5 สาวเก่ง แชร์ประสบการณ์ ก้าวสู่จุดที่ดีที่สุดของตัวเอง

นิศารัตน์ มีปัญญา – เรื่อง

เทรนด์ของโลกปัจจุบันเดินหน้าเข้าสู่ “ความเท่าเทียมทางเพศ” แม้ว่ายังไม่เต็มร้อย แต่เราก็ได้เห็นหลายองค์กรให้ความสำคัญกับผู้หญิง และผลักดันให้ผู้หญิงมีบทบาทในสังคมมากขึ้น อย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) ได้เปิดตัวโกลบอลแพลตฟอร์ม “She”s Mercedes-ชีส์ เมอร์เซเดส” เพื่อสร้างการสื่อสารกับลูกค้าผู้หญิง โดยมีชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ประจำประเทศไทย และดึง 4 สาวเก่งในวงการธุรกิจมาร่วมพูดคุย แบ่งปันประสบการณ์สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงก้าวเข้าสู่จุดที่ดีที่สุดของตนเอง

อารยา เอ ฮาร์เก็ต

ก่อนจะไปถึง 4 สาวจากแวดวงธุรกิจ ผู้หญิงเก่งคนแรก คือ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ She”s Mercedes กล่าวว่า เดี๋ยวนี้ผู้หญิงมีความสามารถมากขึ้น มีจุดเด่น มีความเก่งหลาย ๆ ด้าน ทุกคนมีความเก่งของตัวเอง ซึ่งในมุมมองของเธอคิดว่า คนเราจะประสบความสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่รู้ว่าจุดเด่น หรือความสามารถ หรือพรสวรรค์ของตัวเองคืออะไร เพราะฉะนั้น ปัจจัยหลักที่จะประสบความสำเร็จได้คือจะต้องรู้ข้อดีของตัวเอง แล้วนำมาพัฒนาต่อยอดจนประสบความสำเร็จ

“สำหรับตัวชมเอง ชมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า สิ่งที่มนุษย์ทุกคนสามารถทำได้ดีที่สุดก็คือการเป็นตัวของตัวเอง หรือความเป็น original นั่นเอง คนส่วนใหญ่อาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องง่ายที่เราจะเป็นตัวของตัวเอง แต่ว่าในโลกปัจจุบันหรือว่าสภาพแวดล้อมการทำงานของชมเอง หรือว่าของใคร ๆ ก็ตาม เราอยู่ในสังคมที่มีการ judge (การตัดสินคนอื่น) การคอมเมนต์ต่าง ๆ เพราะฉะนั้น บางทีมันอาจจะทำให้เราไขว้เขวกับการที่เราจะยืนหยัดที่จะเป็นตัวของตัวเอง ชมว่าเราจะต้องเข้มแข็ง แล้วก็รู้จักตัวเอง ฟังเสียงข้างในของตัวเรา”


ช่อทิพย์ ส่งวัฒนา

ผู้หญิงเก่งคนแรกคือ ช่อทิพย์ ส่งวัฒนา วุฒิพงศ์ ทายาทแบรนด์ Fly Now ซึ่งปัจจุบันเธอมีธุรกิจของตัวเอง คือเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ Bibury Coln ช่อทิพย์เล่าว่า ตัวเธอเกิดมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจอยู่แล้ว คือแบรนด์ Fly Now จึงมีโอกาสในการคิด การผลิต และมีโอกาสเริ่มต้นทำธุรกิจตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา กระทั่งวันหนึ่งได้ค้นหาว่าตัวอะไรคือสิ่งที่ตัวเองชอบจริง ๆ อะไรเป็นสิ่งที่ตื่นขึ้นมาแล้วอยากทำมันทุกวัน จึงลองทำแบรนด์เครื่องสำอาง ซึ่งตอนนี้คิดว่ายังไม่ได้ประสบความสำเร็จมาก แต่ถือว่าเป็นก้าวแรกที่ทำให้เชื่อมั่นว่าฝีมือคนไทยกับสมองของตัวเอง ทำให้มันเกิดขึ้นมาได้ และตอนนี้ก็คิดต่อไปจะเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก

“สิ่งสำคัญสำหรับการสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองก็คือ ความไม่กลัว ทำมันสุดพลัง ต้องทำตั้งแต่ก้าวแรกให้มันดีที่สุดแล้วเราจะไม่เสียใจ คำว่า “รู้งี้…” มันจะไม่เกิดขึ้นกับเรา ทุกก้าวที่เราทำ ขอให้ทุ่มเทมันเต็มที่ แล้วจะไม่มีวันเสียใจ ถ้าความคิดเราไม่ยอมแพ้ ก็ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะหยุดเราได้ การจะเดินทางไปถึงเป้าหมาย ไม่ได้ต้องการความสำเร็จตลอดเวลา การได้ล้มบ้างถือเป็นบทเรียนที่ดี เพราะในวันที่เราผิดหวังที่สุด พอเราลุกขึ้นตั้งหลักได้เรื่องราวเหล่านั้นจะเป็นบทเรียนที่ดีที่สุดที่เตรียมตัวเราให้พร้อมสำหรับก้าวต่อไป”

มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ

ผู้หญิงเก่งคนที่สอง มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) บริษัทที่โด่งดังในหมู่คนเล่นเกมและอีสปอร์ตมณีรัตน์เล่าว่าตัวเองเป็นคนชอบเล่นเกมตั้งแต่เด็ก ๆ รู้สึกว่าเกมช่วยพัฒนาอะไรหลาย ๆ อย่าง ส่วนการเริ่มต้นธุรกิจเริ่มจากเพื่อนที่เรียน MBA ด้วยกัน ได้ตั้งบริษัทการีน่าในสิงคโปร์แล้วอยากขยายตลาดเข้ามาในเมืองไทย

เพื่อนจึงขอให้ช่วย ด้วยความที่ชอบเกมอยู่แล้ว เธอจึงกระโดดเข้าไปทำทันที ซึ่งในตอนเริ่มแรกทำแค่ธุรกิจเกมอย่างเดียว หลังจากนั้นได้ขยายไปทำเรื่องฟินเทค และช็อปปิ้งออนไลน์ด้วย เพราะมีแพสชั่นอยากนำเทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตคนสะดวกสบายขึ้นเข้ามาในเมืองไทย จากเดิมจะทำเกมอย่างเดียว จึงต้องมองให้ไกลขึ้นว่าจะนำเทคโนโลยีมาทำให้ชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร

“สิ่งที่บอกกับคนที่อยากทำสตาร์ตอัพหรือทำธุรกิจของตนเองเสมอว่า ถ้ามันง่าย ใคร ๆ ก็อยากทำกันไปแล้ว แต่คุณกำลังจะทำสิ่งที่มันไม่ง่าย สิ่งที่จะบอกก็คือ ต้องโฟกัสและมุ่งมั่น ระหว่างทางแน่นอนว่าต้องเจออุปสรรคปัญหา คุณต้องเตือนตัวเองโฟกัสตัวเองว่าคุณจะทำอะไร คุณจะผ่านอุปสรรคปัญหาทุกอย่างไปได้ แล้วพอคุณไปถึงจุดตรงนั้นมันจะเป็นรางวัลที่ทำให้คุณภูมิใจ”

รรินทร์ ทองมา

ผู้หญิงเก่งคนที่สาม รรินทร์ ทองมา ผู้ก่อตั้ง O&B แบรนด์รองเท้าและกระเป๋าออนไลน์ที่มาแรงมาก ๆ ในยุคปัจจุบัน

รรินทร์เล่าว่า เธอเคยบอกกับตัวเองว่า “ชีวิตเราไม่ควรหยุดแค่นี้” และปฏิญาณกับตัวเองว่า “เราต้องมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เราจะไม่ยอมทำงานให้ใครเด็ดขาด” ต่อมาพอรู้แนวทางของตัวเองว่าชอบแฟชั่น จึงเริ่มธุรกิจรองเท้าของตัวเอง โดยมีความคิดว่า “จะทำยังไงให้รองเท้าเราไม่ได้เป็นแค่รองเท้าที่เขาสวมใส่ แต่ให้เป็นสิ่งที่เขารู้สึกชอบและเป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจ”

“ต้ามองว่าเราต้องไม่กลัว และต้องกล้าลงมือทำ ในวันที่เราเริ่มต้นธุรกิจ บางทีจะมีเสียงเตือนด้วยความเป็นห่วง จนทำให้เรารู้สึกเหมือนความฝันของเราเป็นเรื่องน่ากลัว แต่เราจะคอยถามว่า ถ้าเราไม่เริ่มต้นทำวันนี้ แล้วเราจะมาเสียใจทีหลังไหม ซึ่งสิ่งนี้กลายมาเป็นแรงผลักดันให้เรากล้าลงมือทำธุรกิจของตัวเองครั้งแรก ทุ่มเททุกอย่าง ลุยทุกปัญหาที่เจอ จนในที่สุดแบรนด์ของเราได้รับการยอมรับเป็นที่รู้จักถึงต่างประเทศ

การที่ต้ามาถึงจุดนี้ได้เพราะต้ามีคุณสมบัติอย่างหนึ่งคือเป็นคนไม่คิดเยอะ ไม่คิดมาก สังเกตไหมว่าคนคิดเยอะมักไม่ได้ทำ มันก็เลยเป็นจุดเด่นที่ว่า ทุกครั้งต้าเน้นทำมากกว่า ลงมือเลย ไม่สร้างเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ มันเลยทำให้เราเติบโตทุกวัน ไม่ใช่ว่าเราเติบโตเร็วกว่าคนอื่น แต่เราไม่เคยหยุดก้าวเลยแค่นั้นเอง”

พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล

ผู้หญิงเก่งคนสุดท้าย พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล นักเขียนคนเก่งเจ้าของสำนักพิมพ์ยาหยี พนิดามองเรื่องความสำเร็จของงานเขียนหนังสือและธุรกิจสำนักพิมพ์ที่ทำอยู่ว่า ความสำเร็จไม่จำเป็นต้องอยู่กับเรื่องธุรกิจเสมอไป บางครั้งความสำเร็จคือเรื่องที่ทำให้คนรอบข้างมีความสุข เธอจึงต้องคอยเติมเต็มแรงบันดาลใจใหม่ ๆ หามุมมองเล่าเรื่องให้หลากหลายและน่าสนใจ เพราะหวังว่าเรื่องราวจากหนังสือของตัวเองจะสร้างความสุขและสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ ให้คนอ่าน

ส่วนการหาแรงบันดาลใจให้ตัวเองในการทำงานที่จะส่งแรงบันดาลใจให้คนอ่านอีกที เธอบอกว่า

“แรงบันดาลใจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นง่ายมาก หาได้ง่ายมาก ทุกครั้งที่ต้องการแรงบันดาลใจให้เริ่มต้นจากตัวเองก่อน เริ่มจากเรื่องที่เล็กที่สุดและง่ายที่สุด อาจจะแค่ลุกจากโต๊ะทำงานแล้วเดินไปชงกาแฟด้วยการเลือกแก้วกาแฟใบที่ชอบหรือเห็นแล้วรู้สึกดี อะไรก็ได้ที่ทำให้เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สุดคือสิ่งที่สร้างความรู้สึกดี แล้วเราจะสามารถไปทำเรื่องอื่น ๆ ที่ใหญ่ต่อไปได้”