5 ไฮไลต์ “เขาดิน” ที่ไม่ใช่เรื่องสัตว์

นับถอยหลังถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้ สวนสัตว์ดุสิต หรือเขาดินวนา สวนสัตว์แห่งแรกของประเทศไทย ที่เปิดให้บริการมา 80 ปี จะถูกปิดเหลือไว้แต่ชื่อและความทรงจำของผู้คน ในช่วงท้าย ๆ นี้ทางสวนสัตว์ดุสิตได้เปิดให้บริการพร้อมกับทยอยเคลื่อนย้ายสัตว์ออกไปจัดแสดง ณ สวนสัตว์ต่าง ๆ ทั่วประเทศที่อยู่ภายใต้การบริหารขององค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

ในช่วงเวลานับถอยหลังก่อนโบกมือลานี้ ผู้คนมากมายเข้าไปเที่ยวเขาดิน ทั้งเป็นการไปรำลึกความทรงจำในอดีต ไปเก็บความทรงจำครั้งสุดท้าย รวมถึงคนที่เพิ่งเคยไปครั้งแรกและอยากไปสัมผัสเขาดินสักครั้งในชีวิต

เพื่อเป็นการอำลาเขาดิน “ดีไลฟ์-ประชาชาติธุรกิจ” ได้เลือก 5 ไฮไลต์ของเขาดินที่ไม่ใช่เรื่องสัตว์ ซึ่งน่าจะชวนให้นึกถึงเมื่อได้ยินคำว่า “เขาดิน” หรือ “สวนสัตว์ดุสิต”

ไฮไลต์ 1 : เขาดิน ไม่ใช่เพียงสวนสัตว์ แต่เป็นสวนพฤกษชาติส่วนพระองค์

พื้นที่สวนสัตว์ดุสิต แต่เดิมคือ สวนดุสิต หรือเขาดินวนา เป็นสวนพฤกษชาติส่วนพระองค์ของรัชกาลที่ 5 เป็นส่วนหนึ่งของเขตพระราชฐานพระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงมีพระราชดำริให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2438 หลังจากที่พระองค์ได้ทอดพระเนตรกิจการสวนพฤกษชาติของต่างประเทศ ในการสร้างเขาดินได้มีการขุดสระน้ำ ขุดคลอง แล้วนำดินจากการขุดสระและคลองมาถมเป็นเนินเขา และทรงโปรดฯให้ปลูกต้นไม้นานาชนิดเสริมเข้าไปในพื้นที่ที่มีต้นไม้ธรรมชาติอยู่แต่เดิมให้มีสภาพเป็นป่าธรรมชาติ และทรงโปรดฯเรียกว่า “เขาดินวนา” เป็นที่มาของชื่อที่คนไทยยังเรียกว่า “เขาดิน” มาจนถึงปัจจุบัน


ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 7 ทรงมีพระราชดำริที่จะทำนุบำรุงสวนแห่งนี้ให้กว้างขวางและดีกว่าที่เป็นอยู่ และเปิดให้ประชาชนมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ

ในสมัยรัชกาลที่ 8 คณะรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม กราบบังคมทูลขอพระราชทานสวนดุสิตให้ดำเนินการจัดทำเป็นสวนสาธารณะ และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้พระราชทานอนุมัติในนามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ให้เทศบาลนครกรุงเทพรับบริเวณสวนดุสิต หรือเขาดินวนา จัดเป็นสวนสาธารณะ พร้อมกับสนามเสือป่า และสวนอัมพร

จากนั้นทางเทศบาลนครกรุงเทพ ได้จัดการย้ายกวางดาวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ มาไว้ที่เขาดินวนา และได้ขอให้ทางสำนักพระราชวังส่งช้างหลวงมาให้ประชาชนได้ชมในวันอาทิตย์ เมื่อดำเนินการและปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วจึงเปิดสวนสัตว์ดุสิตเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2481 ซึ่งถือว่าเป็นสวนสัตว์แห่งแรกในประเทศไทย

ไฮไลต์ 2 : ต้นไม้เก่าแก่-สำคัญเป็นแหล่งออกซิเจนกลางกรุง

ภายในสวนสัตว์ดุสิตเต็มไปด้วยพรรณไม้นานาชนิดเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนกลางเมืองกรุง มีทั้งพรรณไม้ที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ และพรรณไม้ที่นำเข้ามาปลูกเพิ่มเติม จากการสำรวจทรัพยากรพันธุกรรมพืชในพื้นที่สวนสัตว์ดุสิต เมื่อวันที่ 3-5 เมษายน 2560 รวบรวมตัวอย่างพรรณไม้ในสวนสัตว์ดุสิตได้ 50 ชนิด และสามารถระบุชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ได้แล้ว 46 ชนิด และยังระบุไม่ได้อีก 4 ชนิด

ในส่วนพรรณไม้ปลูก มีพรรณไม้เก่าแก่ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงมีพระราชหัตถเลขาโปรดเกล้าฯให้ปลูกไว้หลายชนิดที่ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ตามธรรมชาติ เช่น ตาล ปาล์มน้ำมัน อินทผลัม กร่าง นิโครธ ไทรย้อยใบแหลม มะเดื่ออุทุมพร ยางอินเดีย ยางนา ถ่อน พะยอม มะฮอกกานี สมอพิเภก ฯลฯ และยังมีต้นไม้ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คือ ต้นสัก ที่เจ้าชายวัลดิมาร์แห่งประเทศเดนมาร์ก พระราชอาคันตุกะของรัชกาลที่ 5 ทรงปลูกไว้เมื่อปี พ.ศ. 2443

ไฮไลต์ 3 : หลุมหลบภัยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

  ภายในเขาดินมีหลุมหลบภัยด้วย ! ใครเข้าไปเที่ยวเขาดินแล้วไม่เข้าไปชมหลุมหลบภัยถือว่าพลาดไฮไลต์ที่น่าเสียดายมาก ๆ หลุมหลบภัยในสวนสัตว์ดุสิตถูกสร้างในปี พ.ศ. 2484 ในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา (เป็นสมรภูมิส่วนหนึ่งของสงครามโลกครั้งที่ 2) ก่อสร้างและออกแบบตามมาตรการป้องกันภัยทางอากาศของกระทรวงกลาโหม หลังจากสงครามสงบจึงมีการปรับปรุงโดยสร้างภูเขาจำลองครอบทับ ปลูกต้นไม้เขียวชอุ่มปกคลุม และใช้เป็นที่เลี้ยงเลียงผา ก่อนที่จะพัฒนาใช้ประโยชน์ในการจัดแสดงสื่อและนิทรรศการเรื่องสงครามมหาเอเชียบูรพาอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

 

ไฮไลต์ 4 : สะพานสูงทอดยาวให้เดินชมวิว

ในเขาดินมีสะพานโครงสร้างคอนกรีตที่ทำเลียนแบบไม้และปูพื้นทางเดินด้วยไม้ เป็นสะพานยกสูงจากพื้นน่าจะประมาณ 4-5 เมตร ทอดยาวไปกับแนวรั้วและส่วนจัดแสดงสัตว์ ระหว่างเดินบนสะพานจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ภายในสวนสัตว์ดุสิตได้กว้างไกลกว่าเดินบนพื้นด้านล่างหลายเท่า และที่สำคัญยังได้สัมผัสความเขียวของแมกไม้ระหว่างทางเดินอย่างใกล้ชิด

ไฮไลต์ที่ 5 : ปั่นจักรยานนาวา ชมวิวพระที่นั่งอนันตสมาคม

นอกจากเดินดูสัตว์แล้ว กิจกรรมยอดนิยมของคนไปเที่ยวเขาดินก็คือการปั่นเรือถีบ หรือเรือปั่น หรือจักรยานน้ำ แล้วแต่ใครจะเรียก ส่วนชื่อบริการอย่างเป็นทางการเรียกว่า จักรยานนาวา เป็นกิจกรรมออกแรงสนุก ๆ ที่ต้องอาศัยพลังความร่วมมือร่วมใจกันของคนสองคน แต่ก็มีบางคนที่แข็งแกร่งสามารถปั่นคนเดียวได้ และฝั่งหนึ่งของสระใหญ่ที่ปั่นจักรยานน้ำนี้ยังเป็นจุดชมวิวพระที่นั่งอนันตสมาคมที่ได้เห็นแล้วต้องร้องว้าว โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่พระอาทิตย์กำลังตกดินสาดแสงสีทองขึ้นมาแต่งแต้มภาพตรงหน้าให้สวยงามมากขึ้นไปอีก