นายต้นไม้-ดึ๊บดึ๊บ สติ๊กเกอร์ไลน์เงินล้าน

แต่ละวันเราจะเห็นสติ๊กเกอร์หลากหลายแคแร็กเตอร์ขยันออกมาล่อตาล่อใจให้จ่ายตังค์กดดาวน์โหลดมาใช้ สติ๊กเกอร์ไลน์มีทั้งแบบ official ที่ไลน์สร้างสรรค์ออกมาเอง และแบบ creators ที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปสร้างสรรค์สติ๊กเกอร์ของตัวเองไปลงขายในไลน์ หลังจากเปิดมา 4 ปีปัจจุบันในเมืองไทยมีครีเอเตอร์สติ๊กเกอร์ไลน์มากถึง 3.4 แสนคน

เราได้คุยกับ 2 ครีเอเตอร์ที่ได้รับรางวัล LINE STICKERS AWARDS 2018 ถึงที่มาของแคแร็กเตอร์ที่โดนใจทั้งผู้ส่งและผู้รับ คนแรกคือนายต้นไม้ ผู้ออกแบบสติ๊กเกอร์ “ตัวหมู by นายต้นไม้” ที่ได้รับรางวัล Top Rising Star Award อีกคนคือผู้ออกแบบสติ๊กเกอร์ “ดึ๊บ ดึ๊บ” ที่คว้ารางวัล Funniest Sticker Award หรือสุดยอดสติ๊กเกอร์สายฮา


ต้นไม้-มนันห์ตชัย ไพรสินธ์ ผู้ออกแบบสติ๊กเกอร์ “ตัวหมู by นายต้นไม้” เล่าว่า เขาทำเฟซบุ๊กแฟนเพจ “นายต้นไม้” แล้วคนที่ติดตามเพจบอกว่าชอบแคแร็กเตอร์ อยากให้ทำเป็นสติ๊กเกอร์ไลน์ ประจวบเหมาะกับช่วงนั้น ไลน์มีโครงการ LINE Creators Market เขาจึงลองทำ “นายต้นไม้กับโดโด้” สติ๊กเกอร์ชุดแรกของเขาทำรายได้ในเดือนแรก 14,000 บาท จากนั้นเดือนที่ 2 ลดเหลือ 3,000 บาท แล้วลดลงเหลือแค่ 200 บาท เมื่อเห็นรายได้ลดลงเรื่อย ๆ เขาจึงท้อและหยุดทำประมาณ 2 เดือน ทบทวนตัวเอง ทบทวนสิ่งต่าง ๆ มองแฟนเพจที่ติดตามแล้วกลับมาทำอีกครั้งโดยทำให้มีรูปแบบน่ารักขึ้น

จากการเข้าร่วมครีเอตสติ๊กเกอร์ไลน์มา 4 ปี เขาออกแบบสติ๊กเกอร์ออกมาให้ดาวน์โหลดแล้วกว่า24 ชุด สร้างรายได้รวมถึงหลักล้านบาท ซึ่งสติ๊กเกอร์ที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักและสร้างรายได้ให้เขาอย่างมาก คือ สติ๊กเกอร์ “นายต้นไม้ ver.2”

ส่วน ซัน-อภิชาติ ธีรวิทยานิพนธ์ ผู้ออกแบบสติ๊กเกอร์ “ดึ๊บ ดึ๊บ” เจ้าของรางวัลสติ๊กเกอร์สายฮาที่สร้างเสียงหัวเราะให้ทั้งผู้ส่งและผู้รับเล่าว่า “ดึ๊บ ดึ๊บ”

เป็นสติ๊กเกอร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากท่าเต้นของวัยรุ่นหน้าเวทีหมอลำทางภาคอีสาน มีท่าทางการเต้นกวน ๆ และยังไม่มีใครเคยทำมาก่อน

เขาลองนำท่าเต้นมาประยุกต์ใช้กับสติ๊กเกอร์ พร้อมกับคำพูดที่เข้ากันบ้าง ไม่เข้ากันบ้าง ทำให้รูปแบบโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งกว่าจะสำเร็จออกมาต้องใช้เวลาในการคิด หาไอเดียว่าจะวาดแอ็กชั่นแบบไหน จากนั้นต่อยอดว่าจะไปยังไงต่อ แล้วเริ่มวาดลงกระดาษ แล้วนำไปวาดต่อในโปรแกรมคอมพิวเตอร์

ส่วนการตอบรับ เขาบอกว่าค่อนข้างดี รายได้ขึ้น-ลงบ้างสลับกันไป ตอนนี้สติ๊กเกอร์ตัวนี้ติดตลาดแล้ว ตัวต่อไปจะตามมาแน่นอน ซึ่งเขาบอกว่าจะคงแคแร็กเตอร์ท่าทางกวน ๆ ไว้เหมือนเดิม

เมื่อการวาดสติ๊กเกอร์เป็นโอกาสที่เปิดกว้าง และเป็นช่องทางการทำรายได้ที่มีตัวอย่างความสำเร็จให้เห็น พื้นที่ตรงนี้จึงน่าจะดึงดูดให้มีคนอยากสร้างสรรค์สติ๊กเกอร์ของตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ

Previous article“Asda” จ่อปิดสาขาในห้างที่ลอนดอน หวั่นเกิดความเสี่ยงต่อพนักงานกว่า 261 ราย
Next articleการค้าบริการ ทางเลือกลดดีกรี สงครามการค้า สหรัฐ-จีน