นักวิทยาศาสตร์เผย “กินขี้มูก” ดีต่อสุขภาพ ชี้เป็นแหล่งรวมแบคทีเรียชนิดดี

เว็บไซต์เทเลกราฟ รายงานเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์ ค้นพบว่าการ “กินขี้มูก” นั้นดีต่อสุขภาพฟันและสุขภาพโดยรวม

รายงานระบุว่านักวิทยาศาสตร์จากหลากหลายมหาวิทยาลัย ซึ่งรวมไปถึงมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (เอ็มไอที) ระบุว่า บรรดาผู้ปกครองไม่ควรห้ามลูกๆ ใช้นิ้วแคะขี้มูก เนื่องจากในรู จมูกนั้น “เป็นแหล่งรวมของแบคทีเรียชนิดดีเป็นจำนวนมาก”


บทความที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร “อเมริกันโซไซตี้ฟอร์ไมโครไบโอโลจี””วารสารวิชาการด้านจุลชีววิทยาของสหรัฐอเมริกา ระบุด้วยว่าการ “กินขี้มูก” ยังเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้แบคทีเรียติดอยู่ที่ฟันด้วย รายงานระบุด้วยว่า น้ำมูกหรือขี้มูก นั้นสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจ แผลในกระเพาะอาหาร หรือแม้แต่ เชื้อเอชไอวี ได้

เวลานี้นักวิทยาศาสตร์กำลังอยู่ระหว่างการคิดค้นยาสีฟัน รวมถึงหมากฝรั่ง จากขี้มูกสังเคราะห์ เพื่อใช้ประโยชน์จากขี้มูกที่ดีต่อสุขภาพปากและฟัน

ดร.สก็อต แนปเปอร์ ศาสตราจารย์ด้านไบโอเคมิสทรี จากมหาวิทยาลัยซัสแคตเชวัน ประเทศแคนาดา ระบุว่า ธรรมชาติผลักดันให้เราทำสิ่งที่แตกต่างเพราะมันเป็นข้อได้เปรียบของเราที่จะมีพฤติกรรมบางอย่างเพื่อ กินอาหารที่แตกต่างกันออกไป

“ดังนั้นบางทีมือคุณถูกกระตุ้นให้แคะขี้มูกและกินมัน คุณก็ควรให้เป็นไปตามธรรมชาติ” ดร.สก็อต ระบุ และว่า จากมุมมองด้านวิวัฒนาการ เราพัฒนามาท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด และบางทีความคิดที่จะทำให้สภาพแวดล้อมและพฤติกรรมของเราปลอดเชื้อนั้นจริงๆ แล้วมันไม่มีประโยชน์กับเรา

ด้านศาสตราจารย์เฟดริช บิสชินเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านปอดชาวออสเตรีย และมีส่วนร่วมในการศึกษาครั้งนี้ระบุว่า ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า คนที่แคะขี้มูกมีสุขภาพดี มีความสุขมากกว่า

“กินขี้มูกแห้งที่แคะออกมาจากจมูกเป็นวิธีที่ดีที่จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง” ศ.เฟดริช ระบุ และว่า ในทางการแพทย์มันมีเหตุผลที่ดีและเป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติโดยสมบูรณ์ที่จะทำ ในแง่ของระบบภูมิคุ้มกัน จมูกนั้นตัวกรองที่มีแบคทีเรียอยู่เป็นจำนวนมาก และเมื่อส่วนผสมเหล่านั้นเข้าสู่ระบบย่อยอาหารมันก็ทำงานเหมือนกับยาดีๆ นี่เอง