยได้เยอะ อ่านงบฯแล้วรู้เลยเรามีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร จะรู้ว่าต้องทำอะไร เป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้มา

ตอนนี้ทุกอย่างหาจากกูเกิล แต่สมัยนั้นที่เริ่มเข้าวงการอสังหาฯ ต้องอ่านหนังสือ ขวนขวายไปตามร้านหนังสือหรือห้องสมุดต่าง ๆ หาความรู้เกี่ยวกับอสังหาฯบ้าง การเงินบ้าง การตลาดเป็นอย่างไร ต้องศึกษา เรียนรู้ และพัฒนา และอย่าอายที่จะถามผู้รู้

Go To Wealth

สำหรับสงกรานต์ ความสำเร็จต้องเป็นองค์รวม มีเงินเป็นร้อยล้านพันล้านแต่กินไม่ได้เพราะสุขภาพไม่ดี จะมีประโยชน์หรือไม่ หรือกินได้แต่สุขภาพจิตไม่ดี จะรวยต้องรวยให้ครบทุกทาง ความร่ำรวย ตัวเลขเงิน ก็ใช่ แต่ครอบครัวก็สำคัญ และสำคัญสุดคือสุขภาพ

ทุกวันนี้สงกรานต์ยังเล่นทั้งเทนนิส แบดมินตัน สควอช ฟุตบอล ว่ายน้ำ จักรยาน สกี โดยเล่นกอล์ฟมากที่สุดเพราะทำให้ผ่อนคลายได้เยอะ

ตั้งแต่เรียนวชิราวุธ เขาจะเน้นกีฬา เบสิกคือกำลังขาและปอด เราถูกฝึกฝนมาตั้งแต่ต้น คุณพ่อก็จะบ้ากีฬา เป็นเลขาฯสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ ผมไปอยู่อเมริกาเราก็แข่งกีฬาอยู่ทีมโรงเรียน ได้เรียนรู้เยอะ เจออะไรแปลกทำให้เราเก่งขึ้น

“คุณหาเงินมาทั้งชีวิต แต่อายุ 60 ปี คุณไม่สบาย เงินที่คุณหามาไม่พอ คุณไม่ต้องรอให้ถึงวันนั้น คุณต้องดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ เงินต้องหาและเราต้องบาลานซ์ สุขภาพ สุขภาพจิต ต้องมาพร้อม ๆ กัน”

อีกเรื่องคือ เน้นการทำงานของบริษัทให้เป็นองค์กรที่มีความสามัคคี ณ วันนี้จะทำยังไงให้พนักงานที่มาช่วยบริการทำงานให้เราได้ดี เพื่อตัวเราและตัวเขา การโค้ชชิ่งสำคัญ เพราะเราไม่สามารถลงไปดูแลทุกโครงการได้ ก็ต้องอาศัยหัวหน้า หัวหน้าก็ต้องดูแลลูกน้องให้ดี

“ผมจะบาลานซ์ทั้งหมด สัจจะเป็นหลัก สามัคคีเป็นเลิศ สุขภาพยิ่งใหญ่”

ทายาทสานต่อ

สงกรานต์ อิสสระ มีทายาท 3 คน พี่ชายคนโต “ปลาวาฬ-วรสิทธิ์” คนกลาง “ปลาทู-ดิฐวัฒน์” และน้องเล็ก “ปลาเข็ม-กรัชเพชร”

“ก็สอนให้เขาเป็นคนดี ที่สำคัญคือไม่เคยคาดหวังอะไรจากพวกเขา ไม่ได้หวังว่าเรียนจบแล้วต้องมาทำงานกับผม ถ้ามีที่อื่นก็ไปทำ ไม่ต้องมาห่วง บริษัทของเราเป็นบริษัทที่มีชีวิต รันได้ เพียงแต่ว่าการมีพวกเขาอยู่มันดีกว่า เราอย่าไปคาดหวังเขาเลย คาดหวังแล้วเดี๋ยวเราผิดหวัง เขาก็ผิดหวัง”


บางคนคาดหวังจากลูก แต่ถ้าบังคับ เมื่อบอกให้ไปซ้ายลูกจะไปขวา อยากให้มาจะไม่มา แต่ผมเฉย ๆ เราเป็นกลาง ซึ่งลูกก็มาเอง ปลาวาฬก็ดูเรื่องโรงแรม ปลาทูก็มาช่วยส่วนกลาง ส่วนปลาเข็มมีอาชีพเป็นดีไซเนอร์ ซึ่งก็มาช่วยบางส่วนบางตอน และทำได้ดี