เสียงคนรุ่นใหม่ อยากให้รัฐบาลใหม่แก้ปัญหาอะไรอันดับแรก

การเลือกตั้งที่รอคอยกันมานานหลายปีได้ผ่านพ้นไปแล้ว (อย่างไม่ค่อยเรียบร้อยสวยงามเท่าไหร่นัก) แม้การจัดตั้งรัฐบาลจะไม่สำเร็จลุล่วงในวันสองวันนี้ แต่เราก็พอจะเห็นทิศทางแล้วว่ามีกี่สูตร กี่ความเป็นไปได้ที่จะได้เห็นพรรคไหนเป็นรัฐบาลใหม่และใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีปรากฏการณ์ใหม่หลายปรากฏการณ์เกิดขึ้น หนึ่งปรากฏการณ์สำคัญคือเราได้เห็นเสียงของคนรุ่นใหม่ที่ออกมาแสดงพลังในครั้งนี้ ตามข้อมูลบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ที่ได้เลือกตั้งครั้งแรก (first time voter) จำนวนมากถึง 7 ล้านคน ซึ่งพลังของคน 7 ล้านคนนั้นมีนัยสำคัญต่อผลการเลือกตั้งอย่างมาก ดังที่เราได้เห็นกระแสการแสดงความเห็นทางโซเชียลมีเดียมาตลอดหลายเดือนก่อนหน้านี้ จนกระทั่งผลการเลือกตั้งออกมาปรากฏว่าพรรคหน้าใหม่ที่ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ กลายเป็นม้ามืดที่ได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับที่ 3 แบบเกินความคาดหมายไปมาก

เมื่อคนรุ่นใหม่ตื่นตัวออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกำหนดอนาคตของตัวเองมากมายล้นหลามขนาดนี้ “ดีไลฟ์-ประชาชาติธุรกิจ” เราจึงถือโอกาสนี้สำรวจความคิดเห็นของบรรดาผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกจากทั่วประเทศว่า คนรุ่นใหม่เขาต้องการอะไรจากรัฐบาลใหม่ เรื่องไหน ประเด็นไหน ที่ต้องการให้รัฐบาลใหม่ทำ แก้ปัญหา พัฒนา เป็นอันดับแรกและอันดับรองลงไป

นางสาวสุธาวัลย์ ตั้งจิตเจริญกิจ

ชาวจังหวัดขอนแก่น นักศึกษาปริญญาโทคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

“อยากให้รัฐบาลใหม่พัฒนาเรื่องระบบการศึกษา เนื่องจากปัจจุบันระบบการศึกษาไทยยังมีคุณภาพที่ดีไม่พอ เรียนเยอะแต่ยังไม่มีประสิทธิภาพ อยากให้พัฒนาด้านการยกระดับภาษาของคนในประเทศให้ดีขึ้น และแก้ไขเรื่องปัญหาการว่างงาน ตกงาน รวมทั้งแก้ปัญหาในด้านการจราจร การเดินทางโดยใช้รถสาธารณะที่ในปัจจุบันมีการเดินทางโดยรถสาธารณะน้อย เนื่องจากความยากลำบากในการเดินทาง ระยะเวลาในการเดินทาง จึงอยากให้พัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้ดีขึ้น ให้มีความสะดวกสบายในการใช้งาน”

นางสาวสิรจารีย์ ดวงประทีป

ชาวกรุงเทพฯ นิสิตคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

“โดยส่วนตัวในฐานะคนรุ่นใหม่ อยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการศึกษา ปรับหลักสูตรให้เหมาะสมกับผู้เรียน เลิกยึดกับแนวทางการศึกษาในรูปแบบเดิม ปรับให้มีความทันสมัย อีกทั้งนำแนวหลักสูตรใหม่ ๆ มาประยุกต์เข้ากับบริบทสังคมไทย และพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้มีใจรักในการพัฒนาผู้เรียน โดยเห็นแก่ประโยชน์ผู้เรียนสูงสุด ในส่วนงบประมาณและการเข้าถึงการศึกษาก็อยากให้เข้าถึงในทุกพื้นที่ ในส่วนบุคลากรทางการศึกษาอยากให้ได้รับเงินเดือนและสวัสดิการเหมาะสมต่อวิชาชีพ”

นายไตรสรณ์ ถิรชีวานนท์

ชาวจังหวัดนนทบุรี นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

“ปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างเป็นปัญหาที่ควรแก้ไข อยากให้รัฐบาลใหม่สร้างความมั่นคงและความเสมอภาคให้กับคนในประเทศโดยยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม นอกจากนั้นโลกเรายังหมุนเร็วมาก การพัฒนาทางเทคโนโลยีอาจจะทำให้เกิดปัญหาการว่างงานเชิงโครงสร้างที่จะกระทบกับคนจำนวนมากได้ ภาครัฐควรลดปัญหาการว่างงานที่อาจจะเกิดขึ้น”

นางสาวพรปวีณ์ รุ่งเร่

ชาวจังหวัดนนทบุรี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน ด้านวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์

“สิ่งที่อยากเห็นจากรัฐบาลชุดใหม่มากที่สุดคือการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ด้วยความที่ทางบ้านประกอบธุรกิจค้าขายอาหาร เห็นว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 5 ปีที่ผ่านมายอดขายตกต่ำลง ในตลาดมีคนขายมากกว่าคนซื้อ ทำให้เกิดผลกระทบกับครอบครัว รวมถึงลูกจ้างในร้าน หากเศรษฐกิจดีขึ้น ประชาชนจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้แน่นอน”

นายปภังกร สีหะวงษ์

ชาวกรุงเทพฯ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-เยอรมัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

“อยากให้พัฒนาเรื่องการศึกษาครับ เพราะว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวเรา การศึกษาสำคัญกับเด็ก เพราะเราต้องโตไปเป็นอนาคตของประเทศชาติ อาจจะเป็นผู้บริหารประเทศอย่างนายกฯ คิดว่าปัญหาสำคัญมากของการศึกษาไทยคือการพัฒนาไม่เท่าเทียมกัน โรงเรียนตามต่างจังหวัดยังไม่มีคุณภาพเท่าโรงเรียนในกรุงเทพฯ อยากให้พัฒนาการศึกษาทั่วประเทศให้มีคุณภาพในระดับเดียวกัน จะได้สร้างเด็กที่มีคุณภาพได้ทั้งประเทศ”

นายอารยะ รัตนโชติ

ชาวกรุงเทพฯ นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

“อยากให้ยกแผงเศรษฐกิจใหม่หมดเลย เพราะรู้สึกว่าตอนนี้ประเทศเราเศรษฐกิจฝืดมาก ๆ และรู้สึกว่ามันฝืดมานานมากแล้ว สมควรที่จะได้ปรับซะที เรื่องสำคัญในปัญหาเศรษฐกิจที่อยากเสนอแนะคือ คิดว่าประเทศเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ก็อยากให้รัฐบาลดูเรื่องเกษตรกรรมและการส่งออกสินค้าเกษตร เราเป็นประเทศเกษตรกรรมก็ควรดูแลเศรษฐกิจเกษตรกรรมให้ดีที่สุด เพราะมันเป็นสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด เราก็ควรทำให้มันดียิ่งขึ้นไปอีก ไม่ใช่ไปพัฒนาส่วนที่เราไม่เก่ง”

นายนรวีร์ ทัศนารมย์

ชาวจังหวัดอุบลราชธานี นิสิตคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

“ส่วนที่อยากให้แก้ไขปัญหามากที่สุดคือปัญหาระบบการศึกษา อยากให้พัฒนาการศึกษาของไทยให้เหมาะสมกับวัยและอายุของนักเรียนให้มากที่สุด อีกเรื่องคือปัจจุบันการศึกษาไทยและค่าครองชีพยังไม่ตอบโจทย์มากเท่าที่ควร เนื่องจากค่าครองชีพมีผลต่อชีวิตประจำวัน จึงควรมีการปรับรายได้ของประชาชนให้สอดคล้องเหมาะสมกับค่าครองชีพ นอกจากเรื่องการศึกษาแล้วอยากให้มีการพัฒนาส่งเสริมหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ที่มีความสำคัญกับการทำงานที่เสี่ยงภัยและการทำงานที่ต้องใช้ความอดทนสูง เพื่อเป็นการพัฒนาทางวิชาชีพและเป็นผลดีกับตัวบุคคลในการทำงาน”

นายภูริญ ไชยต๊ะ

ชาวจังหวัดเชียงใหม่ อาชีพบาริสต้า

“อยากให้รัฐบาลใหม่มีการกระจายอำนาจลงสู่ส่วนท้องถิ่นมากขึ้น ผมอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่มาตั้งแต่เกิด มองว่าปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน รวมถึงปัญหาส่วนท้องถิ่นหลาย ๆ ด้านยังต้องรอการอนุมัติจากส่วนกลาง ทำให้เกิดความล่าช้าในการแก้ปัญหา อยากให้ส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที เพราะคนในท้องถิ่นย่อมรู้ปัญหาดีกว่าแน่นอน ส่วนปัญหาที่อยากให้เร่งแก้ไข คือประเด็นด้านเศรษฐกิจ มองว่าแต่ก่อนการค้าขายมีความคึกคักมากกว่านี้ อาจจะเป็นเพราะค่าครองชีพที่สูงขึ้นด้วยส่วนหนึ่ง แต่ก็อยากจะฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ให้เร่งแก้ไขในส่วนนี้ทันทีที่เข้ามานั่งเก้าอี้รัฐบาล”

นางสาวขวัญหทัย รุ่งทิวาเรืองรอง

ชาวจังหวัดนนทบุรี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน

“มองว่าประเทศจะไปต่อได้ต้องมาจากประชาชนก่อนเป็นอันดับแรก ประชาชนต้องแข็งแรงทุกด้าน ปากท้องสำคัญที่สุด เรายังเชื่อแบบนั้น มันยังมีภาพจำสมัย OTOP เราเฟื่องฟู พัฒนาการศึกษา 1 ตำบล 1 ทุน คมนาคมขนส่งต้องพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมได้แล้ว เรื่องสุขภาพโดยองค์รวมอีก ทุกอย่างมันเชื่อมต่อกันหมด เรื่องพวกนี้เป็นพื้นฐาน
ที่ใหญ่มาก ๆ”

นายวุฒิเดช เดชมูล

ชาวจังหวัดนนทบุรี นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

“อยากให้แก้ไขระบบการศึกษามากที่สุด ปัญหาของประเทศไทยคือระบบการศึกษาที่มีความเหลื่อมล้ำทับซ้อนกัน หากครอบครัวไหนมีทุนมากกว่าก็สามารถส่งเสริมการศึกษาได้จากการเรียนกับสถาบันกวดวิชา การเข้าโรงเรียนดี ๆ ตรงนี้คือช่องว่างที่เห็นได้ชัด หากมีการแก้ไขระบบการศึกษาให้ทุกโรงเรียนมีมาตรฐานทัดเทียมกันก็จะเป็นเรื่องดีกับทุกฝ่าย รวมถึงการปรับปรุงหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่น ไม่ยึดติดกับหลักสูตร แต่ยึดเด็กเป็นแกนกลางในการเรียนการสอนก็จะส่งผลดีกับเด็กในระยะยาวมากขึ้น”

นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์

ชาวจังหวัดกำแพงเพชร อาชีพติวเตอร์สอนพิเศษ

“สิ่งที่ต้องเร่งแก้ไขมากที่สุดคือโครงสร้างที่บิดเบี้ยวของสังคมจากกลไกรัฐธรรมนูญ และแผนยุทธศาสตร์ชาติที่ไม่เอื้อประโยชน์ต่อประชาชน ทำให้ประชาธิปไตยไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควรจะมีการถ่ายโอนอำนาจสู่ประชาชน รวมถึงการกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น ซึ่งตรงนี้ก็จะไปโยงเข้ากับการแก้ไขปัญหาปากท้องที่เป็นฐานรากสำคัญของประเทศ เราต้องเดินหน้าอย่างไรโดยที่ไม่หลงลืมใครไว้ข้างหลัง”

นางสาวศศิกานต์ เกิดไกร

ชาวนครศรีธรรมราช นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

“อยากให้รัฐบาลใหม่ช่วยพัฒนาเรื่องการศึกษา มีการขยายเกี่ยวกับทุนการศึกษาโดยไม่ต้องกู้ยืม กยศ. และแก้ปัญหาราคายางพารา ปาล์มน้ำมัน และพืชผลการเกษตร”

 

 

Previous articleก.ล.ต. ลงโทษผู้แนะนำการลงทุน 3 ราย ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ
Next article“อีตั้น” เข็นชุดแต่งใหม่บุกมอเตอร์โชว์