เบื้องหลังการทำงานของธรรมศาสตร์ ครอบคลุมทุกมิติ ตอบโจทย์ในภาวะวิกฤต

โดย ภาคิน วลัยวรางกูร

ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีเสียงชื่นชมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการออกมาตรการการจัดการและให้ความช่วยเหลือบุคลากรและนักศึกษาในสถาบันได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุม และตรงจุดได้อย่างเกินความคาดหมาย ที่เกินความคาดหมายอาจจะเป็นเพราะว่า ในความเป็นจริง ทางมหาวิทยาลัยสามารถเลือกที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลแต่เพียงอย่างเดียว ในการปิดมหาวิทยาลัยและปรับเปลี่ยนมาเป็นการสอนออนไลน์ก็เพียงพอและทำได้โดยไม่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์แล้ว แต่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เลือกที่จะมองไปไกลกว่าและทำมากกว่านั้น

น่าสนใจว่าอะไรคือเบื้องลึกเบื้องหลังแนวคิดและวิธีการในการทำสิ่งต่าง ๆ ให้ออกมามีมิติรอบด้าน จนได้รับเสียงแซ่ซ้องจากทุกฝ่ายถึงเพียงนี้ ฉบับนี้ “ดีไลฟ์-ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เธอเล่าให้เราฟังถึงโครงการและมาตรการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงแนวคิดและเบื้องหลังในการจัดการสิ่งต่าง ๆ ในภาวะวิกฤตเช่นนี้

มาตรการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในรั้วธรรมศาสตร์

สิ่งที่ทางมหาวิทยาลัยดำเนินการเป็นอันดับแรก เมื่อเล็งเห็นว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง คือ การประกาศหยุดเรียนตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม เพื่อลดความแออัดและความเสี่ยงในการแพร่ระบาด และปรับรูปแบบมาเป็นการสอนออนไลน์ภายในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ พร้อมแจกแพ็กเกจเสริมสำหรับนักศึกษาที่มีปัญหาในการเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ข้อมูลว่า ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทางมหาวิทยาลัยต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้ยังคงสามารถตอบโจทย์ในการพัฒนาคนได้ โดยปรับมาเป็นการเรียนการสอนแบบออนไลน์

ซึ่งทางมหาวิทยาลัยมีความเข้าใจว่าการเรียนออนไลน์อาจจะไม่ได้สะดวกสำหรับนักศึกษาทุกคน จึงจัดทำโครงการ Educational SIM สำหรับนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่ประสบปัญหาการเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยการให้นักศึกษาลงทะเบียนเพื่อรับแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตความเร็ว 4 Mbps ไม่จำกัด เป็นเวลา 3 เดือน แล้วค่อยมาพิจารณากันอีกครั้งว่าจะใช้โมเดลไหนต่อไป

นอกจากนั้น ทางมหาวิทยาลัยยังจัดทำประกันโควิดให้กับบุคลากรและนักเรียนนักศึกษาระดับปริญญาตรี-โท-เอก ที่อยู่ในประเทศไทย โดยกรมธรรม์จะมีความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2563 เป็นระยะเวลา 1 ปี

ส่วนความช่วยเหลือด้านที่พัก ในส่วนของหอพักใน ทางมหาวิทยาลัยมีมาตรการในการช่วยเหลือและบรรเทา 3 มาตรการ ขึ้นอยู่กับสถานะการเช่าของแต่ละบุคคล ประกอบไปด้วย 1.คืนเงินค่าเช่าตามจำนวนเดือนที่ออกก่อนครบสัญญา พร้อมคืนเงินประกัน 2.ลดค่าเช่าให้นักศึกษาที่จะอยู่หอต่อไปในปีการศึกษาหน้า 2 เดือน (อยู่ 12 เดือน จ่าย 10 เดือน) และ 3.สำหรับนักศึกษาที่จะไม่อยู่หอในแล้ว จะลดค่าเช่าให้ 50% เป็นเวลา 3 เดือน

ส่วนหอพักนอกที่วิทยาเขตรังสิต ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ดำเนินการเจรจาพูดคุยกับเจ้าของหอพักต่าง ๆ ให้ลดค่าเช่าให้กับนักศึกษา ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดี มีมาตรการที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละหอพัก

และล่าสุด ทางมหาวิทยาลัยได้มีการจัดทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบที่อยู่ในเกณฑ์ จำนวน 5,000 ทุน คิดเป็นเม็ดเงินราว 15,000,000 บาท

นอกจากนั้นยังมีมาตรการอื่น ๆ ที่แสดงถึงความใส่ใจของมหาวิทยาลัยต่อบุคลากรและนักศึกษาในสถาบันอีกจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็น การขยายเวลาผ่อนผันการชำระค่าเทอม การทำหนังสือไปยังทุกสายการบิน ขอความร่วมมือให้งดค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนไฟลต์ หรือคืนเงินเต็มจำนวนสำหรับนักศึกษาธรรมศาสตร์ ที่จองไว้สำหรับงานรับปริญญาที่ต้องเลื่อนไป และโครงการ Thammasat Food Delivery ส่งอาหารให้บุคลากรในมหาวิทยาลัย นิสิตนักศึกษา ได้มีอาหารรับประทานโดยไม่ต้องออกจากที่พัก แถมยังช่วยแม่ค้าและวินมอเตอร์ไซค์ในมหาวิทยาลัยให้มีรายได้อีกด้วย

ธรรมศาสตร์เพื่อประชาชน

นอกจากมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสภายในรั้วมหาวิทยาลัยเองแล้ว หลายโครงการที่ทางมหาวิทยาลัยออกมายังคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนในประเทศเช่นเดียวกัน

โครงการที่เกิดขึ้น คือ โครงการโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ ที่ใช้เวลาในการดำเนินการเพียง 72 ชั่วโมงเท่านั้น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปลี่ยนห้องพักของหอพัก DLUXX Thammasat ให้กลายเป็นโรงพยาบาลสนามที่พร้อมรองรับผู้ป่วยได้ถึง 308 เตียง มีสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ มีระบบกล้อง CCTV ในการสื่อสารและดูแลเรื่องต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยของทีมแพทย์ พร้อมเทคโนโลยีหุ่นยนต์ Tham-Robot จากทีมคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสผู้ป่วยโควิด-19

นอกจากนี้ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะทำงานป้องกันและควบคุมโรคไวรัสโคโรน่า 2019 ยังได้ผลิตหน้ากากอนามัยที่มีคุณสมบัติกันน้ำ ไม่ดูดซับความชื้น โดยใช้ชื่อว่า Thammask เพื่อแจกให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งผลิตออกมาถึง 60,000 ชิ้น โดยใช้งบประมาณผ่านการระดมทุนจากทางโซเชียลมีเดีย

อีกหนึ่งโครงการที่ได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก คือ การจัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโคโรน่าไวรัส จัดตั้งโดยคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อให้คำปรึกษาทางกฎหมายโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ผ่านทางเว็บไซต์ law.tu.ac.th/tulawcovid19 และเฟซบุ๊กเพจ TU Pandemic Legal Aid Centre ซึ่งจะมีกลไกในการให้คำปรึกษาและให้ความรู้กับประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

การบริหารงานและจัดการภายใต้ภาวะวิกฤตมาตรการและโครงการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้คงจะเกิดขึ้นได้ยาก หากขาดซึ่งวิสัยทัศน์และการบริหารจัดการที่ดี

รศ.เกศินีเล่าถึงวิธีการบริหารจัดการและรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนออกมาเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพว่า ในการบริหารจัดการโดยทั่วไป ทางฝ่ายบริหารคำนึงถึงคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นประชาชน นักศึกษา ศิษย์เก่า บุคลากรและอาจารย์ทั้งหลาย โดยมีเป้าหมายในการสร้างความมั่นใจ คลายความกังวล และลดความเสี่ยงในการใช้ชีวิตจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เมื่อผู้บริหารทุกคน ไม่ว่าจะเป็น รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี ตลอดจนคณบดีทุกคน ต่างมีวิสัยทัศน์ไปในทิศทางเดียวกัน จึงเกิดการทำงานร่วมเป็นทีม ซึ่งออกมาในรูปแบบของวอร์รูม เพื่อช่วยกันคิดและเสนอมาตรการต่าง ๆในวอร์รูมนี้ ทางฝ่ายบริหารได้จัดตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อระดมสมองในการร่างมาตรการต่าง ๆ ผ่านระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งวอร์รูมนี้เป็นศูนย์กลางในการดึงข้อมูล การแชร์ความคิดเห็น เพื่อช่วยกันแก้ระเบียบที่จะออก รวมถึงคำสั่งต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้ทั้งฝ่ายวิชาการ ฝ่ายบุคคล และฝ่ายการนักศึกษาในการช่วยกันคิดและกลั่นกรองจนรอบคอบดีแล้ว จึงสามารถปล่อยออกมาเป็นประกาศของมหาวิทยาลัยได้

นอกจากการวางแผนเพื่อออกประกาศหรือดำเนินมาตรการต่าง ๆ แล้ว วอร์รูมยังเป็นศูนย์กลางในการรายงานสถานการณ์ ทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบุคลากรและนักศึกษา ปัญหาการร้องเรียนต่าง ๆ สถานการณ์ผู้ติดเชื้อ ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีมงานสามารถสะท้อนและแก้ไขปัญหาจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้น นอกจากนั้น ด้วยมาตรการและคำสั่งที่ชัดเจนและครอบคลุมรอบด้าน ทำให้การปฏิบัติงานที่แต่ละฝ่ายรู้หน้าที่ของตนชัดเจนอยู่แล้ว เกิดเป็นการดำเนินงานที่รวดเร็วและแก้ปัญหาได้จริง

โอกาสในการทดลองใช้เทคโนโลยี

การแพร่ระบาดของไวรัสไม่ใช่เรื่องดี แต่ภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก็เป็นโอกาสอันดีที่ทางมหาวิทยาลัยจะได้ทดลองใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนและการทำงาน

อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังมองเห็นถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์นี้ว่า มีข้อดี คือ ทำให้ทางมหาวิทยาลัยต้องปรับในเรื่องของการเรียนการสอนเป็นรูปแบบออนไลน์ ซึ่งอาจารย์บางท่านก็อาจจะยังไม่ถนัด ยังไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีเหล่านี้ ก็เป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับนักศึกษา

“ต้องยอมรับว่า ถึงแม้จะไม่มีโควิดเกิดขึ้น แต่การเรียนการสอนแบบออนไลน์ก็ก้าวเข้ามามีความสำคัญมากขึ้น เพราะโลกสมัยใหม่กำลังมุ่งไปในทิศทางนี้ อย่างในต่างประเทศ ก็มีการลดการเรียนการสอนแบบเจอหน้าลง และปรับมาเป็นการเรียนการสอนแบบออนไลน์อยู่แล้ว”

นอกจากการเรียนการสอนแบบออนไลน์ การประชุมเพื่อดำเนินมาตรการต่าง ๆ ของคณะผู้บริหาร และทีมเฉพาะกิจในวอร์รูมก็ได้มีการปรับเปลี่ยนมาอยู่ในระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ คณะผู้บริหารยังยึดติดกับนัดประชุมแบบเดิมอยู่ แต่เมื่อสถานการณ์บังคับ ทำให้พวกเขาได้ลองสิ่งใหม่ แล้วพบว่าตอบโจทย์มากขึ้น มีบทสนทนาที่ยืดเยื้อน้อยลง ช่วยร่นระยะเวลาในการประชุม อีกทั้งยังไม่ต้องเดินทาง ทำให้ประหยัดเวลา มีความสะดวกสบาย และช่วยให้แก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ความเสียสละของผู้นำ

อีกหนึ่งส่วนที่มีความสำคัญไม่แพ้วิสัยทัศน์ การบริหารจัดการที่ดี หรือการมองเห็นโอกาสในภาวะวิกฤต คือ ความเสียสละของผู้นำ รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เลือกที่จะไม่รับเงินเดือนตามตำแหน่ง ซึ่งอันที่จริง เธอเลือกที่จะไม่รับเงินเดือนมาก่อนแล้ว ตั้งแต่แรกเข้ารับตำแหน่งในปี 2560 และนำใส่บัญชีเป็นกองกลางไว้ใช้จ่ายภายในมหาวิทยาลัย

“เรา (อธิการบดี) มีรายได้อยู่แล้วพอสมควร จึงอยากที่จะนำรายได้ที่ได้จากมหาวิทยาลัย ซึ่งก็คือเงินประจำตำแหน่งตรงนี้มาใช้ในการบริหารมหาวิทยาลัย เพราะว่าการทำงานหลวงค่อนข้างติดขัด สมมติว่าอยากจะทาสีตึก แทนที่จะสามารถสั่งทาได้เลย ก็ทำไม่ได้ ต้องไปทำเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง กว่าจะได้ผู้ประกอบการมาทำงานทาสีตรงนี้ ก็ผ่านไปหลายเดือน แต่ถ้าใช้เงินเดือนของเราที่ได้มา ก็จะสามารถจัดการได้ทันที”

จุดนี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนให้ทางมหาวิทยาลัยสามารถดำเนินการตามมาตรการและโครงการต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและคล่องตัวขึ้นไม่มากก็น้อย

ธรรมศาสตร์ยังคงมุ่งพัฒนาคนในชาติ

จนถึงตอนนี้ ทีมงานในห้องวอร์รูมยังคงติดตามและดำเนินงานเพื่อแก้ปัญหาและลดผลกระทบให้กับบุคลากรในมหาวิทยาลัย นิสิตนักศึกษา และประชาชนอย่างที่ทำมา อย่างไรก็ดี สิ่งที่มหาวิทยาลัยยังคงให้ความสำคัญที่สุด คือ เรื่องของการเรียนการสอน ซึ่งไม่ใช่แค่การให้องค์ความรู้แก่นิสิตนักศึกษาเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการพัฒนาทัศนคติในการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างคนอีกด้วย จะทำอย่างไรให้การเรียนการสอนออนไลน์ตอบโจทย์เหล่านี้ได้ หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อต่อไป

“เรื่องสำคัญ คือ การจัดการสอน ในตอนนี้เราแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง (การเรียนการสอนออนไลน์) แต่ต่อไปเราก็ต้องทำให้การเรียนการสอนไม่ว่าจะในระบบออนไลน์ หรือออฟไลน์ มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการผสมผสานและตอบโจทย์ในการสร้างคนที่จะเป็นผู้นำ ไม่ว่าในระดับโลก หรือระดับประเทศ เพื่อที่จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลง มีคุณสมบัติในการเป็นบุคลากรที่เป็นต้นแบบของประเทศชาติได้”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ