สำรวจความไม่ธรรมดา คอลเล็กชั่นนาฬิกาหรูเปิดตัวต้นปี 2019

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา บรรดาแบรนด์นาฬิกาหรูได้ปล่อยคอลเล็กชั่นใหม่ออกมารับปีใหม่กันอย่างต่อเนื่อง แต่ละแบรนด์จัดเต็ม ใส่ของดีทีเด็ดในการรังสรรค์เรือนเวลารุ่นใหม่กันอย่างน่าสนใจ แบรนด์ไหนทำอะไรพิเศษ ๆ ออกมาบ้าง มาดูกันเลย

 

Code 11.59 by Audemars Piguet

 

โอเดอมาร์ ปิเกต์ (Audemars Piguet) เปิดตัว “CODE 11.59” นาฬิกายูนิเซ็กซ์ขนาดหน้าปัด 41 มิลลิเมตร ซึ่งมีให้เลือกมากถึง 13 เวอร์ชั่น

คำว่า “CODE” มาจากการนำตัวย่อของคำว่า Challenge, Own, Dare, Evolve ที่เป็นดีเอ็นเอหลักของแบรนด์มาเรียงกัน เกิดเป็นรหัสที่สื่อความหมายได้อย่างลึกซึ้ง ส่วน 11.59 คือเลขนาทีสุดท้ายก่อนจะก้าวเข้าสู่วันใหม่ ซึ่งเปรียบได้ดั่งแบรนด์ที่เป็นผู้นำเกมอยู่หนึ่งก้าวเสมอ

CODE 11.59 สร้างการจดจำด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ หน้าปัดทรงกลม ซิกเนเจอร์แปดเหลี่ยม และดีไซน์ที่ยากจะคาดเดา ออกแบบเพื่อวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการมองเห็นผ่านดีไซน์กระจกคริสตัลทรงโค้ง 2 ชั้น โลโก้ 3 มิติบนหน้าปัดเพิ่มความมีมิติและเปี่ยมด้วยความประณีตบรรจง ส่วนด้านกลไกนั้นมีหลากหลายถึง 6 กลไก ซึ่ง 3 ใน 6 เป็นกลไกที่ผลิตขึ้นใหม่ทั้งหมด ได้แก่ กลไกไขลานอัตโนมัติ จับเวลาแบบ Column Wheel พร้อมฟังก์ชั่นฟลายแบ็ก ที่เริ่มจับเวลาครั้งใหม่โดยไม่ต้องหยุดและรีเซตเข็มเวลาก่อน (คาลิเบอร์ 4302), กลไกไขลานอัตโนมัติ พร้อมเข็มวินาทีและช่องแสดงวันที่ (คาลิเบอร์ 4401, กลไกไขลานอัตโนมัติ พร้อมฟลายอิ้ง ตูร์บิญอง (คาลิเบอร์ 2950) ไปจนถึงการขัดแต่งชิ้นส่วนกลไกต่าง ๆ ด้วยมือที่ถือเป็นงานฝีมือชั้นสูงของแบรนด์ ถ่ายทอดผ่านเทคนิคที่หลากหลาย

 


Piaget Altipano 219

 

ในปี 1957 เพียเจต์ (Piaget) ปฏิวัติโลกแห่งประดิษฐกรรมเรือนเวลาด้วยการเปิดตัวนาฬิกาตัวเรือนบางเฉียบ “อัลติพลาโน (Altiplano)” เป็นครั้งแรก ซึ่งนับเป็นการสร้างนิยามใหม่แห่งความงามให้กับวงการนาฬิกา ด้วยความบางที่ไม่เคยมีมาก่อนและความบริสุทธิ์ของหน้าปัดซึ่งมอบรูปลักษณ์อันโดดเด่น ทำให้คอลเล็กชั่นนี้โด่งดังในประวัติศาสตร์แวดวงนาฬิกา และถือเป็นจุดกำเนิดเรือนเวลาระดับตำนาน

ปีนี้ เพียเจต์ สานต่อความน่าตื่นเต้นด้วยการเผยโฉม 3 เรือนเวลา “อัลติพลาโน” ล่าสุด ที่มาพร้อมลวดลายแปลกตาบนพื้นหน้าปัดหินอุกกาบาต ทั้งยังหลอมรวมศาสตร์และศิลป์ไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการผลิตนาฬิกาดีไซน์บางพิเศษ ไปจนถึงเทคนิคการฝังเพชรแบบดั้งเดิม

ทั้ง 3 เวอร์ชั่น รังสรรค์บนตัวเรือนพิงก์โกลด์ ขนาด 40 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยความสง่างามที่ยากจะเลียนแบบของแพตเทิร์น Widmanstatten บนพื้นหน้าปัดหินอุกกาบาตหลากสี เคียงคู่เข็มบอกชั่วโมงและนาทีดีไซน์เรียบง่าย และหน้าต่างบอกวันที่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติแบบบางพิเศษ 1203P

 

Rado DiaMaster Ceramos

ราโด (Rado) เปิดตัวนาฬิกา “ราโด ไดมาสเตอร์ เซรามอส (Rado DiaMaster CeramosTM)” สีโรสโกลด์หวาน ๆ ออกมาต้อนรับวันแห่งความรัก โดยดีไซน์ออกมาในรูปลักษณ์เพรียวบาง สัมผัสที่แข็งแกร่งแต่แฝงด้วยความละมุน จากสุนทรียภาพด้านการออกแบบที่เรียบง่าย ทำให้เกิดดีไซน์ที่โดดเด่น มีสไตล์ พร้อมด้วยโทนสีที่มอบความอบอุ่น

ด้วยความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุ ราโดจึงนำเสนอ “เซรามอส (Ceramos)” วัสดุใหม่ที่เป็นนวัตกรรมที่นำเอาประโยชน์จากไฮเทคเซรามิก (90%) เพิ่มเติมด้วยความมีชีวิตชีวาของโลหะ (10%) เพื่อให้ได้สัมผัสและรูปลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร วัสดุชนิดนี้สามารถปรับตัวให้เข้ากับอุณหภูมิของผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่ทำให้รู้สึกถึงความเย็นเมื่อสวมใส่ และไม่เหนอะหนะเมื่ออากาศร้อน

 

Mido Multifort Chrono 1

มิโด (Mido) เปิดตัวคอลเล็กชั่นนาฬิกาผู้ชายในชื่อ “มัลติฟอร์ท โครโน วัน (Multifort Chrono 1)” ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ทันสมัยและกลไกที่ถูกพัฒนาขึ้นบนความยอดเยี่ยมของนวัตกรรมของโลกแห่งเรือนเวลา
ตัวเรือนทรงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 มิลลิเมตร ผ่านการขัดแต่งด้วยลวดลายซาตินขัดเงา ให้สัมผัสที่แข็งแกร่ง เคลือบด้วย PVD สีดำ เสริมลวดลายบนหน้าปัดแบบเจนีวา สไตรป์ (Geneva Stripes) สื่อถึงสายเคเบิลที่ขึงบนสะพานข้ามอ่าวซิดนีย์ ชุดเข็มนาฬิกาที่มีการเคลือบด้วยสารเรืองแสงแบบซูเปอร์-ลูมิโนวาสีเบจ ช่วยในการมองเห็นในที่มืด เข็มชั่วโมงและเข็มนาทีมีการตกแต่งแบบไดมอนด์-คัต ขัดแต่งลวดลายซาตินรับกับเข็มวินาทีสีเบจ ปิดครอบด้วยกระจกหน้าปัดแซฟไฟร์ทนแรงกระแทกและรอยขีดข่วน พร้อมเคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้ง 2 ด้าน มาพร้อมกับสายนาฬิกาที่ผลิตจากสายยางหุ้มด้วยผ้าสีดำตัดเย็บเดินด้วยด้ายสีเบจ พร้อมตัวรัดสายที่ผลิตจากสแตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีดำ สร้างความหรูหรายามสวมใส่ในทุก ๆ โอกาส

ขับเคลื่อนด้วยกลไก Caliber 80 Si ซึ่งเป็นกลไกที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อนาฬิกาหรู มีการใช้ไขลานที่ผลิตจากซิลิคอน เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่จะคงความเที่ยงตรงได้นานกว่ากลไกปกติ อีกทั้งยังทนทานต่อสนามแม่เหล็ก นอกจากนี้ยังมีการสำรองพลังงานที่มากถึง 80 ชั่วโมง

 

Omega De Ville Tresor 125th Anniversary

โอเมก้า (Omega) ฉลองครบรอบ 125 ปี ด้วยการเผยโฉมเรือนเวลา De Ville รุ่นใหม่ที่ผสานไว้ทั้งความเป็นเอกลักษณ์และกลไกอันน่าตื่นตาตื่นใจ นับเป็นครั้งแรกที่โอเมก้าได้ผลิตนาฬิกาข้อมือหน้าปัดอีนาเมลสีแดง การออกแบบสุดท้าทายนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีประจำแบรนด์อันเป็นอัตลักษณ์ ซึ่งเข้ากันอย่างลงตัวกับสายหนังสีเบอร์กันดีที่ตัดเย็บด้วยด้ายสีเดียวกัน

การออกแบบเป็นลักษณะเดียวกันกับนาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษในคอลเล็กชั่น De Ville Tresor ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ตัวเรือนขนาด 40 มิลลิเมตร ทำจากเยลโลว์โกลด์ 18K มาพร้อมกับหลักชั่วโมงทรงโดมและเข็มนาฬิกาที่ออกแบบมาอย่างวิจิตร ความงามยังเป็นที่ประจักษ์กระทั่งบนฝาหลัง ที่เฉลิมฉลองวาระครบรอบปีที่ 125 ของชื่อแบรนด์ผ่านเหรียญที่รังสรรค์ขึ้นพิเศษจากเยลโลว์โกลด์ 18K พร้อมแต่งแต้มด้วยอีนาเมลสีแดง และล้อมรอบด้วยการแกะสลักตกแต่งแบบมัสคีนนิ่งแบบเดียวกับที่เคยใช้บนคาลิเบอร์ 19-ลิญจน์บางเครื่องของ OMEGA ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในประเทศสหรัฐอเมริกา และเพื่อเป็นการคารวะให้กับคาลิเบอร์ 19-ลิญจน์อันโด่งดัง หัวใจจักรกลที่บรรจุอยู่ภายในเรือนเวลารุ่นใหม่จึงเป็น OMEGA Master Chronometer Calibre 8929 กลไกไขลานแบบแรกของแบรนด์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Master Chronometer

 

Previous articleเปิดฉาก “Thailand Sweet corn Conference 2019” ตอกย้ำผู้นำส่งออกข้าวโพดหวานโลก
Next article‘ฮวน ไกวโด’ ขู่กองทัพเวเนฯ ปิดเส้นทางช่วยเหลือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ